Made in Charoenkrung: การเชื่อมยุคสมัยด้วยการออกแบบในย่านเจริญกรุง

    เทศกาล Bangkok Design Week คงเป็นงานหนึ่งซึ่งผู้ติดตามงานดีไซน์และความเคลื่อนไหวของนิทรรศการศิลปะคุ้นเคย และเฝ้ารอที่จะเดินทางไปชมเป็นประจำทุกปี แต่เมื่อช่วงเวลาของงานสร้างสรรค์นี้จบลง เราค้นพบว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในเทศกาลนี้ยังคงอยู่ และขับเคลื่อนไปข้างหน้าไปพร้อมๆ กับผู้คนในย่านเจริญกรุง คือโปรเจกต์ Made in Charoenkrung
    Made in Charoenkrung เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจของคนในพื้นที่ จากต้นทุนทางภูมิปัญญา ทักษะ และฝีมือของห้างร้านและธุรกิจดั้งเดิมที่สืบทอดมายาวนาน เมื่อเวลาผ่านไปคนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จักของดีในย่านเจริญกรุงอีกแล้ว โครงการนี้จึงมีแนวคิดที่จะนำความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ หรือไอเดียใหม่ๆ มาปรับใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมที่มีอยู่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ธุรกิจเก่าแก่สามารถปรับตัวร่วมกับยุคสมัยได้แล้ว ยังเป็นโครงการที่ทำให้ผู้เข้าชมงานมีโอกาสทำความรู้จักกับงานฝีมือ ร้านอาหาร และธุรกิจหลากหลายประเภทที่ดำรงอยู่ในย่านธุรกิจเก่าแก่แห่งนี้อีกด้วย
    ในปี 2564 มีร้านเก่าแก่ในย่านเจริญกรุงเข้าร่วมโครงการ Made in Charoenkrung ทั้งสิ้น 8 ร้าน โดยมีการจับคู่กับ 8 นักออกแบบและนักสร้างสรรค์ จนก่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และของที่ระลึกรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจมากมายมาจัดแสดงให้รับชมใน Bangkok Design Week 2021 
    หลังจาก happening ได้พูดคุยกับเหล่านักออกแบบและนักสร้างสรรค์ที่เข้าร่วมโปรเจกต์นี้ เราจึงพบว่า  Made in Charoenkrung ก่อให้เกิดมุมมองใหม่ๆ สำหรับผู้ประกอบการ ที่มองเห็นว่าธุรกิจของพวกเขายังมีชีวิตชีวาควบคู่ไปกับย่านเจริญกรุงได้ รวมถึงมีเส้นทางข้างหน้าที่จะเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน แม้เทศกาลประจำปีจะสิ้นสุดลงไปแล้วก็ตาม

นำความโดดเด่นออกมาให้คนรู้จัก
ร้าน Eastern Antiques x Ek Thongprasert

    หากมองเผินๆ อาจจะเห็นว่าร้าน Eastern Antiques เป็นร้านขายของตกแต่งบ้านและของสะสมโบราณ หน้าร้านมีตุ๊กตาไม้สีสันสดใสตกแต่งอยู่ อีกทั้งยังตั้งเรียงรายกันอย่างเป็นเอกลักษณ์อยู่ในชั้นภายในร้าน นอกเหนือไปจากนั้นยังมีถ้วยชามกระเบื้อง แจกัน และเครื่องประดับ ที่เมื่อมองดีๆ แล้วจะเห็นว่ามีเอกลักษณ์และลวดลายเฉพาะตัวน่าใช้ทีเดียว เพราะเครื่องประดับเหล่านั้นสร้างสรรค์มาจากเศษถ้วยกระเบื้องจีนโบราณที่แตกหัก ซึ่งคุณยายมาลัย ปรีชานิลชัยศรี เป็นผู้ชุบชีวิตของชำรุดเหล่านั้นมาทำเป็นเครื่องประดับ อาทิ ต่างหู แหวน เข็มกลัด สร้อย จี้ ที่ถือเป็นงานคราฟต์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร

    เอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Ek Thongprasert ที่ถนัดการทำเครื่องประดับ เป็นผู้เข้ามาจับคู่กับร้าน Eastern Antiques ครั้งนี้ เอกพูดถึงความโดดเด่นของเครื่องประดับที่คุณยายมาลัยสร้างสรรค์ว่า "เขามีความสามารถในการเลือกใช้วัตถุดิบ (sourcing material) ได้โดดเด่นกว่าร้านอื่นครับ เนื่องจากเป็นของเก่าแก่มากจากเศษกระเบื้องแตกมาเปลี่ยนมุมมองที่ทวิสต์แล้ว 1 รอบ โดยเขายังสามารถที่จะตัดชิ้นส่วนออกมาแล้วพัฒนาต่อเป็นเครื่องประดับที่น่าสนใจอีกด้วย"

    การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีการพูดคุยกันตั้งแต่ต้นว่าทางร้านต้องการคงความเป็นเครื่องประดับไว้ เอกจึงเน้นไปที่การพัฒนาชิ้นงานเพื่อรักษาการเป็นธุรกิจท้องถิ่นเอาไว้ โดยเน้นนำของที่มีอยู่มาทำอย่างไรให้สามารถขายได้ ในวันที่ร้านไม่สามารถพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติได้ "เนื่องจากของในสต๊อกของอาม่ามีเยอะแล้ว แต่ราคาของต่อชิ้นถูกมากครับ ฉะนั้นจะสามารถทำอย่างไรที่จะกำหนดราคาสินค้า (price point) ที่มีคุณค่าเหล่านี้ให้สูงขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ ค่าแรง ทุกอย่างสูงขึ้นหมด ผมจึงปรับดีไซน์ รีแพ็คเกจจิ้ง นำเสนอสตอรี่ ทำโปสเตอร์ติดหน้าร้านเพื่อให้คนเห็นสินค้ามากขึ้น รวมถึงเน้นสินค้าทางออนไลน์ ถ่ายรูปและบอกเล่าเรื่องราวสำหรับใช้ในโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งเขาไม่เคยทำมาก่อน"

    เครื่องประดับที่ปรับรูปแบบครั้งนี้น่าจะสวมใส่ง่ายและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนหลายกลุ่ม ที่ไม่จำกัดยุคและอายุของผู้สวมใส่เลยทีเดียว

ร้าน Eastern Antiques
1188-1190 ถนนเจริญกรุง (ก่อนถึงซอยวัดม่วงแค) เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 
เปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 9.00 - 17.00 น.
โทร. 02 234 5451
Facebook: Eastern Antiques 
Line ID: Grannycraft

เป็นเรื่องดีที่ได้แบ่งปันประสบการณ์
ร้านจิรวัฒน์ฉลุโลหะ x Lohameka Studio of Jewelry Art

    ร้านจิรวัฒน์ฉลุโลหะ เป็นร้านฉลุแผ่นป้ายโลหะสำหรับพ่นสี ซึ่งเราอาจจะเคยเห็นจากเวลาที่มีสีพ่นป้ายหน้าร้าน ถังปี๊บ ที่เป็นชื่อร้าน โลโก้ต่างๆ หรือ สัญลักษณ์และตัวอักษรและเลขทะเบียนข้างรถแท็กซี่ รถเมล์ แต่อาจจะไม่เคยเห็นแม่แบบที่เป็นป้ายโลหะซึ่งเป็นงานฝีมือจากร้านนี้นี่เอง

    ฮง-วินิจ กุศลมโนมัย จาก Lohameka Studio เป็นผู้จับคู่กับร้านนี้เพื่อสร้างสรรค์ของที่ระลึก เป็นเข็มกลัด ในงาน Bangkok Design Week 2021

    "ผมอาศัยอยู่ในย่านตลาดน้อยตั้งแต่เด็ก เห็นร้านเก่าแก่เหล่านี้มาตั้งแต่เกิดแล้วครับ จึงชินตาและไม่รู้สึกเลยว่ามีอะไรแปลก แต่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปดูเทคนิคการทำงานของร้านจิรวัฒน์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่เราไม่คาดคิดเลย เพราะผมเรียนทำจิวเวลรี่อยู่แล้ว ตอนแรกผมคิดว่าเขาฉลุด้วยใบเลื่อย แต่จริงๆ เขาใช้วิธีการตอก  แล้วมีเครื่องมือบางชนิดที่ดูเป็นเครื่องมือบ้านๆ แต่สามารถนำมาใช้ทำงานที่น่าสนใจได้ คือเทคนิคเขาอาจจะไม่เยอะมาก แต่ก็เป็นเครื่องมือและเทคนิคแบบที่ผมไม่คิดว่าเขาจะใช้ จึงรู้สึกเกินความคาดหมายมากๆ" ฮงเล่าถึงความรู้สึกที่ได้เข้าไปทำความรู้จักกับ อนันต์ จิรกิตตยากร เจ้าของร้านจิระวัฒน์ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นครั้งแรก

    Lohameka Studio จึงออกแบบของที่ระลึกเป็นเข็มกลัดที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งมีลักษณะที่เชื่อมโยงกับฟังก์ชั่นของป้ายที่ทางร้านทำอยู่แล้ว แล้วส่งแบบให้ทางร้านเป็นผู้ผลิต ซึ่งหวังว่าคนที่มาเที่ยวชมงานจะรู้จักกับร้านเก่าแก่แห่งนี้มากขึ้น เพราะเมื่อได้เข้าไปสัมผัสและทำความรู้จักจริงๆ แล้ว ไม่เหมือนกับที่เขาคิดไว้เลย

    "บางทีคนรุ่นใหม่ไม่ทราบเลยว่าคนรุ่นก่อนเขามีภูมิปัญญาอะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง อย่างร้านจิระวัฒน์เป็นเรื่องที่คนไม่เคยไปสัมผัสจะไม่รู้เลยว่ามีเทคนิคมีเครื่องมือเหล่านี้ที่สามารถสร้างชิ้นงานได้ มุมกลับกันทางร้านเขาก็จะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนครับ ผมว่ามันดีตรงที่ได้แลกเปลี่ยนกัน เพราะไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง ดังนั้นการที่ได้แชร์กันเป็นเรื่องที่ดีที่สุด"

ร้านจิรวัฒน์ฉุลโลหะ
363 ถนนทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 
เปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 8.00 - 17.00 น.
โทร. 02 266 8669
Line ID: anan0865656284
Email: jirawatsign@gmail.com

เรียนรู้จากความหลงใหลของกันและกัน
ร้านซินตูอาภรณ์ x VL BY VEE
    ตลอดชั้นริมทางเดินชั้นมีผ้าหลายสีหลายลายจัดเรียงกองสูงขึ้นไปเหนือหัว หลังราวแขวนชุดสูทคือโต๊ะทำงานของ แก้ว-กิตติ สินพัฒนานนท์ ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือและนิตยสารที่บ่งบอกว่าเขาไม่เคยหยุดที่จะศึกษาเทรนด์เสื้อผ้าใหม่ๆ จากนั้นจึงเป็นโต๊ะทำงาน และห้องลองเสื้อที่อยู่ด้านใน

    ร้านซินตูอาภรณ์เป็นร้านตัดเสื้อเก่าแก่ ก่อตั้งโดย พิชัย สินพัฒนานนท์ ตั้งแต่ปี 2482 ก่อนที่กิตติจะเริ่มมารับช่วงต่อเมื่อปี 2530 ซึ่งร้านขึ้นชื่อเรื่องฝีมือการตัดเย็บที่ประณีต เทคนิคการสอยมือที่เก็บรายละเอียดของสูท มีเนื้อผ้า สี และแบบให้เลือกหลากหลาย รวมถึงการตัดเย็บที่เหมาะกับรูปร่างของทุกคน สำหรับ Made in Charoenkrung ครั้งนี้ทางร้านจับคู่กับ VL BY VEE เพื่อต่อยอดให้ร้านมีแจ็คเก็ตสูทที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น

    วี-ฮิโรกะ ลิมวิภูวัฒน์ แห่ง VL BY VEE แบรนด์ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปผู้หญิง (ready-to-wear) มากว่าสิบปี ซึ่งครั้งแรกที่ได้ทำงานร่วมกับร้านเทเลอร์เมด (tailor-made) เก่าแก่ร้านนี้ เธอถึงกับต้องมนต์เลยทีเดียว "พี่แก้วใจดี เปิดกว้าง ดูแล้วพี่เขาสนุกสนานและรับฟังความคิดเห็นที่แปลกใหม่มากค่ะ เป็นคนที่วัยรุ่นเหมือนกันนะ แล้วก็คุยกันรู้เรื่องมากเลย ช่างของเขามีวิธีการตัดเย็บและการทำงานแบบช่างสมัยก่อน การเก็บงานด้วยมือไม่ได้ใช้เครื่องจักร ทั้งปก แขนเสื้อ หรือซับใน ทำให้งานของเขาละเอียด เนี้ยบ วีนั่งดูวิธีเย็บวิธีสอยยังฟินอยู่เลย เราไม่เห็นงานแบบนี้ในเสื้อผ้ายุคนี้ แล้ววีเป็นคนชอบของเก่า ชอบของวินเทจที่มีประวัติศาสตร์ สะสมอุปกรณ์เก่าๆ พวกกรรไกร สายวัด หรือไม้บรรทัดอยู่แล้ว พอได้เห็นอุปกรณ์ตัดเย็บต่างๆ ของเขา ด้วยความที่ร้านเขาอยู่มานานมาก ทั้งหมดเป็นของโบราณและมีมนต์ขลังค่ะ"

    เธอมีความเห็นว่าหากทางร้านสามารถขยายกลุ่มสำหรับลูกค้าที่ซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นผู้หญิง และขยายช่วงอายุของลูกค้าที่มาใช้บริการด้วย คงจะดีไม่น้อย เนื่องจากตอนนี้ซินตูอาภรณ์มีลูกค้าประจำที่มาสั่งตัดอยู่แล้ว หากมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เห็นสินค้าแล้วสามารถซื้อได้ทันที หรือสามารถขายทางออนไลน์ได้ด้วย คงจะเหมาะกับยุคนี้ จึงออกแบบแจ็คเก็ตสูทให้ดูทันสมัยขึ้น เป็นทรงโอเวอร์ไซส์และยูนิเซ็กส์ เลือกเนื้อผ้าที่น้ำหนักเบา สวมใส่สบายไม่ร้อน สามารถแมตช์เป็นลุคลำลองหรือทางการก็ได้ อีกทั้งยังออกแบบลายปักที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่ต่างๆ ในย่านเจริญกรุงเพื่อสะท้อนเรื่องราวที่อยู่ละแวกร้านอีกด้วย

    ด้านกิตติเองบอกว่าการทำงานครั้งนี้สนุกและแปลกใหม่ เนื่องจากที่ร้านไม่เคยทำงานในลักษณ์ที่มีลายปักอยู่บนแจ็คเก็ตมาก่อน "ผมยังชื่นชมคุณวีว่าออกแบบลายปักได้สวย แล้วมันก็เป็นสัญลักษณ์ของถนนเจริญกรุงตามที่เราคุยกันว่าถนนนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง พอเขาดึงรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์ลงไปในลายปักก็สวยดีครับ"

    ถึงกระนั้นสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้บริการสั่งตัดสูทมาก่อน สามารถเข้าไปพูดคุยและสัมผัสประสบการณ์น่าประทับใจที่ร้านซินตูอาภรณ์ดูได้ เพราะกิตติพร้อมต้อนรับทุกคนเสมอ "สำหรับคนที่ไม่เคยซื้อสูทแบบเทเลอร์เมดมาก่อน ถ้าเดินเข้ามาสั่งตัดชุดสูท 1 ชุด จะต้องใช้ระยะเวลาและมีขั้นตอน คือ เลือกแบบ เลือกผ้า วัดตัด ซึ่งพอวัดตัวไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ จะต้องมาลองและปรับขนาดเวลาตัดเย็บจริง ถึงจะสามารถรับชุดไปได้ ซึ่งจะเป็นสูทเฉพาะของเขาคนเดียว โดยมีเราเป็นผู้ช่วยแนะนำเท่านั้น ฉะนั้นสำหรับชุดนั้นเป็นการช่วยกันออกแบบ จึงไม่ซ้ำกับที่ไหน"

    ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อแจ็คเก็ตสูทนี้ได้ 2 ช่องทาง คือ ร้านซินตูอาภรณ์ (แบบสำเร็จรูปและเทเลอร์เมด) และ VL BY VEE (แบบสำเร็จรูป)

ร้านซินตูอาภรณ์
1296 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 10.00 - 19.00 น.
โทร. 02 233 5070, 081 646 4716
VL BY VEE
1 ถนนหลานหลวง แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
เปิดวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 11.00 - 19.00 น.
โทร. 090 981 1372
Facebook: VL BY VEE 
Instagram: vlbyvee 
Line official: @vlbyvee

ขนาดที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความขลัง
บ้านรักครุฑ x Atelier Rudee

    สัญลักษณ์ครุฑองค์ใหญ่ที่ติดตั้งอยู่หน้าธนาคาร บริษัท หรือองค์กรที่ได้รับตราตั้งจากสำนักพระราชวังผลิตขึ้นที่ บ้านรักครุฑ แห่งนี้ โดยพี่น้อง เบน-ณรงค์วัฒน์ แย้มประเสริฐ และ แย้ม-อภิชาติ แย้มประเสริฐ เป็นผู้รับช่วงต่อกิจการมาจากผู้เป็นพ่อ อนันต์ แย้มประเสริฐ ผู้ควบคุมการผลิตและพัฒนาเทคนิคการทำองค์ครุฑจากเดิมที่เคยจ้างช่างไม้มาแกะสลัก ใช้ทองเหลือง จนกระทั่งใช้ไฟเบอร์กลาสที่มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และทนทานอย่างทุกวันนี้

    ฤดี ตันเจริญ แห่ง Atelier Rudee ศิลปินไทยผู้สร้างสรรค์เครื่องประดับร่วมสมัยอย่างต่อเนื่องมีโอกาสเข้าไปพบปะพูดคุยกับบ้านรักครุฑ ที่ต้องการอนุรักษ์และถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับองค์ครุฑให้เป็นที่รู้จัก จึงเกิดแนวคิดที่จะทำชิ้นงานเรซิ่นขนาดเล็ก ซึ่งเธอเล่าถึงการทำงานครั้งนี้ว่า "เนื่องจากการหล่อเรซิ่นเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสร้างงานของบ้านรักครุฑ การสร้างสรรค์งานชิ้นนี้จึงเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของบ้านรักครุฑไปพร้อมกัน ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการได้ใช้วัสดุ อุปกรณ์ รวมทั้งองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์มากขึ้นค่ะ"

    การร่วมงานครั้งนี้ฤดีทำองค์ครุฑขนาดเล็กที่สามารถนำมาประกอบเป็นเครื่องประดับหลายรูปแบบ เช่น สร้อยคอ เข็มกลัด แหวน และต่างหู ซึ่งผู้คนสามารถใกล้ชิดได้กว่าที่เคยเห็นติดตั้งอยู่บนอาคารเท่านั้น

บ้านรักครุฑ
234 ตรอกหมอเพชรหมอพลอย ซอยสะพานยาว แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
เปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 9.00 - 16.00 น.
โทร. 089 106 5757

คุณประโยชน์ของสมุนไพรในรูปแบบใหม่
หว่าโถ่ว x NOSH NOSH x เชฟโอ๊ต

    หากใครเคยเดินผ่านหน้าร้าน หว่าโถ่ว อาจจะเคยเห็นป้าย น้ำขม ตู้กดน้ำสมุนไพร ตู้แช่น้ำสมุนไพรบรรจุขวด ซึ่งน่าดื่มดับกระหาย ซึ่งร้านนี้ถือเป็นร้านน้ำสมุนไพรระดับตำนานที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ หยั่นหว่อหยุ่น ร้านขายของชำที่มีเครื่องปรุงและของแห้งจากฮ่องกงมาขาย และขึ้นชื่อเรื่องซีอิ๊ว โดยน้ำขมและเครื่องดื่มสมุนไพรที่ร้านมีส่วนผสมของสมุนไพรจีนที่สืบทอดสูตรมายาวนานถึง 3 ชั่วอายุคน น้ำขมมีสรรพคุณแก้ร้อนใน บำรุงสมอง หัวใจ ลดน้ำตาลในเลือด จากส่วนประกอบสมุนไพรถึง 36 ชนิด หากดื่มตามด้วยน้ำสมุนไพรรสหวาน เช่น เก๊กฮวย รากบัว มะตูม ฯลฯ จะทำให้ดื่มง่ายขึ้น

    ประวิทย์ สิทธิพลากร เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ที่เล่าว่า หว่าโถ่วปรับตัวตามยุคสมัยอยู่ตลอด ถึงกระนั้นคนรุ่นใหม่ยังอาจจะไม่รู้จักและไม่นิยมดื่ม คราวนี้จึงได้ โบ-สลิลา ชาติตระกูลชัย จาก NOSH NOSH Project ร่วมกับ เชฟโอ๊ต-พชรพล พะระรามันห์ สร้างสรรค์ไข่มุกโบบาที่สามารถดื่มคู่กับชานมสมุนไพรหรือน้ำสมุนไพรอื่นๆ ได้

    โบเล่าถึงความทรงจำของเธอที่มีต่อน้ำขมว่า "เป็นความทรงจำวัยเด็กของเราเหมือนกันค่ะ เพราะสมัยเด็กพ่อแม่ขับรถพาไปทานข้าวกันที่เยาวราช แล้วจะแวะไปดื่มน้ำขมน้ำเก๊กฮวยต่อ พอโตมาย้ายบ้านก็ไม่ได้ดื่มอีกเลยจนมาถึงโปรเจกต์นี้ พอเขาจับคู่ให้กับร้านน้ำขมก็ตื่นเต้นดีใจมากๆ ค่ะ พอไปถึงหน้าร้านก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย"

    เมื่อโจทย์ครั้งนี้คือการแนะนำน้ำขมให้คนรุ่นใหม่รู้จัก โบจึงเริ่มคิดจากความนิยมดื่มชานมไข่มุกของคนรุ่นใหม่ เธอนึกถึงการทำชาสมุนไพรเพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ดื่มเข้าด้วยกัน แล้วชวนเชฟโอ๊ตมาทดลองเมนูต่างๆ กว่า 50 สูตร จนสำเร็จออกมาเป็นเครื่องดื่ม 3 ชนิดที่ลงตัว คือ ชานมรากบัวจับคู่กับไข่มุกโบบาหล่อฮั่งก้วย-ลำไย ชานมมะตูมกับไข่มุกโบบากระชาย และ ชานมกระเจี๊ยบคู่กับไข่มุกโบบากระเจี๊ยบ-พุทราจีน ซึ่งดื่มง่ายและรักษาคุณค่าสมุนไพรของร้านหว่าโถ่วไว้ได้อย่างดี

    เธอกล่าวถึงความน่าสนใจหลังจากร่วมสร้างสรรค์เครื่องดื่มกับร้านหว่าโถ่วว่า "สูตรที่ร้านมีมาน่าสืบทอดและเก็บรักษาไว้มากเลยค่ะ น้ำสมุนไพรทุกตัวมีสรรพคุณที่ดีหมด แต่ยังมีช่องว่างในตลาดอยู่ โบมองว่าการร่วมโปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่ทำเมนูใหม่แล้วจบไป แต่โบคุยกับคุณประวิทย์ว่าเครื่องดื่มของเขามีศักยภาพมาก เขาสามารถเปิดบูทตามห้างสรรพสินค้าหรือออกงานแฟร์ต่างๆ เพื่อให้คนรู้จักเพิ่มขึ้นได้ เพราะน้ำสมุนไพรแคลเลอรี่น้อย มีประโยชน์ ไม่มีน้ำตาล ซึ่งเขายังไม่มีโอกาสได้ลองเปิดตลาดแบบนี้ดู"

ร้านน้ำขมหว่าโถ่ว หยั่นหว่อหยุ่น (บางรัก)
1443 (ตรงข้ามโรบินสันบางรัก) ถนนเจริญกรุง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 
เปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 8.00 - 20.00 น. 
มีบริการส่งถึงบ้านผ่าน Lineman และ Robinhood
โทร. 081 566 2313
Line ID: @Huatuo

กรุ่นกลิ่นเครื่องเทศในรสช็อกโกแลต
สุวรรณเครื่องเทศ x PARADAi

    สุวรรณเครื่องเทศ จำหน่ายเครื่องเทศกว่า 40 ชนิด เครื่องเทศที่ร้านคัดคุณภาพอย่างพิถีพิถัน ส่วนใหญ่สั่งตรงมาจากประเทศอินเดียและอินโดนีเซีย บางส่วนมาจากร้านในย่านเยาวราช มีการนำเครื่องเทศมาปรุงเป็นเครื่องแกง เช่น ผงแกงกะหรี่ กุรุหม่า ผลสำหรับทำข้าวหมก ที่สำคัญขายในราคาย่อมเยา จึงเป็นร้านหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความอร่อยของร้านอาหารมุสลิมหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยปัจจุบันมีสองสามีภรรยา ภูวนาถ และ สมสกุล ธีรลักษณ์ เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ผู้ดูแลร้านขายเครื่องเทศแห่งนี้

    เมื่อโปรเจกต์ Made in Charoenkrung จับคู่ร้าน สุวรรณเครื่องเทศ กับ PARADAi ภราดัย - Crafted Chocolate จึงสอบถามไปทาง อิ๋ว-ภูรัชญ์ ฐานะวุฑฒ์ ว่าความน่าสนใจของการสร้างสรรค์ช็อกโกแลตจากเครื่องเทศครั้งนี้คืออะไร "ผมรู้สึกว่ากลิ่นเครื่องเทศมีอยู่ในอาหารเป็นหลักอยู่แล้ว ไม่จำเป็นว่าต้องจำกัดอยู่ที่อาหารอินเดียหรือไทย ดังนั้นผมรู้สึกว่าเราจะทำอย่างไรให้เมื่อกินช็อกโกแลตที่เป็นของหวานไปแล้ว กลิ่นเครื่องเทศที่ได้รับนี้จะไม่รู้สึกว่ากำลังกินของคาวอยู่ ผมเลยกลับมาดูว่าเครื่องเทศที่ใช้สำหรับของหวานมีอะไรบ้าง แล้วนำกลิ่นเหล่านั้นมาทดลองออกมาเป็นช็อกโกแลตบาร์และช็อกโกแลตพร้อมดื่มครับ"

    อิ๋วทดลองจับคู่ช็อกโกแลตกับเครื่องเทศอยู่หลายครั้ง เขารู้สึกประทับใจกับคุณภาพของวัตถุดิบและกลิ่นเครื่องเทศของร้านสุวรรณ แล้วสร้างสรรค์ออกมาเป็น ช็อกโกแลตบาร์รสพะโล้กับสามสหายนายจ๋า (ลูกผักชี ดอกจันทน์เทศ และลูกกระวานเทศ) และเครื่องดื่มช็อกโกแลตกลิ่นมาซาล่า

    ซึ่งตัวเขาคิดว่าเป็นประสบการณ์ดีที่ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากความคุ้นเคยดูบ้าง "ผมคิดว่าโครงการนี้ทำให้เราได้ทดลองไอเดียใหม่ๆ ได้ออกจากความคิดว่าช็อกโกแลตน่าจะต้องใส่ผลไม้มาเปลี่ยนเป็นเครื่องเทศ รู้สึกว่าได้ออกจากคอมฟอร์ตโซน ขณะที่ทางร้านสามารถรักษาเอกลักษณ์ได้ด้วยครับ"

    ทางภราดัยยังนำช็อกโกแลตรสชาติใหม่เหล่านี้เป็นสินค้าใหม่ของทางร้านด้วย โดยมีวางจำหน่ายอยู่ที่ ร้านสาขาต่างๆ และยังคงใช้เครื่องเทศจากร้านสุวรรณเครื่องเทศเป็นวัตถุดิบหลักเช่นเดิม

ร้านสุวรรณเครื่องเทศ
เปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 8.00 - 17.30 น.
1360 เจริญกรุงซอย 42 ถนนเจริญกรุง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทร.02 234 6735
PARADAi ภราดัย - Crafted Chocolate
197 - 199 ถนนตะนาว เขตพระนคร
เปิดทุกวัน เวลา 7.00 - 20.00 น.
Instagram: paradai_chocolate 

เพิ่มประโยชน์ใช้สอยพร้อมรักษาคุณสมบัติดั้งเดิมที่ดีไว้
ร้านก้วงเส็งล้ง x o-d-a

    ร้านก้วงเส็งล้ง ถือเป็นร้านถังไม้ยุคบุกเบิกบนถนนทรงวาด ซึ่งเคยรุ่งเรืองจากลูกค้ารายใหญ่ทั้งโรงงานสุราบางยี่ขัน โรงงานเต้าหู้ โรงงานซีอิ๊ว รวมถึงโรงงานแป้งมันสำปะหลังของญี่ปุ่นที่สั่งซื้อถังไม้ไปใช้งานจำนวนมากเมื่อยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจุดเด่นของถังไม้ที่มีความแข็งแรงทนทาน จากการนำไม้สักมาไส เลื่อยเป็นชิ้นส่วน แล้วประกอบยึดตัวถังไว้ด้วยสายรัดอลูมิเนียม ทำให้ไม่ต้องใช้ตะปู ไม่เกิดสนิม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ตั้งแต่ตักน้ำ หมักถั่วเหลือง หมักเหล้า ใส่ข้าวสาร และบรรจุอาหารได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารพิษปนเปื้อน    

    เมื่อวัสดุอย่างพลาสติกที่ผลิตภาชนะและถังที่มีน้ำหนักเบา มีหลายสี หลายขนาดได้รับความนิยม ถังไม้จึงค่อยๆ ลดความนิยมไป อัมภา และ ตรีสุดา ชุติยสันตยานนท์ เป็นทายาทที่เข้ามารับช่วงต่อกิจการเล่าว่ายังมีกลุ่มลูกค้าประจำที่อุดหนุนกันมายาวนานหลายสิบปี และศาลเจ้าต่างๆ ที่ใช้ถังไม้ในงานพิธีกรรมอยู่ แต่มีลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม สปา ที่นำถังไม้ไปใช้งานในรูปแบบหลากหลาย ทั้งการตกแต่งเป็นอ่างล้างมือ เป็นถังแช่เครื่องดื่ม หรือที่เก็บร่ม เป็นต้น

    เมื่อร่วมโครงการ Made in Charoenkrung ทางร้านจึงได้จับคู่กับ o-d-a ที่มีสองดีไซเนอร์ ดุ๋ย-ปิติอัมระรงค์ และ ลูกท้อ-จุฑามาส บูรณะเจตน์ เข้ามาปรับดีไซน์ถังไม้ ซึ่งดุ๋ยเล่าถึงแนวคิดในการทำถังข้าวไม้ครั้งนี้ว่า "เวลาคิดเรื่องการออกแบบอาจจะนึกถึงการนำเทคนิคการต่อถังไม้ไปออกแบบเป็นสิ่งอื่น แต่จริงๆ แล้วถังข้าวคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าครับ ทางร้านขายสิ่งนี้อยู่ ผมเลยคิดว่าในฐานะที่เราเป็นนักออกแบบ เราจึงกลับมานั่งคิดกับทีมว่า ถังข้าวมันเวิร์ค เพราะเขาใช้ไม้สักซึ่งช่วยป้องกันมอดและแมลงได้ดีกว่าอยู่แล้ว ขณะที่ทุกวันนี้เราใช้ถังพลาสติกใส่ข้าวอยู่ เราไม่สามารถลบล้างคุณสมบัติที่ดีกว่าสิ่งอื่นนี้ได้เลย ดังนั้นถ้าเรานำคุณสมบัติที่ดีไปทำอย่างอื่นผมว่าน่าเสียดาย"

    o-d-a สร้างสรรค์ถังไม้ด้วยความคิดที่จะไม่ทำให้วัสดุที่มีอยู่ถูกทำให้ด้อยค่าลง โดยรักษาจุดเด่นและคุณสมบัติที่กันมอดและแมลงของไม้สักไว้ แล้วคิดถึงพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ เป็นการทำช่องแบ่งถังให้สามารถใส่ได้ข้าว 2 ชนิด ที่เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่นิยมรับประทานข้าวหลากหลายชนิดเพื่อสุขภาพมากขึ้น จึงเกิดเป็นฟังก์ชั่นใหม่ แล้วมีฝาที่สามารถเปิดแล้ววางพักที่ขอบถังไม้ได้ด้วย

    ในฐานะดีไซเนอร์ที่ได้ไปทำความรู้จักกับร้านก้วงเส็งล้ง มองว่าเรื่องราวของร้านเป็นสิ่งที่น่าสนใจและนำไปต่อยอดได้ "เรื่องราวที่มีคุณค่าของเขาไม่สามารถมองข้ามได้ครับ จริงๆ วิธีการแบบนี้ในสังคมญี่ปุ่นเขาทำกันได้ดีเลยนะ คนที่ทำกิจการมานมนานเขายังสามารถทำมันต่อ และมีการต่อยอดเรื่องการรีดีไซน์ที่ปรับไปตามวัฒนธรรม ช่วงเวลา หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผมคิดว่าเราเป็นดีไซเนอร์ควรเข้าไปทำหน้าที่นั้น โดยที่ตัวเขาไม่ต้องรอให้คนสั่งออเดอร์ให้เขาผลิตอย่างเดียว" 
    ซึ่งเขาบอกว่าสิ่งสำคัญสำหรับกิจการเก่าแก่คือคนรุ่นกลางที่จะคอยมาเชื่อมประสานระหว่างการทำธุรกิจด้วยความเคยชินกับความคิดสมัยใหม่เข้าด้วยกัน ซึ่งร้านก้วงเส็งล้งมีอัมภาและตรีสุดาเป็นคนทำหน้าที่นั้นอย่างดี "ทางร้านน่ารัก เขาเชื่อเราและปล่อยให้เรานำเลยครับ การมีพี่อัมภาและพี่ตรีสุดาที่มีหัวสมัยใหม่ ทำให้ทีมงานทำงานด้วยง่ายมากๆ เพราะเขาเข้าใจว่าพวกเรากำลังทำอะไรอยู่ เขาจึงให้ใจเราด้วย"
ร้านก้วงเส็งล้ง
เปิดวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 8.00 - 17.00 น.
1181-3 (ตรงข้ามวัดปทุมคงคา) ถนนทรงวาด ตลาดน้อย
โทร. 02 234 0859, 083 859 3639
Instagram: kwangsenglhong 

รสชาติที่คุ้นเคยในบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่พกพาสะดวกขึ้น
ร้านเตียง้วนเฮียง หมูแผ่นบางรัก x Sauce Studio

    ร้านเตียง้วนเฮียง ก่อตั้งจาก กวงเซีย แซ่เตีย ที่เปิดขายหมูแผ่นหมูหยองจากการลองผิดลองถูกและปรับรสชาติจนลงตัว ปัจจุบัน ปัณฑ์คณิน ธนัทศุภา ทายาทรุ่นที่ 2 เป็นผู้ดูแลร้านร่วมกับลูกชาย รัฐคมน์ ธนัทศุภา โดยมีสินค้าหลายชนิด ตัวชูโรงคงไม่พ้น หมูแผ่น ที่คัดเนื้อหมูสะโพกส่วนหลังมาแล่ หมักซอสปรุงรส แล้วนำมาอบขายแบบวันต่อวัน จึงได้หมูแผ่นที่กรอบและหอมกรุ่นไปทั่วทั้งร้าน นอกจากนั้นยังมีหมูหยอง หมูฝอยหวาน หมูแท่ง กุนเชียง รวมถึงผลิตภัณฑ์กินเล่นอย่าง ข้าวเกรียบหมูหยองพริกเผา และ หมูหวานทอด เป็นต้น

    เมื่อ Sauce Studio ดีไซน์สตูดิโอที่มีจุดเด่นด้านการนำรสชาติที่โดดเด่นมาออกแบบแบรนด์ดิ้งของร้าน เข้าร่วมโครงการแล้วจับคู่กับร้านเตียง้วนเฮียง ต้น-ชาญวิทย์ สรรพานิช พูดถึงการเข้าไปทำความรู้จักกับทางร้านครั้งแรกว่า "ครั้งแรกยังไม่เจอคุณเก่ง ผมรู้สึกว่าร้านเขามีความดั้งเดิมมาก (traditional) ไม่คิดว่าทายาทจะยอมทำ เพราะทุกอย่างดูเก่าและมีเรื่องความเชื่อและคุณค่าของเดิมอยู่มากๆ ดังนั้นถ้าจะไปแตะหรือทำอะไรอาจจะยาก จึงเริ่มว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำให้สิ่งที่เขาทำมาหลายสิบปีให้เข้ากับบริบทปัจจุบันได้"

    การทำความรู้จักพูดคุยกันทำให้เข้าใจความต้องการและโจทย์ที่ร้านต้องการมากขึ้น เนื่องจากทางร้านมีลูกค้าเก่าแก่จำนวนหนึ่ง แต่จะทำอย่างไรให้มีลูกค้ากลุ่มใหม่มารู้จักร้านมากขึ้น วัตถุประสงค์ของร้านจึงเป็นการปรับบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สามารถอุดหนุนสะดวกยิ่งขึ้น เดิมทีทางร้านมีบรรจุภัณฑ์ร้านเป็นห่อกระดาษ ปรับมาเป็นกล่องกระดาษ และกระป๋องอย่างที่เป็นมา แต่ว่าปริมาณการบรรจุมีขนาดใหญ่ ทีม Sauce Studio จึงเลือกที่จะนำข้อดีที่มีอยู่แล้วมาดีไซน์ให้สื่อถึงคุณค่าของสินค้ามากขึ้น โดยปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่อาจจะซื้อเป็นของกินเล่น โดยเลือกจากผลิตภัณฑ์บางประเภทที่เหมาะสำหรับการนำมาหยิบกินง่าย ไม่เลอะมือ เป็นต้น

    ต้นพูดถึงความท้าทายของโปรเจกต์นี้ว่า "ทางร้านเตียง้วนเฮียงอยากที่จะปรับภาพลักษณ์ใหม่ ในขณะเดียวกันเขายังมีบรรพบุรุษหรือสิ่งที่ต้องการคงไว้ เช่น สีแดง สีเหลือง อักษรจีนในตำแหน่งเดิม ดังนั้นจะทำอย่าไรให้เขาสามารถยอมรับในสิ่งที่เราจะนำเสนอ โดยเรายังเก็บเรื่องสีและคำอวยพรซึ่งเป็นความหมายมงคลไว้ แต่นำเรื่องของหมูซึ่งเป็นสินค้าเด่นของร้านออกมา" ซึ่งทางร้านพอใจกับผลงานและมีการพูดคุยว่าอยากทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต

บรรจุภัณฑ์เดิมของร้าน
บรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ Sauce Studio ดีไซน์

    "ผมมองว่ามีหลายโปรเจกต์ที่พยายามชุบชีวิตร้านเก่า ซึ่งสำหรับเราผมคิดว่าความสนุกอยู่ที่การหาว่าเราจะสามารถทำมากน้อยแค่ไหนเพื่อให้พอดีกับตัวตนของเขา เพราะแต่ละร้านมีรากที่แข็งแรงของเขา หน้าที่ของเราคือหาจุดพอดีให้ได้ นี่คือประสบการณ์ใหม่ของทีมเหมือนกันในการหาจุดประนีประนอมกับร้านที่ทำให้ทุกคนแฮปปี้ครับ"

ร้านเตียง้วนเฮียง หมูแผ่นบางรัก
1423 (เยื้องโรบินสันบางรัก) ถนนเจริญกรุง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 - 19.00 น. 
มีบริการส่งถึงบ้านผ่าน Lineman
โทร. 02 234 5626, 02 234 9282

ขอบคุณภาพจากโครงการ Made in Charoenkrung

ดุสิตา อิ่มอารมณ์

นักเขียน ผู้ใช้พื้นที่ในเวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ขี่จักรยาน อ่านการ์ตูน เล่นเลโก้ ฯลฯ โดยเชื่อเต็มหัวใจว่าเวลาที่หมดไปกับความรื่นเริงนี้สามารถเติมเต็มชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ