'Where doodles know no rules and flow endlessly.' นี่เป็นประโยคแรกที่ต้อนรับผู้ชม เมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ KAMO Gallery พื้นที่อันอุดมไปด้วยความสนุกของเด็กผู้ชายที่ชอบใช้เวลาว่างขีดเขียนเปลี่ยนหน้ากระดาษเป็นโลกของสัตว์ประหลาดในจินตนาการ โดยมีคุณแม่ทำหน้าที่เป็นนักเขียนใกล้ตัวคอยบันทึกความทรงจำไว้ในรูปแบบของภาพและตัวอักษร ตั้งแต่ปี 2008 ในตอนที่เขาอายุเพียง 3 ปีเท่านั้น (สามารถเข้าไปดูผลงานของเขาในช่วงแรกได้ทางนี้ : Kamo Gallery)
แล้วความสนุกที่ได้วาดรูปในแต่ละวันก็ก่อร่างเป็นความต่อเนื่องและพาให้ กาโม่-นัทพล โกมลารชุน กลายเป็นศิลปิน Doodle Art เจ้าของผลงานจากเส้นหมึกเรียบง่าย แต่อัดแน่นไปด้วยรายละเอียดของผู้คน สรรพสัตว์ และสิ่งละอันพันละน้อยที่เขาพบเจอในชีวิตประจำวัน
บางคนอาจคุ้นเคยกับลายเส้นของเขาจากงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note9 (2018) โปรเจกต์แรกที่เขามีโอกาสได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ใหญ่ ก่อนจะขยับขยายไปสู่การทำงานในรูปแบบหลากหลาย ยกตัวอย่าง เช่น การออกแบบ Key Visual ให้ทาง PTT (2022) การออกแบบปกหนังสือ เทวะเทวี ฮินดีที่ได้รู้จัก ของสำนักพิมพ์ Avocado Books และสร้างกำแพง Doodle ขนาดใหญ่ให้กับห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ตลอดจนการนำคาแรกเตอร์ไปอยู่บนรถ Chery ในงาน Motor Expo เมื่อปี 2025 นอกจากนี้ เขายังเป็นหนึ่งในศิลปินที่เคยจัดแสดงงานที่ MOCA Bangkok มาแล้ว ซึ่งภายในนิทรรศการ Future Shapes: Doodle Art Exhibition (2022) เขาได้สร้างห้องขนาดร่วม 50 ตารางและเติมเต็มพื้นที่ด้วยลายเส้นและเรื่องราวส่วนตัว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ที่ผู้ชมจะได้ใช้เวลาสำรวจสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในภาพของเขาอย่างเต็มอิ่ม และยังเคยเป็นหนึ่งในศิลปินที่จัดแสดงผลงานในอีเวนต์ศิลปิน อย่าง Bangkok Illustration Fair, Bangkok Design Week, Hotel Art Fair และ happening 101 art festival มาแล้วด้วย
ล่าสุด ทีม happening ชักชวนกาโม่มาออกแบบ Key Visual ให้กับงาน Munmun happening Art Fest 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ มันมัน ศรีนครินทร์ ภายในห้างซีคอนสแคว์ ศรีนครินทร์ และถือโอกาสนี้ ชวนเขามาพูดคุยถึงการเดินทางในฐานะศิลปิน ในวันที่สะสมประสบการณ์การทำงานมานานกว่า 10 ปี ตลอดจนการบาลานซ์ชีวิตวัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัยที่ขอให้ได้มีวันหยุดออกไปเล่นสนุกเพิ่มขึ้นอีกนิด

ย้อนกลับไป วัยเด็กของกาโม่เติบโตมาในบ้านที่มีคุณพ่อและคุณแม่ทำงานด้านดีไซน์ หนังสือนิตยสารเล่มสวยและนิทานสำหรับเด็ก คือ ของเล่นคุ้นมือที่หยิบจับอย่างคุ้นชิน วันหยุดหมดไปกับการดูหนังเรื่องโปรดกับครอบครัว ก่อนที่ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังผู้รักในการวาดรูป และแอนิเมชั่นวัยเด็ก อย่าง Adventure Time (2010) จะกลายเป็นแรงบันดาลใจแรกที่ทำให้เขาอยากลองวาดรูปดูบ้าง
"ผมโตมาในออฟฟิศที่พ่อและแม่ทำงานด้านกราฟิกดีไซน์และออกแบบเว็บไซต์ จำได้ว่าชอบดูหนังกับพ่อตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็ชอบดูงานที่พวกเขาทำ พอโตขึ้นอีกนิดก็เหมือนเด็กทุกคนที่ชอบวาดรูปเล่น เราเริ่มจากวาดสัตว์ประหลาด จำภาพมาจากการ์ตูนที่เคยดูบ้าง แล้วก็ชอบวาดหุ่นยนต์ งานช่วงแรกจึงมีหุ่นยนต์แปลกๆ"
แล้วหุ่นยนต์ในจินตนาการประกอบร่างเป็น Doodle Art ได้อย่างไร? กาโม่เล่าถึงการเติบโตในลายเส้นของตัวเองว่า "เมื่อก่อนผมชอบวาดตัวการ์ตูนเดี่ยวๆ ไม่ค่อยชอบวาดฉากหลังเท่าไหร่ งานส่วนใหญ่จะแบ็คกราวเป็นสีขาวตลอด มันเริ่มต้นจากเราอยากวาดอะไรก็วาด คาแรกเตอร์ของเราไม่ได้ถูกหลักอนาโตมี่เท่าไหร่ เราทำเพราะสนุกก็เลยวาดมาเรื่อยๆ จนเราได้เห็นงานของศิลปินชาวฟิลิปปินส์ ชื่อ เคอร์บี้ โรเซนส์ (Kerby Rosanes) เขาเป็นนักวาด Doodle เราก็เลยอยากลองวาดงานสไตล์นี้ดูบ้าง พอทำไปทำมาก็พบว่าเป็นแนวทางที่เราทำได้ดี เพราะเป็นงานที่ไม่ต้องร่างไว้ก่อน วาดผิดก็ไม่เป็นอะไร เพราะมันยังมีจุดอื่นๆ ให้เราวาดต่อ แล้วคนก็คงไม่เห็นความผิดพลาดนั้น" เขาหัวเราะ


"พอวาดแล้วสนุก เราก็วาดมาเรื่อยๆ โชคดีที่พ่อกับแม่เก็บกระดาษที่เราวาดไว้เยอะ ประกอบกับแม่เป็นนักเขียน เขาก็เริ่มเอางานของเราไปโพสต์ในบล็อก (Blog) พอมีโซเชียลมีเดียอื่นๆ อย่างไอจี (Instagram) คนก็เริ่มเห็นงานเราจากตรงนั้น หลังจากนั้น คุณแม่ก็เริ่มพาไปออกบูทงานคราฟต์ พาเราออกไปเล่น ไปเจอคน ไปรับวาดรูปสด"
'My first life drawing รับวาดสดครั้งแรกในชีวิต' เป็นชื่อบล็อกที่คุณแม่ของกาโม่เขียนขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2014 เพื่อบันทึกประสบการณ์รับวาดรูปสดของลูกชายเป็นครั้งแรก ในวันนั้นกาโม่วาดรูปให้กับคนในโรงภาพยนตร์สกาล่าไปกว่า 20 คน แถมยังมีออเดอร์กลับบ้านมาอีก 5 ราย รอยยิ้มของกาโม่และผู้คนที่ถูกบันทึกไว้ ทำให้่รู้ว่าก้าวแรกของศิลปินคนนี้เต็มไปด้วยความสนุกเพียงใด
"พอช่วงปอสี่ปอห้าก็เริ่มมีงานจากเพื่อนๆ ของพ่อแม่ เราได้ทำแก้ว ทำเสื้อ หรือเวลามีงานศิษย์เก่าของโรงเรียน เขาก็ให้เราไปวาดรูปเล่นเพราะเอ็นดู แต่งานแรกที่มีโอกาสได้ทำร่วมกับแบรนด์จริงจัง คือ การวาด Key Visual ในงานเปิดตัว Samsung Galaxy Note 9 ที่เมืองไทย พอรู้ตัวอีกที ตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นสิบๆ งานแล้วครับ"


การทำงานร่วมกับแบรนด์ใหญ่ในวัยสิบปีนิดๆ ฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่การเป็นศิลปินที่มีลายเส้นเฉพาะตัวและมีคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานในสายงานนี้อยู่แล้ว ทำให้สร้างสรรค์งานด้วยความสนุกภายใต้ขอบเขตของการทำงานในแต่ละโปรเจกต์ได้เป็นอย่างดี
"ต้องขอบคุณที่พ่อแม่ทำงานด้านดีไซน์เป็นอาชีพอยู่แล้ว เขาจึงเข้าใจสิ่งที่เราต้องทำ ส่วนใหญ่เขาจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำงานกับลูกค้า ทำให้เราเข้าใจว่าลูกค้าเป็นแบบไหน เขาสอนเราคิดงานที่เป็นมืออาชีพ เป็นเรื่องที่โชคดีและน่าอุ่นใจครับ"
ถ้าคุณใช้เวลาค่อยๆ ไล่ดูผลงานของเขาภายในเว็บไซต์ส่วนตัว จะพบว่า เด็กหนุ่มคนนี้ผ่านประสบการณ์การทำงานมาแล้วมากมาย และเคยพาลายเส้นของตัวเองไปโลดแล่นในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโปรดักซ์ขนาดเล็ก อย่าง เครื่องเขียน กระติกน้ำ ร่มกันแดด ฯลฯ ตลอดจนพื้นที่ขนาดใหญ่ อย่าง รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ ตลอดจนกำแพงในร้านอาหารและห้างสรรพสินค้า


เมื่อถามว่า มีงานแบบไหนที่เขาอยากลองทำอีกไหม เขาก็ตอบทันทีว่า "อยากลองวาดรูปบนตึกใหญ่ๆ เคยเห็นศิลปินต่างประเทศต้องใช้เครนในการทำงาน แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เพราะผมใช้เครนไม่เป็น" คำตอบมุ่งมั่นปนเสียงหัวเราะ เผยให้เห็นความเป็นเด็กสมวัย ภายใต้ประสบการณ์ทำงานที่เป็นมืออาชีพ
"เสน่ห์ของงาน Doodle คือ ทุกพื้นที่ในภาพจะมีเรื่องราวอยู่ในนั้น มันสามารถอยู่บนพื้นผิวแบบไหนก็ได้ ผู้ชมจะเริ่มต้นดูจากจุดไหนก็ได้ และเราสามารถต่อเติมเรื่องใหม่ๆ เพิ่มไปได้จนกว่าภาพจะเต็ม"
กาโม่ในวัย 21 ปีเล่าถึงเหตุผลที่เขายังคงทำงาน Doodle มาอย่างต่อเนื่อง ภาพวาดในโปรเจกต์ส่วนตัวของเขามักเริ่มต้นจากสิ่งที่เขาสนใจในแต่ละช่วงวัย ก่อนจะค่อยๆ เติมแต่งจินตนาการจนเต็มหน้ากระดาษ ขณะที่การทำงานร่วมกับแบรนด์ เขามักจะเริ่มต้นจากสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร อย่างในงาน Munmun happening Art Fest เขาได้นำเหล่าแมลงซึ่งเป็นสัตว์ที่เขาชอบ มาผสมผสานกับโลกของงานคราฟต์ จนกลายเป็นผลงานที่ชื่อว่า Tiny Crafty Bug ที่บอกเล่าถึงความหลากหลายของผู้คนในอาร์ตมาร์เก็ตแห่งนี้

จากเด็กประถมที่สนุกกับการวาดรูปทุกวัน เขาในตอนนี้กลายเป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนรู้สิ่งใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ในช่วงวัยนี้ กาโม่มองว่า 'ประสบการณ์' คือสิ่งสำคัญที่สุด และการทดลองทำสิ่งใหม่ อย่าง การจัดอีเวนต์และการเป็นบรรณาธิการของนิตยสารประจำคณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ชื่อว่า เรือนไทย ก็เป็นเรื่องที่เขาให้ความสนใจและกำลังลงแรงอยู่ในโมงยามนี้
"ปีนี้เป็นปีที่เราต้องทำนิตยสารเรือนไทย ผมเคยมีหนังสือเล่มนี้ที่บ้าน เลยอาสาเป็นบรรณาธิการ พอมีเพื่อนๆ มาช่วยกันโยนไอเดีย มันสนุกมากครับ รู้สึกเหมือนกำลังทำสำนักพิมพ์เล็กๆ ด้วยกัน พอได้ทำอีเวนต์และหนังสือกับเพื่อนๆ ก็พบว่า จริงๆ เราชอบทำงานครีเอทีฟ ถ้าเป็นไปได้ วันหนึ่งก็อยากลองเปิด Creative House กับเพื่อนที่ทำงานในสายอื่นๆ ดูบ้างเหมือนกัน"
การพูดคุยกับกาโม่ ทำให้เราเห็นว่า ภายใต้การเดินทางที่ดูเหมือนจะเป็นเส้นตรงในฐานะนักวาดภาพประกอบ เขามีความสนใจที่หลากหลาย และยังคงขยายขอบเขตความเป็นไปได้ของงานตัวเองอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ เขายังเคยใช้เวลาร่วมสองเดือนทำแอนิเมชั่นจากลายเส้นของตัวเอง เพื่อส่งประกวดจนได้รางวัล และสร้างโมเดลของเล่น Student Figure ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวเอง เป็นโปรเจกต์พิเศษสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมากอีกด้วย
.png)

แม้เขาจะพูดอยู่เสมอว่าชอบทำสิ่งต่างๆ เพราะความสนุก แต่การบาลานซ์ระหว่างหน้าที่-ความรับผิดชอบ และการออกไปใช้ชีวิตวัยรุ่น ก็นับเป็นเรื่องใหญ่ที่เขากำลังเผชิญหน้าและใช้เวลาจัดการอยู่ในตอนนี้
"ถ้าทำอะไรแล้วสนุก เรามักจะทำได้ดี บางครั้งถ้าเราเจองานที่ไม่ได้ชอบมาก เรามักจะพยายามมองหาแง่มุมที่เรารู้สึกสนุกในงานนั้น ผมคิดว่า 'วัยรุ่น' เป็นช่วงวัยที่เราสามารถทำอะไรสนุกๆ และไร้สาระโดยไม่รู้สึกผิด เพราะเรารู้ดีว่าหลังจากจบมหาวิทยาลัย เราจะไม่ใช่วัยรุ่นหรือนักศึกษาอีกต่อไปแล้ว จริงๆ เรารู้ตัวว่าเราเป็นคนติดเล่นและวางแผนไม่ค่อยเก่ง แต่การทำงานตั้งแต่เด็ก ทำให้เราคิดเยอะขึ้น ต้องจัดสรรเวลามากขึ้น เพราะงานมันรอเราไม่ได้ เราก็ต้องพยายามบาลานซ์ระหว่างความชอบของตัวเองกับ ความรับผิดชอบในชีวิตครับ
"สำหรับผม การทำงานตั้งแต่เด็กเป็นเรื่องที่ดีมาก โชคดีที่เราเริ่มเร็ว นึกภาพว่า เราเพิ่งมาเริ่มทำงานในวัยนี้ เราคงไม่มีโอกาสเก็บประสบการณ์ได้เท่านี้ ยิ่งรู้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไรเร็วเท่าไหร่ มันก็ช่วยตัดสินใจว่าเราอยากทำอะไรต่อไปได้ ซึ่งผมก็อยากวาดรูปไปเรื่อยๆ เพราะอยากเห็นว่า งานของเราจะไปได้ไกลที่สุดแค่ไหน มันเป็นความสงสัย อยากหาคำตอบให้ได้"

เขาเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพูดต่อว่า "มองย้อนกลับไป ตอนเด็กๆ เราไม่ได้วาดรูปเพราะมีคนติดตาม แต่เราวาดเพราะเราชอบจริงๆ คิดถึงช่วงเวลานั้นเหมือนกันครับ เพราะโตมาเราก็ไม่ค่อยได้วาดรูปเล่นแล้ว ปีนี้ก็เลยมีแพลนว่า อยากจะจัด Solo Exhibition ที่บันทึกความคิดของตัวเองในช่วงวัยนี้ไว้ครับ เพราะมันเป็นภาพที่ตัวเราในช่วงวัยนี้เท่านั้นที่จะวาดได้
"บางทีเราก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่า งานศิลปะเร่งไม่ได้ ถ้าไม่อยากทำหรือขี้เกียจก็ไม่เป็นไร พักไปทำอย่างอื่นบ้างก็ได้ …แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองขี้เกียจนานเกินไปก็พอ" กาโม่ทิ้งท้ายไว้เช่นนั้น
...และนั่นอาจเป็นบทสรุปของการบาลานซ์ระหว่างความสนุกและความรับผิดชอบ ของศิลปินอายุน้อยมากประสบการณ์ที่ยังคงตามหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อให้ตนเองได้เติบโตอย่างสนุกสมวัยเช่นเดียวกับทุกวันนี้
370 VIEWS |
กองบรรณาธิการที่กำลังใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน ชอบคุยกับผู้คน ท้องฟ้า และเสียงดนตรี เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลง ที่บางทีก็ปล่อยให้เพลงฟังเรา
ช่างภาพและนักประสานงานเจ้าระเบียบที่อัพสกิลความละเอียดขึ้นทุกปี กำลังใช้เวลากับเพื่อนสนิทที่ชื่องานเขียนและภาพถ่ายไปพลางๆ ระหว่างรอแก่ไปเจอฝันเล็กจิ๋วอย่างการนั่งชมต้นไม้ในสวนหลังบ้านของตัวเองบนเก้าอี้โยกกับหมาซักหนึ่งตัว