Guide.kk ศิลปินที่ผสานลายเส้นแบบสถาปัตย์และความเป็นไทย เข้ากับไซเบอร์พังก์ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์

    Guide.kk หรือ ไกด์-กรวิชญ์ กาญจนคูหา คือ นักวาดภาพประกอบ (Illustrator) ชาวลำพูนที่สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยการผสมผสานเอาลายเส้นแบบสถาปัตย์มาผสมกับลายไทย นำความเป็นไทยมาผสมเข้ากับไซเบอร์พังก์ (Cyberpunk) จนเกิดเป็นผลงานเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจที่สุดคนหนึ่งในเวลานี้
    วันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับไกด์และเบื้องหลังความคิดที่อยู่ในงานของเขา
    ไกด์เติบโตมาท่ามกลางงานเซรามิกจำนวนมหาศาลที่ผลิตและออกแบบในโรงงาน ชวนหลงเซรามิก ของครอบครัวที่จังหวัดลำพูน โดยมีคุณพ่อ อุทัยย์ กาญจนคูหา ผู้ได้รับยกย่องให้เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน เป็นผู้ก่อตั้ง ความทรงจำแรกๆ ในวัยเด็กของไกด์จึงไม่พ้นการได้ลองเข้าไปหัดทำเซรามิกในกระบวนการต่างๆ ที่บ้าน 
    อย่างไรก็ตามไกด์บอกกับเราตามตรงว่าตอนแรกเขาไม่ได้สนใจด้านงานศิลปะหรืองานที่บ้านมากนัก อาจจะด้วยความที่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ พอเข้ามหาลัยไกด์จึงเลือกที่จะเรียนต่อในสิ่งที่สนใจคือ การออกแบบผังเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากมองเห็นว่าน่าจะเป็นวิชาชีพที่น่าจะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในเวลานั้น พอจบออกมาเขามีโอกาสได้ลองเข้าไปทำงานด้านอสังหาฯ ในหน่วยวิจัยด้านผังเมือง แต่ก็ไม่ได้ชอบอย่างที่คิดจึงตัดสินใจออกมา
    ช่วงเวลารอยต่อนี้เองที่ความผูกพันด้านงานศิลปะที่เห็นตั้งแต่เด็กๆ เริ่มย้อนกลับมาจนกลายเป็นความสนใจ และทำให้ไกด์ตัดสินใจเดินเข้าหาศาสตร์ด้านศิลปะอย่างจริงจัง
    "ผมเริ่มจากลองหาที่เรียนฝึกพื้นฐานก่อน จนไปเจอคอร์สเรียนที่ศิลปากรที่เปิดรับคนทั่วไป โดยคิดเป็นหน่วยกิต เรียนพร้อมกับนักศึกษาปีหนึ่ง สอง สาม เลย มีวิชาแกนปั้น แกนเพ้นต์ เรียนกายวิภาค พวกวิชาพื้นฐานต่างๆ 
    "แต่วิชาที่สำคัญเลยก็คือ ศิลปะไทย ผมไม่เคยสนใจมาก่อนเลยครับ อาจารย์เขาพาไปวัดต่างๆ เพื่อไปคัดลอกงานจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง วันนั้นทำให้เรารู้สึกว่างานศิลปะไทยมีการคิด มีประวัติศาสตร์ และกระบวนการเบื้องหลังกว่าที่เรารู้เยอะมากๆ แล้วพอผมได้ลองคัดลอกก็ค้นพบว่า ตัวเองชอบงานสไตล์แบบนี้"
    ระหว่างที่เรียนอยู่นั้นเอง ไกด์ก็เริ่มใช้เวลาว่างจากการเรียนมาฝึกฝนพัฒนางานด้านกราฟิกเพื่อใช้เป็นอีกช่องทางในการหารายได้เสริม ในช่วงที่กระแส NFT กำลังมา และลองนำความชอบในงานจิตรกรรมไทยมาใส่ในงานกราฟิกของเขา
    "ผมอยากลองเอาสีในงานจิตรกรรมฝาผนังไทยมาใช้ในงานกราฟิกดูครับ ประกอบกับตอนนั้นผมทำงานแบบไอโซเมตริก (isometric) จากที่เรียนมาฝั่งสถาปัตย์ ซึ่งจริงๆ ในงานจิตรกรรมฝาผนังไทยบางงานก็เป็นไอโซเมตริกเหมือนกัน ผมมองเห็นความสอดคล้องกันของเทคนิคสองศาสตร์ที่เราได้เรียนรู้มา จนออกมาเป็นผลงานแรก หลังจากนั้นไม่นานก็มีงานแข่งประกวดทำแผนที่ย่านศาลาแดงตอนปี 2021 ซึ่งผมได้ที่ 4 ผมไม่ทราบว่ามีคนส่งประกวดเยอะไหม แต่ผมก็รู้สึกแฮปปี้และมีกำลังใจทำให้คิดว่า เรามาทางนี้ได้ งานนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของผมเลยครับ"
    ระหว่างที่ไกด์เรียนด้านศิลปะและฝึกฝนงานกราฟิกไปพร้อมกันนั้นเอง ไทยก็เจอกับโควิด ทุกอย่างล็อคดาวน์ จะไปเรียนก็ไม่ได้ ไกด์จึงตัดสินใจกลับมาบ้านที่ลำพูน และเริ่มมุ่งสู่การเป็นนักวาดภาพประกอบอย่างจริงจัง
    พอตัดสินใจเช่นนั้น ไกด์จึงเริ่มกลับมาพัฒนางานของตนเอง มองหาสิ่งที่ตัวเองชอบรอบตัว หยิบจับมาทดลองใช้ในงานของเขาจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในที่สุด
    "นอกจากความเป็นไทย ส่วนตัวผมยังชอบงานสไตล์ไซเบอร์พังก์ด้วยครับ ก็เลยลองเอามาผสมสานกัน ขณะเดียวกันผมก็เริ่มที่จะออกแบบคาแรกเตอร์ของตัวเองขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก ละครหุ่นกระบอก บวกเข้ากับงานแนวไซเบอร์พังก์ก็เลยตีความเขาออกมาเป็นเหมือนกึ่งคนกึ่งหุ่นยนต์
    "ส่วนเหตุผลที่ผมสร้างคาแรกเตอร์ขึ้นมา จริงๆ แล้วเพราะผมอยากที่จะมีนิยายภาพ (Graphic Novel) ของตัวเองครับ เวลาคิดงานผมเลยเริ่มจากเรื่องราวของตัวละคร เขามีอาชีพอะไร ความสามารถทำอะไรได้บ้าง ต่อมาก็เริ่มคิดจากฉากและสภาพแวดล้อมของตัวละครเรา อย่าง ถ้าถ้าอยู่ในฉากเป็นไทยในโลกอนาคตจะเป็นยังไง ผมเลยหยิบลวดลายไทยมาบางส่วนที่มีความโค้งมาผสมกับลายเส้นสถาปัตย์ที่ส่วนใหญ่เป็นเส้นตรงมาตัด มันจะลดทอนความละเอียดของลวดลายไทยสมัยก่อน แต่ก็ทำให้เกิดสิ่งใหม่จากสิ่งเดิมที่น่าสนใจขึ้นมา"
    ด้วยแนวคิดนี้เอง จึงทำให้เกิดตัวละคร Sinda, Mintra และ Dara ในงานของเขาขึ้นมา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีการผสมสานความเป็นไทย และ ทันสมัยแบบไซเบอร์พังก์อย่างน่าสนใจ และล้วนมีเอกลักษณ์ของตนเอง
    "Sinda คือ ตัวละครแรกที่ผมเริ่มวาดคาแรกเตอร์ครับ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความขี้เล่น ช่างสงสัย เลยชอบทดลองนู้นนี้ ส่วน Mintra เขาจะมีลักษณะขรึมๆ มีความสามารถพิเศษควบคุมแสงสีได้ และ Dara เขาเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับดอกไม้ ชอบเก็บดอกไม้มาเพื่อทำเป็นยาสมุนไพร
    "ผมอยากให้คนเห็นว่าไซเบอร์พังก์แบบนี้ที่มีความเป็นไทยอยู่ด้วยมันก็เป็นไปได้นะ อาจจะไม่ต้องมีเทค หวือหวา ไม่เว่อเกิน เราจะพยายามหาสมดุลในงานให้กลมกลืนกับความเป็นธรรมเนียมดั้งเดิม (traditional) อย่างรูป Dara บินที่เหมือนแสดงอภินิหารบางอย่าง แต่จริงๆ ก็คือ การทำพิธีไหว้ เขาจะเป็นคนที่ชอบเก็บดอกไม้มาทำยา ทีนี้ก็ต้องอนุรักษ์ด้วย เขาก็จะทำพิธีไหว้ขอบคุณเวลาเก็บเสร็จ มีความเคารพธรรมชาติตามคำสอนแบบบ้านเรา"
    ความที่เป็นเด็กสถาปัตย์เรียนด้านออกแบบมา ทำให้งานของไกด์นอกจากจะมีความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์จากการผสมผสานความเป็นไทยกับไซเบอร์พังก์แล้ว ของต่างๆ ที่เราเห็นในภาพของเขายังมีการออกแบบไปถึงฟังก์ชันอีกด้วย
    "ผมชอบเอางานไทยมาทำเป็นโปรดักต์ แล้วออกแบบให้มีฟังก์ชันอะไรสักอย่างด้วยครับ เหมือนเสริมเทคโนโลยีช่วยตัวละคร อย่าง Dara จะเห็นว่าเขามีองค์ประกอบเป็นหมวกที่หยิบเอาทรงแบบไทยดั้งเดิม แต่ที่หัวของเขาผมออกแบบให้เป็นเสาเรดาร์ไว้ช่วยตรวจจับหาดอกไม้ที่เขาต้องการว่าอยู่ที่ไหน"
    การดูงานของไกด์จึงไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังมีรายละเอียดน่าสนุกจากการได้เห็นเบื้องหลังความคิดการออกแบบฟังก์ชันที่เป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครและฉากของเขา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่เขามีความตั้งใจอยากที่จะพัฒนาออกมาเป็นสินค้าแบรนด์ของตัวเองอีกอย่าง รวมไปถึงสิ่งของและตัวละครในบางภาพที่เขาหยิบเอามาใช้ทักษะปั้นทำออกมาเป็นงานเซรามิกเช่นกัน
    งานภาพของไกด์ทุกชิ้นจึงไม่หยุดอยู่แค่การเป็นภาพ แต่มีความคิดที่จะต่อยอดพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งไกด์เล่าให้ฟังว่าได้อิทธิพลความคิดนี้มาจากคำสอนของคุณพ่อ
    "จากการเห็นคุณพ่อทำงานมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ผมได้เรียนรู้ครับว่า เราต้องไม่หยุดอยู่กับที่ ต้องพัฒนาคอยเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เดิมทีคุณพ่อเริ่มจากลวดลายงานสังคโลก แล้วพัฒนาลวดลายจากนั้นนี้มาผสมผสานเพิ่มเข้าด้วยกัน งานเซรามิกของพ่อยังไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นเครื่องถ้วยภาชนะ แต่ยังขึ้นเป็นรูป เป็นตัว เป็นงานศิลปะ งานของแกจึงมีการพัฒนาอยู่ตลอดจนถึงวันนี้เลยครับ
    "ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ คุณพ่อยังสอนผมถึงเรื่องความอดทน ยิ่งทำงานพวกเซรามิกยิ่งต้องมีความอดทน เพราะกระบวนการมันเยอะ ซับซ้อน บางทีเผาแล้วแตกทั้งเตาก็มี ก็ต้องปรับปรุงเริ่มต้นใหม่ การจะพัฒนาหรือทำงานอะไรก็ตามจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีความอดทน นี่เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากคุณพ่อ"
    งานของไกด์จึงไม่เคยหยุดนิ่ง หรือหยุดแค่การเป็นภาพวาด แต่ยังพัฒนาไปสู่งานที่เขาใช้ทักษะออกแบบและศิลปะที่มีเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างสรรค์เมืองให้กับลำพูนบ้านเกิดของเขา ล่าสุดเขายังหยิบเอาตัวละคร Heavy Jack ที่เป็นม้าที่เขาจินตนาการต่อยอดจาก ม้านิลมังกร ที่เกิดจากการผสมระหว่างม้ากับมังกร ว่าถ้าสามารถผสมผสานได้มากกว่านั้นจะเป็นอย่างไร จนเกิดเป็นโปรเจกต์ชิ้นงานศิลปะสะสม (Art Collectable) ที่เป็นงานเซรามิกไม่ซ้ำกันสักตัว โดยเขาหยิบเอาเทคนิคทางเซรามิกต่างๆ ของที่บ้านมาทดลองและต่อยอดจนเกิดเป็นม้าลักษณะน่าสนใจต่างๆ
    "ท้ายที่สุดผมหวังว่า งานของผมจะช่วยทำให้คนได้เห็นว่า ความเป็นไทยมันสามารถต่อยอดไปแบบนี้ก็ได้นะ งานเซรามิกก็ทำให้น่าสนุกขึ้นได้นะ ถ้างานของผมสามารถไปสู่สายตาทั่วโลกได้ก็ดีครับ เพราะนอกจากงานของเราจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว เขาก็จะได้รู้จักความเป็นไทยผ่านงานของผมด้วยเช่นกัน"
Favorite Something
  •   Dune, Bladerunner, Madmax, Akira, Mononoke
  •   Slipknot, Rammstein, Babymetal, Jamiroquai, Daftpunk, Lady Gaga, Hatsune Miku, Ringo Sheena
  •   The Icecream Man, Matilda, Frankenstein, The Death and Life of Great American Cities
  •   Conan O' Brien