ในขณะที่กรุงเทพฯ กำลังขยายตัวเป็นเมืองที่ใหญ่ขึ้นเพื่อตอบสนองชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์ ทว่าการจัดการระบบต่างๆ ก็ยังไม่พร้อมรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนในเมืองต้องใช้ชีวิตประจำวันไปพร้อมกับปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสาธารณูปโภค การคมนาคม หรือแม้แต่ปัญหาในหน่วยย่อยอย่างครัวเรือนเองก็ตาม ระยะหลังมานี้เราจึงได้เห็นการรวมตัวกันตามย่านชุมชนต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

เจ-มณฑล จิรา คนดนตรีที่ทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ร่วมกับเพื่อน จอน ลอร์ และ คริส ฮวง ได้ก่อตั้งการระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งผ่านแพลตฟอร์ม Asiola ที่ตอนแรกมีจุดประสงค์เพื่อคนสายดนตรี ศิลปะ และแฟชั่น ก่อนจะขยายตัวเปิดโอกาสให้แคมเปญที่มีไอเดียครีเอทีฟหรือไอเดียเพื่อสังคม ทั้งยังช่วยดูแลช่องทางการประชาสัมพันธ์และมาร์เก็ตติ้งของแต่ละแคมเปญเพื่อผลักดันให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในแรงสนับสนุนอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ Asiola ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 แล้วที่เจและทีมงานได้เป็นตัวกลางสานฝันทำให้เกิดแคมเปญดีๆ เพื่อสังคมมากมาย
SC Asset องค์กรผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ที่มีความเชื่อว่าบ้านไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย โดยเล็งเห็นความสำคัญของพลังมวลชนในการพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพ ซึ่งตรงกับแนวทางขององค์กรด้านการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนเริ่มจากการสร้างชุมชนให้น่าอยู่ ดังนั้นเมื่อคนในชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหา สังคมเมืองก็จะเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืน จึงได้ชักชวนผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ มา 'ร่วมกันสร้าง' โปรเจกต์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทย และ Asiola ในฐานะผู้นำด้านการระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งในไทย ก็ได้ตอบรับการเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้าง เพื่อเดินตามความมุ่งมั่นในการเป็นแพลตฟอร์มที่สร้าง #CreativeImpact ให้เกิดขึ้นในสังคม เจตนารมณ์ที่สอดคล้องกันของทั้งสองฝ่ายจึงได้นำไปสู่การร่วมกันผลักดันไอเดียสร้างสรรค์เพื่อวิถีชีวิตที่ยั่งยืนของคนไทยผ่านโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Co-creation for Good Mornings
แคมเปญคราวด์ฟันดิ้งแรกที่ได้รับการสนับสนุนเป็นไอเดียของมูลนิธิ Thai SOS ที่ต้องการแก้ไขวิกฤติอาหารเหลือเกินบริโภคในกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน โดยนำอาหารเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนการทิ้ง ภารกิจ 'รักษ์อาหาร' ของ Thai SOS เริ่มจากเข้าไปรับอาหารจากผู้ร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้สดจากซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนนำไปลดราคาในวันถัดไป รวมถึงอาหารปรุงสุกและขนมคุณภาพดีที่เหลือจากโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำ แล้วนำมาคัดสรรให้ตรงตามโภชนาการก่อนส่งมอบให้ผู้ด้อยโอกาสที่อาศัยอยู่ตามศูนย์ดูแล บ้านอุปถัมภ์ หรือที่พักผู้ลี้ภัย ซึ่ง SC Asset ได้ร่วมระดมทุนในแคมเปญนี้ เพื่อช่วยสมทบทุนงบประมาณการจัดซื้อยานพาหนะ เนื่องจากขณะนี้ยังมีรถบรรทุกห้องเย็นไม่เพียงพอ และเมื่อคำนวณเป็นจำนวนมื้ออาหารที่ผู้ต้องการจะได้รับทุนสนับสนุนดังกล่าวจะส่งต่อมื้ออาหารได้มากถึง 35,000 มื้อเลยทีเดียว
จูน-โฉมชฎา กุลดิลก Head of Corporate Brand แห่ง SC Asset แสดงความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการแก้ปัญหาอาหารเหลือบริโภคอย่างยั่งยืนนี้ว่า "เราต้องการให้คนไทยหันมาใส่ใจปัญหานี้กันมากขึ้น โดยเราจะเริ่มที่ชุมชนลูกบ้านของเราโดยการติดตั้งตู้เย็นส่วนกลาง เพื่อรับอาหารเกินบริโภคตามโครงการที่อยู่อาศัยของ SC Asset เพื่อให้ลูกบ้านมีโอกาสแชร์อาหารคุณภาพดีไปให้ผู้อื่นที่ต้องการ เราเชื่อว่าการสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมควรเริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วจึงจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในระดับสังคมที่กว้างขึ้นได้"
นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่คนตัวเล็กๆ อย่างพวกเราจะสามารถลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่คอมมูนิตี้และสังคม ซึ่งถ้าโครงการนี้ได้ผล ทาง SC Asset, Asiola และ Thai SOS อาจมีแผนการขยายเส้นทางการเดินรถไปยังเส้นทางอื่นๆ ของกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาให้คนเมืองและพัฒนาโครงสร้างทั้งภายในกับภายนอกของเมืองให้ควบคู่ไปด้วยกัน พร้อมกันนี้ แคมเปญ Thai SOS เริ่มเปิดระดมทุนคราวด์ฟันดิ้งในแพลตฟอร์มของ Asiola แล้ว ผู้ที่สนใจร่วมพัฒนาสังคมสามารถเข้าไปร่วมระดมทุนในแคมเปญนี้ได้ที่ Co-creation for Good Mornings
เพราะการพัฒนาเมืองไม่ใช่หน้าที่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในพลเมืองไทย การร่วมแรงร่วมใจถือเป็นหนทางสำคัญที่จะทำให้สังคมดีขึ้น นอกจากจะเพื่อยุคสมัยของเราแล้ว ก็ยังถือเป็นการสร้างรากฐานต่อยอดอนาคตที่มีประสิทธิภาพให้แก่ลูกหลานและคนรุ่นต่อไป เพื่อสังคมไทยในอุดมคติของทุกคน
หมายเหตุ: ผู้ที่สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่
3405 VIEWS |
นักเขียนและกองบรรณาธิการที่พบเจอตัวได้ตามหอศิลป์และร้านหนังสือ ชอบกินแซลมอนและชาบู อยากแก่ไปเป็นคุณป้าใจดีและมีฝูงแมวห้อมล้อม