AROUND ARI: วงจรของอารีย์

    เมื่อดวงอาทิตย์ลับหายไปจากยอดตึก เป็นสัญญาณบอกว่ายามค่ำคืนกำลังเดินทางมาผลัดเปลี่ยนกับช่วงเวลากลางวัน เสียงขบวนรถไฟฟ้าเคลื่อนผ่านแล่นสวนกันเป็นจังหวะสอดประสานกับการก้าวเดินของผู้คนที่ถ่ายเทออกจากอาคารสำนักงาน แล้วกระจายตัวไปยังร้านค้าและที่อยู่อาศัยตามตรอกซอกซอยต่างๆ

    ก่อนที่ฟ้าจะมืดลง แสงไฟถูกเปิดทีละดวงจนสว่างไสว แล้วชีวิตอีกภาคหนึ่งก็ถูกจุดขึ้นพร้อมกับ Lighting Installation AROUND ARI ทั้ง 11 ดวง ที่กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วย่านอารีย์

A ROUND AROUND

    1 ทุ่มตรง วงไฟดวงแรกเปิดขึ้นเพื่อดึงดูดสายตาของผู้คนที่สัญจรผ่านเส้นพหลโยธิน Noble Space ARI เป็นโครงการที่อยู่อาศัยในย่านทำเลทองใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานความเป็นชุมชนผู้ดีเก่าเข้ากับสถานที่ราชการ อาคารสำนักงาน ร้านอาหารหลากสไตล์ ทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มครบครันไว้ด้วยกัน

    ซึ่งหากใครต้องการค้นหาเสน่ห์ของความผสมผสานนี้ เพียงเริ่มออกเดินทางไปตามหา Installation ที่ส่องสว่าง #AroundAri ให้ครบทุกดวงก็พอแล้ว

ลัดเลาะรอบอารีย์

    ด้วยลักษณะผังของย่านอารีย์ที่เป็นบล็อกเดินง่าย ใครที่นั่งรถไฟฟ้ามาก็สามารถลัดเลาะไปตามซอยต่างๆ ถึงกันได้สะดวก ดังนั้นเมื่อออกตัวจาก Noble Space ARI ที่เป็นจุดเริ่มต้นแล้ว เดินข้ามฝั่งมาทางซอยอารีย์เลี้ยวเข้าซอย 1 ตามหา Installation อีกจุดหนึ่งจะพบกับคอมมิวนิตี้แห่งใหม่ A-ONE Ari แหล่งรวมร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น แหลมเจริญโฮมคาเฟ่, Paper Butter หรือเอาใจคนรักสุขภาพด้วยอาหารคลีนร้าน Mr. Flint ไม่หยุดเพียงเท่านั้นของหวานสไตล์วาฟเฟิลฮ่องกงของ KAFFLE ก็น่าโดน ก่อนจะเติมความสดชื่นกับเครื่องดื่มร้าน Coffee No.9 เป็นการปิดท้าย เรียกได้ว่ารวมความหลากหลายทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ไว้ครบครัน จาก A-ONE Ari ไม่ไกลนักมีอีกจุดหนึ่งรอคอยให้ไปค้นพบ ร้าน ฮ Hidden Cafe คาเฟ่สไตล์ลอฟต์ที่ขายอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ ใครที่มานั่งฝังตัวทำงานช่วงบ่ายจิบกาแฟร่วมกับของหวานสไตล์โฮมเมดตลอดทั้งวันแล้วเกิดหิว ก็สามารถฝากท้องมื้อหนักไว้ที่นี่ที่เดียวก็ยังได้

    อารีย์ซอย 2 มีร้านที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มาร่วมกิจกรรม AROUND ARI นี้ด้วย ได้แก่ Tokyo Bike ร้านจักรยานสำหรับคนรักซิตี้ไบค์ลุคคลาสสิกที่สามารถใช้ขี่ในเมืองหรือขี่ออกกำลังกายได้อย่างคล่องตัว ถัดไปอีกไม่กี่ห้องรับรองว่าคนที่ชื่นชอบเสื้อผ้าเก๋ๆ ต้องหลงรัก Gloc มัลติสโตร์ของ 4 ดีไซเนอร์ไทยที่ช่างชวนให้หยิบจับและเลือกซื้อหาเสียเหลือเกิน

    ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กันในซอยเจือจิตร น่าจะเป็นจุดหมายสำหรับคนรักปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นเลยทีเดียว ร้าน Seiniku-Ten ฝังตัวอยู่สุดซอย หากพบกับ Installation แล้ว รับรองว่าจะได้ลิ้มรสเนื้อย่างระดับพรีเมี่ยมสูตรโอซาก้าในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นเลยทีเดียว

    เมื่อมาถึงย่านอารีย์แล้วทุกคนคงรู้สึกเหมือนกันว่าสามารถเดินได้อย่างเพลิดเพลิน เพราะมีร้านสวยๆ ชิกๆ น่ารักน่านั่งคอยดักจนเลือกไม่ถูกไปตลอดทาง รู้ตัวอีกทีก็มาถึงร้าน HERO Izakaya ที่ซ่อนตัวอยู่ก่อนถึงซอย 3 ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะที่ถึงจะมีขนาดเล็ก แต่มีบรรยากาศน่านั่งกินดื่มผ่อนคลายอย่างยิ่ง    

    สีสันยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เดินเข้าไปอีกหน่อย ร้าน SALT ตั้งอยู่หน้าปากซอย 4 พื้นผิวดิบเปลือยโครงสร้างเมื่ออาบแสงไฟตกแต่งในร้านเหมาะสำหรับการนั่งดื่มกินสังสรรค์หลังเลิกงานมาก ส่วนอาหารรับรองถูกใจคนชื่นชอบอาหารฟิวชั่นสไตล์ญี่ปุ่นแน่นอน

    หากร้านอาหารและบาร์หลายรูปแบบเป็นเสน่ห์ที่เชิญชวนให้ผู้คนออกมาแฮงเอาต์ที่อารีย์ยามค่ำคืนแล้ว เมื่อวันใหม่มาถึงก็มีสถานที่ตอบโจทย์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้าน O&B ที่อยู่บริเวณอารีย์ซอย 5 (ฝั่งเหนือ) ซึ่งเป็นจุดหมายของสาวๆ ที่รักรองเท้าและกระเป๋า หากใครได้มาเยือนรับรองว่าไม่สามารถเดินออกไปมือเปล่า เพราะเขานำเสนอกระเป๋ามาให้ช้อปกันทุกสีทุกแบบ ส่วนรองเท้าหนังแกะเองก็ใส่นุ่มสบาย ชอบสไตล์ไหนมีให้เลือกครบครันทั้งรองเท้าแตะ รองเท้าส้นสูง และรองเท้าผ้าใบ

    เดินทางทะลุไปฝั่งถนนพระราม 6 ซอย 30 (อารีย์สัมพันธ์) ก็ยังมีร้านอาหาร เครื่องดื่มเก๋ๆ มากมายเปิดให้บริการ แต่หากมองหาพื้นที่สำหรับเติมแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ Made Here on Earth ซึ่งเปิดเป็น Co-workshop Space พร้อมสนองความต้องการของผู้รักงาน D.I.Y. ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ครบครันให้เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองกัน 

    ส่วนด้านในนั้นยังเป็นที่ตั้ง SA-TI Handcraft Coffee อยู่ในเรือนกระจก ซึ่งนอกจากจะเต็มอิ่มกับบรรยากาศการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งแล้ว คอกาแฟคงไม่อยากพลาดกาแฟเบลนด์ที่ให้รสชาติต่างไปในแต่ละแก้ว และเครื่องดื่มของร้านยังมีความน่าสนใจจากการนำเครื่องเทศมาใช้ให้กลิ่นหอมดึงดูด รวมถึงโฮมเมดไซรัปสูตรพิเศษซึ่งถือเป็นลูกเล่นที่ให้ประสบการณ์ไม่ซ้ำแบบใครจริงๆ

ปลุกความเคลื่อนไหวในวงจร

    เมื่อได้สำรวจไปตามเส้นทางของ Installation AROUND ARI จนครบแล้ว ผัสสะต่างๆ คล้ายถูกปลุกขึ้นมาเพื่อทำความรู้จักกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยรอบย่านอารีย์แห่งนี้ โดยระหว่างทางจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งเป็นเหมือนเส้นที่เชื่อมวงจรของย่านอารีย์ตลอดกลางวันจรดกลางคืน ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและความเคลื่อนไหวของชีวิตเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกับย่านไหน

    แน่นอนว่านอกจากสิ่งก่อสร้างและร้านค้าต่างๆ แล้ว ผู้คนที่หมุนเวียนอยู่ในพื้นที่แห่งนี้เองที่ร่วมออกแบบบรรยากาศ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นในละแวกอารีย์

    ใครที่อยากสัมผัสสีสันที่หลากหลายในพื้นที่แห่งนี้ผ่าน Installation AROUND ARI ลองเดินทางเสาะหาสถานที่ทั้ง 11 นี้ สนุกสนานกับการกินดื่มช้อปปิ้งและถ่ายรูปกับกิจกรรม #AroundAri ได้ ตั้งแต่วันที่ 10-28 พฤษภาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 19.00 - 24.00 น. (หรือตามเวลาทำการของแต่ละร้านที่ร่วมกิจกรรม) และจะให้ดีก็แวะไปร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ Play AROUND ARI ในวันที่ 18-20 พฤษภาคม ที่ลานจอดรถสำนักงานขาย Noble Space ARI ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่ในงานมีการรวบรวม Conceptual Ari Area ถ่ายทอดผ่านร้านค้ากว่า 100 ร้าน พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอย่าง Lipta, Polycat, The Parkinson, Ink Waruntorn และอีกมากมาย ที่จะมาสร้างความบันเทิงตลอดกิจกรรม ผู้ร่วมงานยังมีโอกาสที่จะได้รับภาพวาดจากศิลปินสุดครีเอทีฟแห่งยุคอย่าง Primiita, Slverwater, Nalu, Imimagemonster และ Bibibibeaut โดยมีกติกาการเข้างานง่ายๆ เพียงนำฝากระป๋องหรือหนังสือเก่ามาร่วมบริจาคที่จุดลงทะเบียน

    หากมีโอกาสตามแสงไฟลัดเลาะไปตามเส้นทาง Installation AROUND ARI แล้ว อย่าลืมแบ่งปันมุมมองเฉพาะตัวในแบบของคุณเมื่อได้พบเห็นสิ่งต่างๆ ด้วยแฮชแท็ก #AroundAri ว่าเป็นอย่างไรด้วยนะ


ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/buRTu2

ดุสิตา อิ่มอารมณ์

นักเขียน ผู้ใช้พื้นที่ในเวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ขี่จักรยาน อ่านการ์ตูน เล่นเลโก้ ฯลฯ โดยเชื่อเต็มหัวใจว่าเวลาที่หมดไปกับความรื่นเริงนี้สามารถเติมเต็มชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศุภฤกษ์ ภัทราสิทธิโชค

ช่างภาพผู้สนใจแผ่นเสียง การขี่บิ๊กไบค์ และมนุษย์ต่างดาว