ปั๋น Riety - บทสนทนาที่ว่าด้วยการเติบโต การงาน และการใช้ชีวิต

    ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อน ชื่อของ ปั๋น-ดริสา การพจน์ หรือ Riety คงได้รับการจดจำในรูปแบบศิลปินที่วาดรูปผู้หญิงกึ่งสมจริงกึ่งแฟนตาซี และได้ทำงานกับหลายแบรนด์ดังจนเรียกได้ว่าเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

    ถัดมาเมื่อปีที่แล้ว ชื่อของเธอเป็นที่สนใจของมวลชนจากนิทรรศการ Vein/Vain ที่หญิงสาวใช้เลือดเป็นหนึ่งในอุปกรณ์การวาดภาพ นอกจากความสวยงาม การทดลอง และแอบน่ากลัว นิทรรศการนี้ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมกับความสะอาด กลายเป็นวาระแห่งชาติที่เกิดข้อโต้เถียงกันใหญ่โต

    ก่อนหน้านั้นปั๋นเริ่มรับบทบาทอื่นอย่างงานแสดง ซึ่งงานที่ทำให้เธอคุ้นหน้าคุ้นตาใครหลายๆ คนคือ โฆษณาไวรัลของบริษัทประกันชีวิตเจ้าหนึ่งที่ยอดวิวทะลุหนึ่งล้าน หลังจากนั้น 'นักแสดง' ก็กลายเป็นหนึ่งในงานที่เธอทำ ครบ 1 ปีที่ทำงานด้านนี้มา เธอรับงานแสดงไปกว่า 30-40 ชิ้น

    ตอนนี้เราจึงไม่อาจระบุชี้ชัดได้ว่าปั๋นเป็นอะไรหรือทำอะไรได้สักอย่างหนึ่ง เพราะเธอยังทำงานศิลปะอยู่ และรับงานแสดง ทำงานเบื้องหลัง ออกแบบฉากในมิวสิกวิดีโอ และพ่วงบทบาทนักสร้างคอนเทนต์แนว Edutainment ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้เธอก็ทำแบรนด์เครื่องเขียนเป็นของตัวเองด้วย

    ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเธอในด้านไหนก็ตาม ลองทำความรู้จักกับเธอในมุมอื่นเพิ่มอีกนิด แล้วจะพบว่าหญิงสาวคนนี้มีอะไรอีกมากที่น่าสนใจไม่น้อย

จากหลังผืนผ้าใบสู่หน้ากล้อง

    ปั๋นทำงานวงการศิลปะมาแล้วกว่า 10 ปี โดยเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยแอนิเมเตอร์ ที่ต้องวาดให้เหมือนคนที่อีกฝั่งกำหนดให้ เรียกว่าเป็นงานสายคอมเมอร์เชียลที่ไม่มีตัวตนของเธออยู่เลย ก่อนจะทำงานเป็นตัวเองได้ครึ่งหนึ่ง แบรนด์อีกครึ่งหนึ่งตอนช่วงมหาวิทยาลัย เมื่อเธออิ่มตัวกับส่วนนี้จนอยากทำงานที่มีความเป็นตัวเองเต็มที่ขึ้นมา นิทรรศการ Vein/Vain จึงถือกำเนิดขึ้น ทำให้เธอพาตัวเองจากการวาดภาพประกอบไปใกล้กับ fine art มากขึ้น

    สำหรับวงการบันเทิง ก่อนขยับตัวเองออกมาจากโลกศิลปะเพื่อลองก้าวเข้าสู่โลกการแสดง เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความสามารถอื่นนอกจากวาดรูป เพราะทำอยู่อย่างเดียวมาตลอดชีวิต กระทั่งได้ทำงานวาดภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์และมีผู้กำกับเห็นแววจึงชวนไปเล่นโฆษณา

    หญิงสาวทำงานวงการนี้เต็มตัวได้ประมาณ 1 ปี แต่ก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้ฝั่งศิลปะ ซึ่งเมื่อเราถามว่าเธอชอบการได้รับการจดจำแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่างตัวตนหรือผลงาน เธอก็ยิ้มกว้าง

    "จริงๆ ปั๋นแค่ชอบทำงาน แล้วเหมือนเราทั้งชอบแสดงและวาดรูป รู้สึกแค่อยากตอกบัตรไปทำงาน อยากให้ชีวิตมีเครื่องการันตีว่าเราตื่นมาจะได้วาดรูปและแสดง ถ้าเป็นแบบตอกบัตรออฟฟิศก็ดี จะได้ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่สายงานที่ปั๋นทำอยู่ มีงานไม่ได้ถ้าคุณไม่ได้รับความนิยม ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องพรีเซนต์ให้คนจำเราได้ จำงานเราได้ เพื่อได้รับความนิยมชมชอบจากสังคม แต่ไม่ได้ชอบการถูกจดจำได้หรืออะไร มันแค่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ ไม่งั้นก็ไม่มีงานที่คุณอยากทำ"

    อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปั๋นตัดสินใจรับงานแสดงคือ เธอรู้สึกว่าตัวเองถึงจุดสูงสุดของการทำงานที่ตัวเองตั้งไว้เร็วมาก อย่างตอนอายุ 23 เธอได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Shiseido ราคารับงานจึงดีดขึ้นสูงมาก

    "เรารู้สึกว่าศิลปินที่จะเรียกเงินจากงานขนาดนี้ได้ มันมีไม่เยอะ ลูกค้ามีไม่เยอะ เริ่มจะตันแล้ว และงานศิลปะเป็นเทรนด์ มีเทรนด์ฮิตสัก 8-9 ปีก็ดับ เรามาถึงจุดที่จะข้ามกำแพงให้สูงกว่านี้ไปอีกขั้นยากมากๆ มีโอกาสเป็นไปไม่ได้ แล้วเราอายุ 23 เหมือนมาถึงสุดทางตันตั้งแต่อายุเท่านี้ ทำยังไงเราถึงวาดรูปได้ต่อไป โดยไม่ต้องไปฝ่ากำแพงการเป็นศิลปินแห่งชาติ เลยคิดว่าต้องให้คนจำเราในฐานะเราได้มากขึ้น แล้วก็รู้ว่าอาวุธที่เรามีอีกอย่างคือ หน้าตา ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่อยากโชว์ เพราะไม่อยากให้คนบอกว่าเป็นนักวาดที่ขายหน้าตา เราให้คุณค่าคนที่ความสามารถมากๆ แต่ ณ ตอนนั้นเราต้องลดอีโก้ลง ไม่งั้นเราจะไม่ได้ทำงานที่ชอบ สุดท้ายงานตัน คนจ้างน้อยลง เราก็ต้องไปทำกราฟิกอินเฮาส์หรือทำอะไรที่ไม่อยากทำ ถ้าเราอยากทำสิ่งนี้ต่อไป ก็ต้องอย่างนี้แหละ"

ศิลปินนักสร้างคอนเทนต์

    ถ้าเป็นเมื่อก่อนชีวิตในหนึ่งวัน ปั๋นใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งไปกับการวาดรูป แต่พอมีโอกาสทำงานแสดงออกกองถ่ายมากขึ้น เธอมีเวลาให้กับงานศิลปะน้อยลง ทว่าระบบการจัดการความคิดที่ไปครูพักลักจำจากทีมกองถ่ายมากลับทำให้เธอวาดรูปได้เร็วและดีขึ้น นี่อาจเป็นข้อดีของการขยับไปทำงานสายอื่นบ้าง

    นอกจากผลงานภาพวาดที่เป็นผลิตผลจากการลงมือวาดแต่ละครั้งแล้ว ปั๋นมักทำคลิปสอนวาดภาพระบายสีลงในแชแนลยูทูบของตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งกระบวนการคิดคอนเทนต์ของเธอจะตั้งต้นจากกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้

    "แชแนลปั๋นออกแบบมาเพื่อคนที่ทำงานและเรียนไปด้วย ลูกค้าปั๋นคือชนชั้นกลาง มีการศึกษา อายุ 18-24 ดังนั้น ปั๋นอยากทำคอนเทนต์ที่เขาเปิดดูไปเรื่อยๆ ตอนทำงานแล้วไม่กวนประสาท สังเกตได้ว่าคลิปปั๋นไม่มีซาวนด์เอฟเฟกต์แรงๆ เลย จะใส่เพลงให้ดูผ่อนคลาย เบาๆ บวกกับตัวเราเองก็ไม่ใช่คนมีคาแรกเตอร์ตึงตัง เราแค่อยากทำคอนเทนต์ที่คนดูดูแล้วสบายใจ มีความสุข เหมือนมีเพื่อน อยากทำคอนเทนต์ที่เป็นเอดูเทนเมนต์ เพราะเราก็ชอบดู"

    เอดูเทนเมนต์ เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นความสนุกสนานเพลิดเพลิน และได้รับความรู้ควบคู่กันไปจากการผสมผสานสื่อที่หลากหลาย โดยมีการดัดเนื้อหาภายในให้เหมาะสมกับผู้ชมด้วยการใส่กราฟิก ภาพ แสง เสียง สี ที่เร้าใจ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้ ซึ่งถ้าติดตามโซเชียลมีเดียของปั๋นสักหน่อย คงเห็นว่าไม่ว่าจะอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก หรือยูทูบ เธอก็มักทำคอนเทนต์และนำเสนอให้เหมาะสมกับช่องทางนั้นๆ อย่างฉันเองก็ชอบตามอ่านสตอรี่ในอินสตาแกรมปั๋นบ่อยๆ เพราะเธอมักหาเรื่องราวเกร็ดความรู้สนุกๆ มาย่อยให้อ่าน

    และถ้าเปิดดูแชแนลยูทูบของเธอตอนนี้ คอนเทนต์ประเภทสอนวาดรูป ลงสี และทริกต่างๆ ก็ดูง่าย แถมมีที่มาที่ไปของประเด็นที่เธออยากนำเสนอ ยกตัวอย่างคลิปฝึกลงสีผิวคน ที่เธอไม่ได้สอนแค่ลงสีผิวเลย แต่ยังอธิบายถึงที่มาของสีผิวคนหลายชาติพันธุ์ด้วย

    ส่วนคลิปที่ได้รับความนิยมสูงมากและฉันรู้สึกว่าเธอผสมผสานกระแสกับการทำคอนเทนต์ได้ดีมากๆ คือ คลิปวิเคราะห์องค์ประกอบมิวสิกวิดีโอเพลง Kill This Love ของวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี Blackpink ที่แม้ปั๋นไม่ได้มีความสนใจแวดวงนี้มาก่อน แต่ก็เล็งเห็นถึงการนำป๊อปคัลเจอร์มาจับกับองค์ประกอบศิลป์และนำเสนอเป็นความรู้ออกมา ซึ่งในอนาคตเธอตั้งใจจะทำคลิปประเภทนี้ออกมาอีก แต่อาจเป็นเรื่องของภาพยนตร์หรือสื่ออื่นๆ เพื่อความหลากหลายและทำให้คนเข้าถึงความรู้ทางศิลปะง่ายขึ้น

    อีกส่วนหนึ่งของคลิปในแชแนลคือ คอนเทนต์ประเภทไลฟ์สไตล์ที่ช่วงหลังๆ กลายเป็นเทรนด์ที่เพิ่มขึ้นมาก ปั๋นเองก็ทำเป็น VLOG ตามติดชีวิตตัวเองในหนึ่งสัปดาห์ รีวิวสกินแคร์ และ 50 facts ที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับตัวเธอ เป็นต้น

    "เราวางคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์สลับวาดรูปอยู่แล้ว อัตราส่วน 1:3 คือไลฟ์สไตล์ 1 วาดรูป 2 เพราะคอนเทนต์วาดรูปถ่ายยากทำยาก ใช้เวลามากเกินไป คอนเทนต์วาดรูปใช้เวลาประมาณเดือนหนึ่ง ในขณะที่วิดีโอพูดๆ อาทิตย์เดียวตัดเสร็จ ฉะนั้น ต้องสลับกันอยู่แล้ว เพราะอัลกอริทึมของยูทูบคือต้องลงคลิปบ่อย หนึ่งคลิปต่ออาทิตย์ก็น้อยเกินไปแล้ว แต่เพื่อยึดผู้ชมไว้ต้องปรับให้เป็นแบบนี้" 

    ฉันค่อนข้างแปลกใจกับการที่เธอศึกษาธรรมชาติของแพลตฟอร์มที่ใช้เป็นอย่างดี แม้จะรู้มาบ้างว่าเธอเป็นคนเนิร์ดและชอบเทคโนโลยีก็ตาม

    "ปั๋นวางแผนการลงคอนเทนต์ในแต่ละแพลตฟอร์มโดยอิงอัลกอริทึม เช่น การสุ่มบทความ ดูเทรนดิ้ง คือเราเสิร์ช Google Trends เพื่อคิดว่าจะต้องตั้งชื่อบทความว่าอะไร อย่าง water color ว่าเขาเสิร์ชสะกดแบบไหนมากกว่ากัน แล้วค่อยเอาไปตั้งชื่อ" หญิงสาวหัวเราะ คงเพราะฉันทำหน้าอึ้งๆ กับความเนิร์ดของเธอ เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอคนเปิดดูกูเกิลเทรนด์นี่แหละ

ช่วงเวลาของตัวเอง

    เมื่อไม่นานมานี้ ปั๋นโตขึ้นอีกขั้นด้วยการทำแบรนด์เครื่องเขียนของตัวเองในชื่อ Tragic Existance โดยมีคอนเซปต์ที่ว่างานทุกชิ้นเกิดจากความคับแค้นในการเกิดมาและต้องดำรงอยู่ในโลกใบนี้ ซึ่งเธอได้วางขายงานแรกใน Caramarket และได้ผลตอบรับดีมากจนขายหมดอย่างรวดเร็ว

    "ปั๋นทำงานให้แบรนด์อื่นๆ มาตลอด แล้วเวลาทำต้องมีการแก้แบบต่างๆ นานา สั่งสมประสบการณ์มาประมาณหนึ่งก็อยากปล่อยของ ถึงจุดหนึ่งที่เรามีชื่อเสียงมากพอ ก็ทำเครื่องเขียน เพราะเวลาคนจะซื้ออะไรสักอย่าง เขาต้องมีความเชื่อมั่นในคนทำสิ่งนั้น คนซื้อครีมเน็ตไอดอลเพราะเชื่อว่าจะหน้าใส คนจะซื้อของที่เราทำเพราะวาดรูป ซึ่งโปรดักต์เราหลากหลายมาก เป็นช่วงสำรวจตลาด คือทำน้อยๆ ก่อน ถ้าอันไหนเวิร์กค่อยไปต่อ ตอนนี้มีกระเป๋าสตางค์ กล่องดินสอ เครื่องประดับ สติกเกอร์ สมุด และอยากไปให้ถึงดินสอ พู่กัน หรืออุปกรณ์การวาดรูปที่เป็นการวาดรูปจริงๆ แต่ของพวกนั้นต้องมีความต้องการมากประมาณหนึ่ง แบรนด์ต้องใหญ่ถึงจะผลิตของพวกนั้นได้ เลยเริ่มจากของน่ารักกุ๊กกิ๊กก่อน"

    แม้เวลาของปั๋นในแต่ละวันจะน้อยเต็มที แต่เธอก็ยังสามารถเจียดเวลามาออกแบบและจัดการด้านโปรดักชันของแบรนด์ตัวเองได้ ทักษะการจัดการเวลาจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อคุณไม่ได้มีเพียงอาชีพใดอาชีพหนึ่ง

    ตอนนี้ปั๋นบอกว่าเธออยู่ในช่วงขาขึ้น หลายๆ คนไม่ว่าคนทั่วไปหรือคนจ้างงานต่างยังนึกถึงเธออยู่ แต่พอช่วงเวลานี้หมดลง เธอคงเปลี่ยนตัวเองเป็นสายผลิตคอนเทนต์เต็มตัวและไปอยู่ต่างประเทศแทน

    ในอนาคต หญิงสาวมีความใฝ่ฝันอยากเขียนหนังสือ และลองกำกับงานสักชิ้นออกมา ส่วนแง่คอนเทนต์ เธออยากทำพอดแคสต์เพิ่มเติม เพราะวันๆ หนึ่งเธอใช้เวลาในพาหนะการเดินทางไปไม่น้อย ถ้าได้ใช้เวลานั้นให้เกิดประโยชน์คงจะดี แถมในหัวยังมีเรื่องอะไรอีกมากมายที่อยากสื่อสารเต็มไปหมด

    แม้ว่าการงานตอนนี้จะเทไปที่การทำคอนเทนต์และการแสดงค่อนข้างมาก แต่ศิลปินสาวก็ยังไม่ทิ้งการวาดรูปไป ใครที่รอชมนิทรรศการใหม่ของเธอ เดือนตุลาคมนี้คงได้ชมกัน 

    ก่อนจากกัน ปั๋นในขวบวัย 20 ปลายๆ ยังมีพลังและความสุขกับการทำงานอย่างเต็มที่ หลายครั้งแฟนคลับที่เป็นรุ่นเด็กๆ มักมาขอคำปรึกษาทั้งปัญหาการเรียนและชีวิต บางคนอยากเป็นแบบปั๋น เพราะเห็นเธอประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังวัยรุ่น แต่ศิลปินสาวคนนี้ก็ส่ายหัว และบอกว่าทุกอย่างมีราคาค่างวดที่ต้องแลกมา

    "อาจต้องยอมรับว่าคนเราไม่สามารถทำทุกอย่างในชีวิตได้ การที่คุณจะเก่งเรื่องแบบนี้อาจต้องเสียสละอะไรบางอย่างในชีวิตไป อย่างเราก็เสียสละครอบครัว ความสัมพันธ์ และชีวิตส่วนตัว ตลอดเวลาคือทำงาน คุณพร้อมที่จะเสียสละอะไรแบบนี้ไหม หรือถ้าไม่อยากเสียสละอันนี้ คุณพร้อมเสียสละงานหรือเปล่า อย่างเราชีวิตงานดี แต่ชีวิตส่วนตัวแทบไม่มี" น้ำเสียงปั๋นจริงจัง ฉันเหลือบมองกระเป๋าใบใหญ่ที่บรรจุชีวิตขนาดย่อมของเธอ นั่นคงเป็นหลักฐานชั้นดีที่บอกว่าเธอเดินทางและทำงานข้างนอกบ่อยเหลือเกิน

    ขณะที่ฉันกำลังเตรียมตัวเก็บของ หญิงสาวตรงหน้าก็ขอฉันพูดอะไรสักอย่าง

    "เราอยากพูดอีกเรื่องหนึ่งคือ คนชอบติดภาพเราเป็นเพอร์เฟกต์เกิร์ล เราเลยอยากพูดเรื่องเทาๆ หรือทำคอนเทนต์อย่างการไปคาราโอเกะ ทำตัวกรังๆ กินเหล้า เพราะอยากให้คนรู้ว่าการเป็นคนเก่งไม่จำเป็นต้องไปในทางตรงเสมอไป ไม่ต้องเรียนดีทำคะแนนดีก็ได้ มันมีหลายแบบ อยากให้คนยอมรับในความหลากหลายของคนอื่น"

    เธอยิ้ม ดวงตาแสดงความแน่วแน่ ฉันพยักหัวรับปากว่าจะส่งต่อสารนี้ให้ และถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ได้ ปั๋นก็คงสมความตั้งใจที่อยากบอกคุณแล้ว

Favorite Something
  •   Hotel Rwanda (2004), Big eyes (2014), Marie Antoinette (2006), Leon the Professional (1994)
  •   Aurora, Julian Winding, Cigarette after sex, Grim
  •   Perfume, horrible history, American Kingpin, Virgin Suicide
  •   Mark ryden, Demien Hirst, Caravaggio

เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา

นักเขียนและกองบรรณาธิการที่พบเจอตัวได้ตามหอศิลป์และร้านหนังสือ ชอบกินแซลมอนและชาบู อยากแก่ไปเป็นคุณป้าใจดีและมีฝูงแมวห้อมล้อม