นิกโก (Nikko) ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) เป็นเมืองมรดกโลกยูเนสโก (UNESCO) ที่มีชื่อเสียงเรื่องศาลเจ้าเก่าแก่และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ นิกโกอยู่ห่างจากโตเกียวไม่มากนัก เดินทางเพียงไม่เกิน 2 ชั่วโมงเท่านั้น นิกโกอาจเป็นเมืองท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่คนไทยอาจยังไม่คุ้นมากนัก แต่ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองสำคัญของชาวญี่ปุ่นเลยทีเดียว
ทีม happening ขอคัดสรร 5 จุดหมายปลายทางจาก 'อุ่นอุ่น เบาเบา กับเรื่องเล่าจากนิกโก' หนังสือเล่มเล็กของ หยก-วรรณวนัช บูรพาเดชะ (เจ้าของผลงานหนังสือ ญี่ปุ่นอุ่นอุ่น และ วันเวลาในคางาวะ) และ น้ำตาล-กรวรรณ หมั้นทรัพย์ (เจ้าของคาแรกเตอร์ 'เบาเบา' แห่ง Studio Cantalove) มาให้นักเดินทางได้ทำความรู้จักกันในครั้งนี้ โดยทั้ง 5 พิกัดที่หยิบมาฝากกันนี้ หญิงสาวทั้งสองได้เดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว จึงเป็นนิกโกที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคยมากนัก แต่รับรองได้ว่าน่าประทับใจไม่แพ้การท่องเที่ยวในฤดูใบไม้เปลี่ยนสียอดฮิตแน่นอน

ลานสกีนิกโกยูโมโตะออนเซ็นตั้งอยู่ในพื้นที่ด้านหลังของอุทยานแห่งชาติโอคุนิกโก (Oku-Nikko) บรรยากาศโดยรวมของลานสกีแห่งนี้ไม่พลุกพล่านนัก มีคนมาเรียนสกีกันเป็นกลุ่มๆ เป็นการเรียนแบบจริงจัง ส่วนระดับเบื้องต้นที่อยากเล่นพอสนุก แค่มาไถกระดานเลื่อนหิมะเล่นก็น่าพอใจแล้วล่ะ ว่ากันว่าหิมะที่นี่ละเอียดนุ่มฟูเหมือนกับที่ฮอกไกโด และลานสกีนี้เหมาะกับเด็กๆ ด้วย คนชอบเล่นหิมะแบบเบาๆ ชิลล์ๆ หรืออยากแช่ออนเซ็นต่อหลังจากนั้น เหมาะจะมาปักหลักอยู่ในย่านนี้ยิ่งนัก
มาเล่นที่ลานสกีแห่งนี้เตรียมแค่ถุงมือ-แว่นกันแดด-หมวกกันหนาวมาก็พอแล้วนะ ส่วนชุดแบบกันลมกันหิมะกับรองเท้าเดินหิมะคู่โตๆ มาเช่าที่นี่ได้เลย
วิธีการเดินทาง
จากสถานี Tobu-nikko นั่งรถบัสโบบุมาลงที่ป้าย Yumoto Onsen ได้ ใช้เวลาไม่เกิน 90 นาที
ลานสกีเปิด จันทร์-เสาร์ 09.00-16.00 น. ส่วนวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิด 08.30-16.00 น. (หรือปรับเวลาเปิดตามสภาพอากาศ) และถ้าโชว์ตั๋ว Nikko Pass All Area จะแลกรับตั๋วโดยสารลิฟต์ (เฉพาะขาขึ้น) ได้ 4 ครั้ง

น้ำตกเคกอนในฤดูหนาวสวยและสง่างาม ทั้งนิ่ง ทั้งเคลื่อนไหว ผสมผสานเป็นภาพตรงหน้า น้ำจากทะเลสาบชูเซ็นจิ (Chuzenji) ไหลผ่านกำแพงหินสูง 97 เมตร สายน้ำสัมผัส-กระทบ-และตกลงสู่เบื้องล่าง มันผ่านอะไรมามากมาย ดูนุ่มนวลแต่ก็แข็งกร้าวอยู่ในที สายน้ำที่แข็งตัวบางจุดกลายเป็นบลูไอซ์ (Blue Ice) สวย สงบ และบางทีก็ดูเศร้านิดๆ
ภาพน้ำตกตรงหน้านี้ยากที่จะละสายตา เราสามารถเดินขึ้นเดินลงระหว่างชั้นไปมาได้ (นอกจากลิฟต์ จะมีบันไดให้เดินขึ้นลงเป็นชั้นย่อยๆ) ถ้าโชคดีอาจได้เห็นสายรุ้งในน้ำตกด้วย และสำหรับสายกาชาปอง ที่นี่มีตู้ให้กดของที่ระลึกเป็นหมุดเข็มกลัดเคกอนในสี่ฤดู ร่วง-ร้อน-ผลิ-หนาว ด้วยนะ
วิธีการเดินทาง
จากสถานี Tobu-nikko นั่งรถบัสโทบุมาลงท่ีป้าย Chuzenji Onsen ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
เวลาเปิด-ปิดลิฟต์โดยสาร
มี.ค. - พ.ย เปิด 08.00-17.00 น. / ธ.ค. - ก.พ. เปิด 09.00-16.30 น.
วัยมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 600 เยน / วัยประถมศึกษา 400 เยน / เด็กก่อนวัยเรียน เข้าฟรี


ถ้าให้เลือกไปที่ไหนก็ได้ในนิกโกแค่ที่เดียวก็ต้องเป็นที่นี่เลย 'ศาลเจ้านิกโกโทโชงู' วัดและศาลเจ้าประจำนิกโกที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับยูเนสโกไปแล้วตั้งแต่ปี 1999 หลังจากมีการบูรณะอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ หลายอาคารในศาลเจ้าถูกสร้างขึ้นใหม่ รูปแบบศิลปะและสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าแห่งนี้มีความสวยงามและมีสีสันน่าชมสุดๆ
งานฝีมือของซุ้มประตูโยเมอิมงนั้นตระการตามาก เป็นการรวมเอาประติมากรรมงานแกะสลักไม้รูปทรงสัตว์มงคลและเทพเจ้ากว่า 500 ชิ้นประกอบเข้าด้วยกัน มีการใช้สีทองและสีสันต่างๆ มาผสมผสาน ชวนให้มองได้นานจนลืมเวลา สมกับฉายา 'Sunset Gate' หรือ 'ประตูพระอาทิตย์ตก' (ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฮิกุราชิโนะมง: Higurashi-no-mon) ซึ่งหมายถึงประตูที่สวยงามไม่รู้เบื่อ ชวนให้เราอยู่ชื่นชมความงามได้นานจนถึงช่วงพระอาทิตย์ลาลับ
นอกจากภาพศิลปะอันเลื่องชื่ออย่าง ภาพลิงสามตัวปิดตา-ปิดหู-ปิดปากแล้ว จุดไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ของที่นี่ก็คือ งานศิลปะไม้แกะสลัก 'แมวหลับ' (Sleeping Cat หรือ Nemuri-neko) ผลงานของ ฮิดาริ จินโกโร (Hidari Jingoro) ศิลปินเรืองนามในยุคเอโดะ การนำแมวมาเป็นภาพประดับในศาลเจ้าถือว่าล้ำยุคและแปลกตา ที่เก๋คืออีกด้านหนึ่งของซุ้มประตูที่ติดภาพแมวหลับไว้มีงานแกะสลักรูปนกกระจอกคู่หนึ่งอยู่ด้วย เป็นนกคู่ที่ดูมีความสุข การตีความงาน 2 ชิ้นที่จัดวางประกอบกันไว้นี้ลึกซึ้งทีเดียว เพราะเป็นการสะท้อนสภาพสังคมในช่วงเวลานั้น …เพราะบ้านเมืองร่มเย็น แมวถึงได้นอนหลับสบาย ไม่ไล่ล่านกกระจอก ทำให้นกกระจอกสุขสงบร่าเริง
วิธีการเดินทาง
จากสถานี Tobu-nikko นั่งรถบัสโทบุมาลงที่ป้าย Shinkyo ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
ช่วง เม.ย.-ต.ค. เปิด 09.00-17.00 น. /พ.ย.-มี.ค. เปิด 09.00-16.00 น. / เด็กก่อนวัยเรียนเข้าฟรี เด็กช้ันประถมฯ และมัธยมฯ ต้นมีค่าเข้า 550 เยน ส่วนวัยต้ังแต่ชั้นมัธยมฯ ปลายขึ้นไปมีค่าเข้า 1,600 เยน


บริเวณริมแม่น้ำซาวากุจิ (Sawaguchi Riverside) ย่านยุนิชิกาวะออนเซ็นในอุทยานแห่งชาตินิกโก จะจัดเทศกาลคามาคุระ ยุนิชิกาวะออนเซ็น (Yunishigawa Onsen Kamakura Snow House Festival) กันในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ในช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะพิเศษตรงที่บริเวณริมแม่น้ำจะมีการจุดเทียนในบ้านหิมะจิ๋วๆ กว่า 100 หลัง บ้านหิมะเรียงเป็นทิวแถวลดหลั่นไปตามทิวทัศน์สูงตำ่ ในบ้านหิมะหลังเล็กมีแสงสว่างสีทองเรืองรองอยู่ข้างใน จากช่วงเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า สู่แสงโพล้เพล้ และสุดท้ายความมืดมิดเข้าแทนที่ แสงเทียนที่กระจ่างชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกอุ่นอุ่นในใจเหลือเกิน
วิธีการเดินทาง
นั่งรถไฟด่วนพิเศษริวาตี้ (Revaty) ในเครือโทบุจากสถานี Asakusa มายังสถานี Yunishigawa Onsen ได้รวดเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย หรือจะนั่งรถบัสมุ่งไปยัง Yunishigawa Onsen ก็ได้ โดยนั่งจากสถานี Yunishigawa Onsen สายรถไฟ Yagan (ใช้เวลาประมาณ 25 นาที) แล้วลงที่ป้ายสุดท้าย Yunishigawa Onsen จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที
ไม่มีค่าเข้าชม / เวลาที่จัดกิจกรรมจุดเทียนในบ้านหิมะคือช่วง 17.30-21.00 น.


เที่ยวรอบโลกในวันเดียว! โทบุเวิลด์สแควร์ (Tobu World Square) คือการได้มาเดินเที่ยวรอบโลกในสเกลสถานที่ย่อส่วน เราได้เห็นสถานีรถไฟโตเกียว รู้สึกคึกคักไปกับจำนวนคนจิ๋ว ตื่นเต้นกับโตเกียวโดมที่มีเสียงคอนเสิร์ตดังออกมาจากข้างในอาคาร ได้เจอสนามบินนาริตะในยุคแรกๆ ในนั้นมีเครื่องบินจากบางสายการบินที่ปัจจุบันนี้เราไม่ได้เห็นกันแล้วขับวนในรันเวย์ …สถานที่หลายๆ แห่งและทุกๆ ดีเทลของที่นี่ทำให้ได้รับพลังความตั้งใจไปเต็มๆ แม้เป็นการจำลองสถานที่มา แต่ที่นี่กลับให้ความรู้สึกของการมีชีวิต
งานจำลองที่โทบุเวิลด์สแควร์ถูกย่อส่วนลง 25 เท่าจากของจริง นั่นหมายความว่าแม้จะถูกย่อให้เล็กลง แต่ก็ยังใหญ่มากพอให้ได้มองเห็นรายละเอียดสวยๆ ทางสถาปัตยกรรมอยู่ สถานที่สำคัญจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลกได้ถูกรังสรรค์ขึ้นภายในพื้นที่ของธีมพาร์คแห่งนี้มากกว่า 100 ชิ้น! ที่เจ๋งมากๆ เลยก็คือบรรดาต้นไม้จำลองเป็นต้นไม้จริงด้วยนะ เลยทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากๆ ทีมงานเขาทะนุบำรุงต้นไม้ได้ดีจังเลย แถมการนำเสนอสถานที่บางแห่งยังมีเสียงประกอบด้วย เราจะได้ยินเสียงเรือเดินสมุทร รถไฟ เสียงผู้คนและเมือง ฯลฯ ทำให้มิติในการรับชมสนุกขึ้นอีก สายถ่ายภาพต้องห้ามพลาดที่นี่เพราะถ่ายภาพสนุก!
วิธีการเดินทาง
นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Tobu World Square ได้เลย เปิดทำการ 09.00-17.00 น. อาจมีวันหยุดในเดือนมกราคมและพฤษภาคม (เพื่อให้ชัวร์เช็กในเว็บไซต์อีกทีนะ) / วัยมัธยมฯ ต้นขึ้นไปมีค่าเข้า 2,800 เยน ส่วนเด็กตั้งแต่ 4 ขวบขึ้นไป - วัยประถมฯ มีค่าเข้า 1,400 เยน
ทั้งหมดนี้เป็นเพียง 5 พิกัดที่ทีมงานเลือกสรรมาให้ทำความรู้จักกันก่อนเป็นการเบื้องต้น สำหรับนักเดินทางที่สนใจอยากไปท่องเที่ยวเมืองนิกโกในฤดูหนาว สามารถติดตามอ่านเรื่องราวและข้อมูลของสถานที่อันน่าประทับใจรวม 15 ไฮไลต์ พร้อม QR Code แสดงพิกัดการเดินทางได้จากหนังสือ 'อุ่นอุ่น เบาเบา กับเรื่องเล่าจากนิกโก' ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ หรือที่ happening shop ทั้ง 3 สาขา หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ ที่นี่


69 VIEWS |
ที่ปรึกษาทีม happening shop, เจ้าของเพจเฟซบุ๊กและหนังสือ 'ญี่ปุ่นอุ่นอุ่น', นักเขียน ช่างภาพโฟโต้บุ๊ก 'Nagasaki Light' และไกด์บุ๊ก 'Kagawa Memories' นอกจากภาพถ่ายและงานเขียน สิ่งที่เธอสนใจเป็นพิเศษคือการนั่งสมาธิและการโปรยมุขไม่ขำ
แห่ง Studio Cantalove เจ้าของคาแรกเตอร์ 'เบาเบา' และถ้อยคำเขียนลายมือเพิ่มพลังที่หลายคนประทับใจ