สายหนังของเด็กหนัง

    สวัสดีปี 2562 ปีใหม่ล่าสุดในชีวิตของทุกคนนะคะ ปีใหม่นี้กิจกรรม Friend-ship ถูกปรับให้ใหม่ขึ้นเพื่อให้คุณผู้อ่านได้ร่วมสนุกรับของขวัญกันง่ายขึ้นด้วยค่ะ และเพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ให้รื่นรมย์ ครั้งนี้ของขวัญเลยมาเป็นเซตที่ทางแบรนด์จัดขึ้นมาเป็นพิเศษ แอบหวังว่าจะถูกใจใครหลายคนนะ รายละเอียดรอให้อ่านอยู่ที่ท้ายเรื่องค่ะ

    ส่วนคู่ที่ฉันเพิ่งส่งมอบของขวัญอันได้แก่ สายคล้องกล้องหนังแท้จากแบรนด์ Small Things Pocket ให้กันไปในปีที่แล้ว อยากบอกว่าเป็นการส่งมอบที่สนุกดี เพราะน้องๆ ทั้งคู่มีบางอย่างที่น่าสนใจ โชติ-ธีรโชติ จิวรเศรษฐ์กุล ส่งอีเมลมาเล่าถึง เฟม-ชวัลรัตน์ รุ้งแสงเจริญทิพย์ เพื่อนรุ่นน้องของตัวเองให้ฉันได้อ่าน หลังจากอ่านรวดเดียวจบก็ต้องร้อง 'ให้!' เพราะมันเหมาะเจาะมาก เนื้อความในอีเมลมีอยู่ว่า...

    เฟมเป็น 'เพื่อนไม่จริง' เพราะความจริงเธอเป็นรุ่นน้องคณะที่อายุน้อยกว่าผม 1 ปี เราเริ่มรู้จักกันตอนเธอมาเป็นช่างภาพช่วยถ่ายหนังสารนิพนธ์ (หนังที่นักศึกษาสาขาภาพยนตร์ต้องทำเพื่อจบการศึกษา) ของผม และในช่วงนั้นผมยังได้เจอเธออีกหลายหนในฐานะทีมงานในกองถ่ายหนังสารนิพนธ์ของเพื่อนผมอีก 2 เรื่อง หลังจากนั้น 1 ปี ผมก็มีโอกาสไปช่วยถ่ายภาพเบื้องหลังให้กับกองหนังสารนิพนธ์ของเธอบ้าง

    ตั้งแต่เรียนจบมา เราก็แยกย้ายกันไปทำงานในสายการผลิตคอนเทนต์ ทั้งงานที่ใช้แป้นพิมพ์บ้าง งานที่ใช้กล้องบ้าง ซึ่งแม้จะมีความใกล้เคียงกับการทำภาพยนตร์ แต่อย่างที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ในเรื่องความรักนั้น 'ไม่มีใครแทนใครได้' ฉันใด สำหรับผม 'อะไรก็แทนภาพยนตร์ไม่ได้' ฉันนั้น พอผมลองแบมือมานับนิ้วเล่นๆ นี่เป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้วที่เราไม่ได้ทำหนังด้วยกัน ทั้งที่ความปรารถนาของเรายังคงเดิม

    นั่นจึงนำมาสู่เหตุผลข้อแรกที่ผมเชื่อว่า เมื่อเฟมได้ครอบครองสายคล้องกล้องเส้นนี้แล้ว มันจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งในการช่วยสร้างหนังเรื่องใหม่ของเราในอนาคต กล่าวคือหากเราใช้กล้องถ่ายหนังที่มีขนาดใหญ่ สายเส้นนี้ก็อาจรับน้ำหนักไม่ไหว แต่ถ้าเราถ่ายหนังและถ่ายเบื้องหลังด้วยกล้องฟิล์มหรือกล้อง DSLR ทั่วไปแล้ว สายเส้นนี้ย่อมสามารถรับน้ำหนักของกล้องได้สบาย นอกจากนี้ด้วยคุณสมบัติที่มีความเป็นหนังแท้นั้น ช่างเหมาะสมควรคู่กับ 'ผู้สร้างหนังขนานแท้' อย่างเรายิ่งนัก! จนต้องบอกว่า "งานนี้เราได้สนุกมือกันแน่ๆ"

    ทว่าช่วงนี้ใกล้ปีใหม่แล้ว ผมขอพักเรื่องการถ่ายหนังไว้ชั่วคราวก่อน

    อยากบอกคุณว่า เฟมเพิ่งย้ายไปเริ่มงานใหม่ที่บริษัทอื่น ซึ่งเรา (หมายถึงผมกับเธอ รวมถึงตัวคุณด้วย) ไม่รู้ว่าชีวิตเธอจะดีขึ้นหรือแย่ลง ผมจึงคิดว่าสายคล้องกล้องเส้นนี้ย่อมเป็นรางวัลที่มีค่าในการส่งท้ายปีเก่า และเป็นเหมือนของขวัญต้อนรับเธอสู่อีกสังคมหนึ่งของการทำงานด้วย แม้ล่าสุดเธอจะบอกว่าในช่วงวันหยุดสิ้นปียังไม่มีแพลนไปเที่ยวที่ไหน (และอาจต้องนอนง่อยๆ อยู่ที่บ้าน) แต่หากเธอได้รับของขวัญชิ้นนี้ ผมไม่คิดว่าเธอจะวางมันทิ้งไว้ให้ฝุ่นเกาะไปวันๆ แน่นอน

    ส่วนผมก็ยังไม่มีแพลนในช่วงสิ้นปีเช่นกัน แต่ตั้งใจว่าถ้ามีเวลาว่างคงชวนเฟมกับเพื่อนไปเดินเสพศิลปะด้วยกันแบบชิคๆ ที่งาน BAB (Bangkok Art Biennale) โดยเฉพาะสถานที่หนึ่งซึ่งผมเล็งไว้แล้วอย่าง อาคารอีสต์เอเชียติก เนื่องจากอาคารแห่งนี้มีความเก่าแก่โบราณอยู่ในตัว เมื่อเราเอากล้องคล้องไว้ที่คอแล้วเดินเข้าไปภายในอาคาร สีแทนหรือสีน้ำตาลแดงของสายคล้องกล้อง (เส้นที่ผมเลือก) ย่อมเข้ากันได้อย่างลงตัวกับแบ็กกราวนด์อันแสนวินเทจ ซึ่งผมเชื่อว่าพอลั่นชัตเตอร์แล้ว ภาพถ่ายที่ออกมาน่าจะงดงามไม่น้อยทีเดียว

    

    ...จริงๆ คุณโชติเขียนมายาวกว่านี้ จบอีเมลเขาโฆษณาสรรพคุณของสายคล้องกล้องไว้ด้วยว่า จะทำให้กล้องปลอดภัยและช่วยให้เขากับเฟมไม่เผลอวางกล้องทิ้งไว้ที่โน่นที่นี่ ฉันอ่านจบด้วยความรู้สึกที่ว่า 'ขายของเก่งจัง' อ่านแล้วนึกว่าเป็นก๊อบปี้ที่ทางแบรนด์ส่งมาซะอีก :)

    ด้วยเหตุผลหลายประการที่คุณโชติบรรยายไว้ ฉันเลยต้องยกของขวัญให้เขาและเฟมไปอย่างปฏิเสธลำบาก การที่ทีมเด็กหนังจะได้รับสายคล้องกล้องหนังไปช่วยแบกรับภาระทางการถ่ายทำนั้นเป็นเรื่องเหมาะสมที่สุดแล้ว และจุดนัดส่งมอบของขวัญในครั้งนี้ก็หนีไม่พ้นอาคารอีสต์เอเชียติกนั่นเอง ทั้งคู่เลือกสายคล้องแบบเส้นใหญ่สุด (Small Things Pocket #102) เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อสายถูกผูกเข้ากับตัวกล้องแล้วจะไม่ปลิวหนีไปไหน เพราะสายเส้นหนารุ่นนี้แบกรับน้ำหนักได้ดี

    ก่อนจากกัน หลังจากรับของขวัญเป็นที่เรียบร้อย เฟมบอกกับฉันว่าจะขอเดินดูงานศิลปะและถ่ายรูปเล่นต่ออีกนิด ซึ่งนี่เป็นการเดินถ่ายรูปเล่นแบบจริงจังหลังจากที่ร้างราไปนานของเธอเลย แม้ว่าคำพูดของเฟมจะไม่ใช่คำอวยพร แต่มันทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ใครที่ทิ้งกล้องถ่ายรูปไปนานๆ แล้วได้หยิบมันขึ้นมากดชัตเตอร์อีกครั้งคงเข้าใจอารมณ์นี้ดี 

    และนี่นับเป็นการส่งมอบของขวัญส่งท้ายปีที่ดีจริงๆ

    เอาล่ะ! สำหรับปีใหม่ไฉไลนี้ ของขวัญที่ฉันอยากได้ เอ้ย! อยากให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกเพื่อรับกลับไปก็คือ เซตของขวัญจาก ease around แบรนด์ที่ play around ไปกับข้าวของรอบตัวนั่นเอง โดยปกติทีมนี้เขาจะออกแบบสิ่งของที่พวกเราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันให้ออกมาน่ารักน่าใช้ ด้วยไอเดียเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ ของทุกชิ้นจาก ease around จะดูพิเศษเสมอ ซึ่งความพิเศษนี้เหมาะมากๆ ที่จะทำหน้าที่เป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่นี้

    ของขวัญที่ทีม ease around จัดเตรียมไว้ ประกอบด้วย ปฏิทินผ้า ปี 2019, ที่คั่นหนังสือแม่เหล็ก 2 ชิ้น 2 สี, Happy/Habit Tracker ดีไซน์ใหม่ล่าสุดเอาไว้สำหรับจัดระเบียบชีวิตในปีใหม่กันแบบสนุกๆ และโปสการ์ด NEW YEAR NEW ME (AGAIN) ที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ! เซตนี้ราคารวม 630 บาทค่ะ (ไม่นับรวมชิ้นสุดท้ายที่เป็นโปสการ์ดขนาด A5 ที่ประเมินค่าไม่ได้เพราะไม่มีจำหน่ายที่ไหนในโลก)

    ใครอ่านแล้วอยากได้และอยากให้ทีม happening จัดการส่งมอบให้เพื่อนของคุณคนไหนล่ะก็ ทำตามกติกาข้างล่างนี้เลยนะ

กติกาการร่วมสนุก:
1. โพสต์ภาพถ่ายพร้อมแคปชั่นประกอบเรื่องราวของคุณกับเพื่อนในเฟซบุ๊ก จะเป็นภาพบุคคล เหตุการณ์ หรือโมเมนต์ประทับใจย่อมได้ทั้งนั้น จะเขียนสั้นหรือยาวก็ได้เราไม่เกี่ยง แต่อย่าลืมเล่าเหตุผลว่าทำไมคุณและเพื่อนจึงเหมาะที่จะได้รับสิ่งนี้เป็นของขวัญ
2. ติดแฮชแท็ก #happeningandfriends #happeningandeasearound
3. เปิดสถานะเป็น Public ด้วย
4. ถ้าไม่สะดวกโพสต์บนเฟซบุ๊กจริงๆ จะส่งเป็นอีเมลมาที่ friend-ship@happeningandfriends.com (มีขีดกลางด้วย) ก็ได้เหมือนกัน โดยขอให้บอกเล่าเรื่องราวของคุณกับเพื่อนมาเช่นเดียวกับกรณีข้อ 1 
5. กำหนดระยะเวลาร่วมสนุก: วันนี้ - 31 มกราคม 2562

วรรณวนัช บูรพาเดชะ

บรรณาธิการผู้คัดสรรชิ้นงานเข้าสู่ happening shop, เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก 'ญี่ปุ่นอุ่นอุ่น', นักเขียน ช่างภาพโฟโต้บุ๊ก 'Nagasaki Light' และไกด์บุ๊ก 'Kagawa Memories' นอกจากภาพถ่ายและงานเขียน สิ่งที่เธอสนใจเป็นพิเศษคือการนั่งสมาธิและการโปรยมุขไม่ขำ