Inspirative: วงโพสต์ร็อกที่ได้เหยียบแผ่นดินใหญ่

    อินสไปเรทีฟ (Inspirative) คือวงดนตรีแนวโพสต์ร็อกสัญชาติไทย ที่ได้ไปแสดงคอนเสิร์ตในหลายเมืองที่ประเทศจีนมาแล้ว

    วงดนตรีวงนี้ไม่ใช่วงหน้าใหม่ เพราะพวกเขาก่อตั้งวงมาตั้งแต่ปี 2549 มีอัลบั้มและอีพีมาแล้วหลายชุด วงดนตรีวงนี้มีเสาหลักคือมือกีตาร์ นพ-นพนันท์ พานิชเจริญ

    "ผมไปเจอกลุ่มเพื่อนๆ ในวิทยุออนไลน์เยสอินดี้ (Yesindy) ซึ่งตอนนั้นผมเป็นดีเจอยู่ ก็มีดีเจอีกคนที่เขาคิดจะทำเพลงออกมาเป็นคอมพิเลชัน มาชวนให้เราลองทำเพลงด้วย ตอนนั้นทำเสร็จออกมา 2 เพลง ก็ยังไม่มีความคิดที่จะฟอร์มวงขึ้นมา จนเริ่มไปเห็นเพื่อนๆ เล่นสด เราก็เริ่มคันไม้คันมืออยากฟอร์มวงบ้าง" เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของวง ก่อนจะชักชวนสมาชิกอีก 4 คนเข้าร่วม คือ โอ๋-อมรเทพ มาแสวง (เบส), ตั้ม-วุฒิพงศ์ ห่วงเพชร (เปียโน, ร้อง), เอม-สุธาสินี สุวรรณวลัยกร (กลอง) และ เคน-ณัฐตนัย จันจรัสศรี (กีตาร์) ทั้งหมดมาร่วมกันสร้างดนตรีบรรเลงแบบร็อก ที่มีซาวนด์อลังการ ล่องลอย และทรงพลัง ในแนวทางที่หลายคนเรียกกันว่า โพสต์ร็อก พวกเขาสร้างชื่อขึ้นมาในยุคบูมของดนตรีแนวนี้ในบ้านเรา รุ่นไล่ๆ กับวง Afternoon, Goose และ อัศจรรย์จักรวาล และเป็นยุคที่มายสเปซคือพื้นที่อวดผลงานของนักดนตรี แม้ในยุคแรกๆ อินสไปเรทีฟจะไม่ได้โด่งดังมากนัก แต่ก็มีแฟนเพลงจำนวนหนึ่งที่ตามไปฟังพวกเขาเล่นสดตามปาร์ตี้ของผู้จัดอย่าง Mind the Gap และ Dudesweet

    Floating Down Through The Clouds คือชื่ออีพีของพวกเขาในปี 2551 และอีก 2 ปีถัดมา พวกเขาก็มีอัลบั้มเต็มชื่อว่า Memories Come Rushing Up to Meet Me Now

    "อัลบั้ม Floating Down Through The Clouds หรือที่แปลว่า ลอยตกทะลุเมฆ ได้ชื่อมาจากเนื้อร้องของเพลง The Gunners Dream ของ Pink Floyd ที่ฟังจากชื่อดูเหมือนจะเป็นเพลงสบายๆ ก้อนเมฆ ท้องฟ้า แต่เปล่าเลย มันดาร์กมากครับ มันพูดถึงพลทหารที่กระโดดร่มทะลุเมฆลงมาแล้วโดนยิง และกำลังจะตายคาร่มชูชีพ เราฟังแล้วชอบมาก มันเข้ากับดนตรีของเรา เข้ากับคอนเซปต์ของเราที่พูดเรื่องความทรงจำ ซึ่งมันไปประจวบเหมาะอีกครั้งกับเนื้อเพลงที่ร้องต่อมา 'Floating down through the clouds memories come rushing up to meet me now' ที่แปลว่า ความทรงจำย้อนคืนกลับมา มันจึงกลายเป็นชื่ออัลบั้มเต็มในที่สุด"

    ในปี 2558 พวกเขาก็ออกอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ชื่อว่า Mysteriously Awake ซึ่งได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงด้วยดี ขนาดที่เมื่อพวกเขาจัดคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มก็ขายบัตรได้เกลี้ยง แถมพวกเขายังทำอัลบั้มนี้ออกมาจำหน่ายในรูปแบบแผ่นเสียงอีกด้วย

    "เคยได้ยินนักดนตรีชาวอังกฤษเขาพูดว่า ดนตรีโพสต์ร็อกสร้างความเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา เราไม่รู้เลยว่าท่อนต่อไปจะได้เจอกับอะไร ช้า เร็ว หนัก เบา เขาจึงชอบทุกครั้งที่ได้ฟังแนวนี้ ส่วนตัวเราไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นคนถ่ายทอดเรื่องราว เราไม่ใช่นักดนตรีอาชีพ เรามีงานประจำ เพียงแต่พวกเราชอบฟังและเล่นดนตรีที่หาฟังยาก และไม่ใช่เพลงที่คนทั่วไปฟัง เราสนุกในทุกชั่วโมงที่ได้ออกมาเจอกัน มาซ้อมมาเล่นด้วยกัน และเมื่อเราได้เห็นปฏิกิริยาคนฟังที่ส่งมาถึงเราเวลาเล่นสด สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้เรายังอยากเล่นต่อ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือแม้ว่าดนตรีแนวนี้จะทำเงินได้ไม่เยอะ หรือจะไม่เป็นที่นิยมแล้วก็ตาม มันก็ต้องมีอยู่ เหมือนเป็นของชิ้นหนึ่งที่ต้องมีวางอยู่บนชั้นวาง ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในตลาด" นพกล่าวถึงแรงจูงใจในการทำดนตรีของวง

    หลังจากที่สร้างชื่อในบ้านเกิดและได้แฟนขาประจำจำนวนหนึ่ง พวกเขาก็มาค้นพบว่าตัวเองมีแฟนๆ ในเมืองจีนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน โดยเป็นแฟนเพลงที่ติดตามพวกเขาจากโลกออนไลน์ เหตุการณ์นี้มาอยู่ในการรับรู้ของพวกเขาในช่วงปี 2558 ที่วงได้รับอีเมลจากออร์แกไนเซอร์จากประเทศจีนติดต่อให้ไปแสดงคอนเสิร์ตที่นั่น

    "ตอนนั้นเราอยู่ในช่วงเปลี่ยนมือกลองพอดี วงยังไม่พร้อม เลยได้ข้ออ้างบอกปฏิเสธเขาไป เพราะว่าเรากลัวจะโดนหลอก เพราะเราไม่คิดว่าจะมีใครรู้จักเราที่นั่น" นพเล่าให้ฟังแบบเขินๆ "บริษัทที่ติดต่อมา ของใครเราก็ยังไม่รู้เลย และเขาบอกให้ทางวงออกตังค์ไปก่อน พอถึงที่นู่นเขาจะจัดการค่าตั๋วให้ ตอนนั้นเลยกลัว ตัดสินใจไม่ไป ทีนี้เว้นช่วงไปพักหนึ่ง ก็มีติดต่อมาอีก รอบที่สองมีการเปลี่ยนเจ้า ก็รู้สึกว่า เอ๊ะ! มันยังไงแล้วนะแบบนี้... ติดต่อมาตั้งสองรอบ เลยให้ผู้จัดการวงลองเช็กให้หน่อย ก็พบว่าบริษัทที่ชวนรอบนี้โอเค เขามีงบดูแลให้เราทุกอย่าง ทั้งที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทางภายในประเทศ ตอนที่คุยเรื่อง Rider (ลิสต์อุปกรณ์ดนตรีที่วงต้องการ) ทางเขาก็ประสานงานให้ดี ส่งรายชื่อเครื่องดนตรีจากไลฟ์เฮาส์ต่างๆ ที่ทางวงจะไปเล่นมาให้ มันแสดงให้เห็นว่าเขาทำการบ้านดี แสดงว่าเขาจริงจัง เลยทำให้เราอุ่นใจและมั่นใจ เลยตัดสินใจไปทัวร์กันที่จีน"

    รอบแรก พวกเขาแสดงคอนเสิร์ตในไลฟ์เฮาส์ถึง 8 เมือง ได้แก่ ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, หางโจว, อู่ฮั่น, ฉงชิ่ง, เฉิงตู, กว่างโจว และก็ เซินเจิ้น ถือว่าไปคุ้มมากๆ

    "ก่อนไปเราคาดหวังว่าจะมีคนดูที่ละ 20-30 คนก็พอใจแล้ว แต่พอไปถึงมีคนดูเฉลี่ยต่อที่ประมาณ 300-400 คน เยอะสุดก็ 600 คนได้" นพเล่าด้วยความตื่นเต้น

    "แล้วแต่ละคนที่มา เขาเหมือนมาเพื่อดูคอนเสิร์ตจริงๆ ตั้งใจ ไม่คุย ไม่มีออกไประหว่างเล่น เกือบทุกคนที่มาเป็นอย่างนั้นหมดเลย" โอ๋เล่าเสริมด้วยความภูมิใจ "หลังโชว์จบ ช่วงแจกลายเซ็นก็มีโอกาสได้คุยกับพวกเขา ก็เลยได้ทราบว่าพวกเขาติดตามวงของเรากันอยู่แล้ว ชอบเพลงนั้น เพลงนี้นะ เลยทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้มาดูเพราะเป็นแค่วงไทยเลยลองมา แต่เขาเคยฟัง เขารู้จัก เขาชอบ และตั้งใจมาดู มีตอนแจกลายเซ็นที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ที่นั่นเขาจะมีกลุ่มคนฟังโพสต์ร็อกรวมตัวกันมาคอนเสิร์ตทั้งกลุ่ม และทำของขวัญมาให้พวกเรา เป็นสมุดปฏิทินรายวัน ที่พวกเขาออกแบบกันว่าวันนี้จะฟังเพลงโพสต์ร็อกของวงอะไร และในนั้นก็มีชื่อของวงเราอยู่ วันนั้นพี่นพร้องไห้เลย"

    การไปแสดงดนตรีที่เมืองจีนในครั้งนั้น นอกจากจะเป็นจุดเริ่มต้นของการได้ไปแสดงอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนปี 2560 (และน่าจะมีครั้งต่อๆ ไปอีก) ยังเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย

    "หลังจากทัวร์จีน ทัศนคติของคนในวงเปลี่ยนไป เราได้คำตอบแล้วว่า เราเล่นดนตรีเพื่ออะไร" ตั้มกล่าว

    "เล่นเพื่อให้มีชีวิตอยู่..." นพตอบคำถามให้กับตัวเอง

     "ถ้าพูดประโยคนี้ขึ้นมาเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว พวกเราอาจจะไม่รู้สึกอินขนาดนี้" ตั้มเล่าขยาย "ดนตรีมันก็เหมือนเป็นงานอดิเรก เป็นความรัก ความชอบ แต่พอมาถึงตอนนี้ ผมรู้สึกอย่างประโยคที่พี่นพพูดจริงๆ เราเล่นดนตรีเพื่อมีชีวิตอยู่"

    "การไปทัวร์ครั้งนั้นทำผมนึกถึงคำพูดชวนอ้วกที่ว่า 'เล่นดนตรีเพื่อเลี้ยงจิตวิญญาณ' ซึ่งสำหรับผม มันเป็นเช่นคำพูดนี้จริงๆ" นพกล่าวสรุปแล้วยิ้ม

    เสียงดนตรีเป็นเรื่องไร้พรมแดน และบางครั้งมันก็พาเราไปยังที่ที่เราไม่เคยไป ไปพบเจอผู้คนที่เราไม่เคยเจอ

    วงอินสไปเรทีฟเชื่ออย่างนั้นหรือไม่ เราไม่รู้ แต่พวกเขาได้พิสูจน์แล้วว่า มันเป็นความจริง


บทความนี้เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ขนาดยาวของวงอินสไปเรทีฟในนิตยสาร happening 'New Indie' โดย จรัลพร พึ่งโพธิ์ และจากนิตยสาร happening 'Go Inter' โดย อนิรุทร์ เอื้อวิทยา หากสนใจเพิ่มเติม สามารถติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มทั้ง 2 ชิ้นได้ในนิตยสารทั้ง 2 เล่ม


Favorite Something
  •   Shawshank Redemption, Wood Job!, Inception
  •   Sigur Ros , Varou, Minor Victories , The Thief Mew, Comforting Sound
  •   One Piece, Blues, Slamdunk
  •   Pink Floyd, Sigur Ros

วิภว์ บูรพาเดชะ

ผู้ก่อตั้งนิตยสาร happening, บรรณาธิการบริหารนิตยสาร happening, กรรมการบริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (bacc), นักเขียน, นักแต่งเพลง, นักฟังเพลง และนักอ่านตัวยง