แนะนำ 15 ผลงานศิลปะร่วมสมัย ที่จะทำให้รู้จักภูเก็ต 'นิรันดร์ [กัลป์]' ใน Thailand Biennale, Phuket 2025

    ไทยแลนด์เบียนนาเล่ (Thailand Biennale) คือมหกรรมศิลปะร่วมสมัยที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยทุกๆ สองปี การจัดงานแต่ละครั้งจะมีการเปลี่ยนสถานที่จัดแสดงนิทรรศการไปยังจังหวัดต่างๆ คนรักศิลปะจึงจะมีโอกาสเดินทางไปรับชมผลงานศิลปะยังภูมิประเทศ ทรัพยากร และวัฒนธรรมที่หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด โดยครั้งแรกจัดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ (2561) ก่อนที่จะส่งต่อไปที่จังหวัดนครราชสีมา (2564) ขึ้นเหนือไปจังหวัดเชียงราย (2566) แล้วเลือกมุ่งหน้าลงใต้สู่ Thailand Biennale, Phuket 2025 ครั้งที่ 4 ที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 - 30 เมษายน 2569
    ความพิเศษของ Thailand Biennale, Phuket 2025 สะท้อนอยู่ในผลงานศิลปะของศิลปิน 65 คน จาก 25 ประเทศ ที่จัดแสดงอยู่ใน 20 สถานที่จัดแสดงผลงาน ได้แก่ อาคารยิมเนเซียม 4000 ที่นั่ง, เหมืองเจ้าฟ้า, บ้านหลังแรกของหลวงอำนาจนรารักษ์, ศาลเจ้ากะทู้, สวนสาธารณะลานกีฬากะทู้ (โรงเหล้าเก่า), อาคารพูลผล, โรงแรมเมลโลว์ พิลโลว์, หอศิลป์ร่วมสมัยภูเก็ต, ดีซี ภูเก็ตทาวน์, เบจ, บ้านเทอร์เทิล ภูเก็ต (บ้านพระอร่ามสาครเขตร), ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ (มหาชน) สาขาภูเก็ต (เดิม), โรงหนังเพิร์ล, เพิร์ลโบว์ล, ตลาดสาธารณะ 3 เดิม (หยี่เต้งคอมเพล็กซ์), สวนสาธารณะสะพานหิน, อุโมงค์ป่าโกงกาง สะพานหิน, จุดชมวิวเขารัง, แหลมพรหมเทพ และ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย
    สถานที่ที่กล่าวมาหลายแห่งเป็นพื้นที่สาธารณะ, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, ศาลเจ้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวภูเก็ต, สถานที่ทางประวัติศาสตร์, โกดัง, โรงงาน, อาคารเก่าที่ไม่มีการใช้งานแล้ว ฯลฯ ซึ่งไม่มีอยู่ในจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก หลายแห่งซ่อนเร้นอยู่กลางชุมชน หลายแห่งถูกมองข้าม หรือ ถูกมองว่าไร้มูลค่า แต่การเลือกสถานที่จัดแสดงทุกแห่งล้วนบอกเล่าความเป็นมา การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ปัญหามลพิษ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย ภัยพิบัติ กระทั่งการอพยพมาตั้งรกรากและอิทธิพลในยุคอาณานิคมที่ยังคงส่งผลต่อวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน 
    การมีอยู่ของสถานที่เหล่านั้นบอกเล่าสิ่งอันเป็น 'นิรันดร์ [กัลป์]' ที่เกิดขึ้นที่ภูเก็ตและในอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งผู้ชมจะได้สัมผัสไปพร้อมๆ กับผลงานของศิลปินที่ร่วมกันจัดแสดงอยู่ใน Thailand Biennale, Phuket 2025 
    ท่ามกลางผลงานศิลปะร่วมสมัยจำนวนมากที่จัดแสดงอยู่ เราขอเลือก 15 ผลงานที่สั่นสะเทือนความรู้สึกและประทับใจมาให้ชมกัน

1.

IS YOUR TIME, 2017, 2024

Ryuichi Sakamoto with Shiro Takatani

    ผลงาน อิส ยัวร์ ไทม์ (2560/2567) โดย ริวอิจิ ซากาโมโตะ กับ ชิโร ทากาทานิ จัดแสดงที่ อาคารยิมเนเซียม 4000 ที่นั่ง ท่ามกลางที่นั่งของผู้ชมที่ว่างเปล่ามีเปียโนตั้งอยู่กลางผืนน้ำ เหนือเปียโนเป็นจอฉายภาพหิมะโปรยปราย คีย์เปียโนที่กดลงไปแต่ละครั้งเกิดจากข้อมูลการเคลื่อนของเปลือกโลกที่ส่งมา ดังนั้นผู้ชมที่เข้าไปในยิมแต่ละวันแต่ละช่วงเวลา จะได้ฟังท่วงทำนองที่แตกต่างไป เสียงนี้ย้ำเตือนให้เรารู้ว่าเปลือกโลกมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา แม้ว่าเราจะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของมันก็ตาม
    ริวอิจิ ซากาโมโตะ พบเปียโนหลังนี้ในโรงยิมของโรงเรียนมัธยมด้านการเกษตร จังหวัดมิยางิ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุสึนามิในปี 2554 แล้วเปียโนหลังนี้ที่เปรียบได้ดั่งการสูญเสียของเสียงดนตรีจากภัยพิบัติ ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งเมื่อเขาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ 
    การนำผลงาน อิส ยัวร์ ไทม์ มาจัดแสดงที่นี่จึงมีความหมายให้เราระลึกถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากภัยสึนามิที่ภูเก็ตปี 2547 เช่นกัน

2.

Tsunami 2004-2005

Nirmala Dutt

    นีร์มาลา ดัทท์ ศิลปินชาวมาเลเซีย สร้างสรรค์ผลงานชุด สึนามิ (2004/2547) ขึ้นหลังจากเหตุการณ์สึนามิเช่นเดียวกัน แม้ในช่วงชีวิตที่สายตาเริ่มพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นแล้ว แต่ฝีแปรงที่เฉียบคมของเธอก็ทำให้ผลงานชุดนี้ทรงพลัง เมื่อนำมาจัดแสดงล้อม อิส ยัวร์ ไทม์ ที่ อาคารยิมเนเซียม 4000 ที่นั่ง จึงส่งเสริมให้ผู้ชมระลึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและภัยพิบัติที่จะยิ่งเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตามประเทศต่างๆ จากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงทั่วโลก

3.

Hiruko and the Puppeteers series

Tomiyama Taeko

    ผลงานของ โทมิยามะ เทเอโกะ ในมหกรรม Thailand Biennale, Phuket 2025 จัดแสดงอยู่ใน 3 สถานที่ โดยผลงานชุด ฮิรุโกะ แอนด์ เดอะ พัพเพ็ทเทียร์ส แสดงอยู่ที่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ (มหาชน) สาขาภูเก็ต (เดิม) ผลงานชุดนี้เกิดขึ้นช่วงที่เธอเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ในอเมริกาใต้และเอเชียเพื่อค้นหาแนวทางการทำงานศิลปะของตัวเอง กระทั่งเธอได้อ่านบทกวีของ คิม ชี-ฮา นักโทษทางการเมืองชาวเกาหลี ซึ่งพูดถึงศิลปะและการต่อสู้ทางการเมือง จึงเป็นแรงผลักดันให้เธอเริ่มทำงานศิลปะเพื่อรับใช้สังคมอย่างเข้มข้น

    ผลงานแต่ละชิ้นในชื่อเดียวกันมีทั้งการทำงานคนเดียวและการทำงานร่วมกับศิลปินในสาขาอื่น แต่ผลงานของเธอล้วนบอกเล่าเรื่องชนชั้นแรงงานที่ถูกกดขี่ ภายใต้เงาจักรวรรดิและการผูกขาดของทุน การจัดแสดงผลงานครั้งนี้จึงเป็นดั่งกระบอกเสียงของผู้อพยพในประวัติศาสตร์ที่ข้ามมหาสมุทรมาใช้แรงงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกยุคทุกสมัยของภูเก็ต

    นอกจากผลงานชุดนี้แล้ว ยังสามารถรับชมผลงานชุดอื่นๆ ของเธอได้ที่ สวนสาธารณะลานกีฬากะทู้ (โรงเหล้าเก่า) และ โรงหนังเพิร์ล

4.

water~copy~air~streak, 2025

Pratchaya Phinthong

    ผลงานชุด วอเทอร์~คอปปี้~แอร์~สตรีท (2568) เป็นผลงานโดย ปรัชญา พิณทอง จัดแสดงที่ ตลาดสาธารณะ 3 เดิม (หยี่เต้งคอมเพล็กซ์) ตั้งอยู่ในย่านการค้าดั้งเดิม ซึ่งแม้จะเหลือเพียงภาพอดีตของการค้าขายที่รุ่งเรืองในอาคารร้าง แต่เมื่อ ปรัชญา พิณทอง นำผลงาน เดอะ ซาวด์ ออฟ คอรัล รีฟส์ (The Sound of Coral Reefs) มาจัดแสดงวิดีโอและเสียงของตัวอ่อนและสัตว์น้ำที่ศิลปินบันทึกจากแนวปะการังใต้น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ให้เห็นว่า การใช้เสียงจากแหล่งอุดมสมบูรณ์ไปเปิดอยู่ในพื้นที่ที่ปะการังเสื่อมโทรมบริเวณชายฝั่งภูเก็ต ก็สามารถช่วยเร่งการฟื้นตัวของระบบนิเวศได้ นอกจากนั้นพื้นที่ด้านบนยังมีผลงานภาพถ่าย โดย ชิน-ศิรชัย อรุณรักษ์ดิชัย ช่างภาพสารคดีด้านสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ทางทะเล ที่สวยและกระทบความรู้สึกลึกซึ้ง นำมาจัดแสดงเป็นจำนวนมาก

    ผลงานชุดนี้กลายเป็นชิ้นงานที่นำเสนอภาพคู่ขนานของการฟื้นตัวของระบบนิเวศกับความพยายามของเจ้าของอาคารที่อยากฟื้นคืนชีวิตให้กับพื้นที่นี้เช่นกัน

5.

Land-fill, 2025

Niwat Manatpiyalert

    เหมืองเจ้าฟ้า เป็นเหมืองสูบแห่งแรกของประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของภูเก็ต โดยแรกเริ่มเป็นเหมืองหาบที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเหมืองแล่น แล้วปรับปรุงเป็นเหมืองสูบที่ใช้พลังงานจากเครื่องสูบไอน้ำ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล จนมีการใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลัก 
    ที่นี่มีผลงานของศิลปิน 4 รายจัดแสดงอยู่ โดยหนึ่งในนั้นคือ นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ เขาถ่ายทอดผลงานประติมากรรมและภาพเคลื่อนไหว แลนด์-ฟิล (2568) ขึ้นเพื่อบอกเล่าการเปลี่ยนผ่านด้านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต จากแห่งผลิตแร่ดีบุกที่ส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ในอดีต ก่อนที่จะหมดยุคเหมืองแร่ดีบุก แล้วเปลี่ยนมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งนอกจากภาพของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามแล้ว ภูเก็ตยังมีปัญหาขยะจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน

    ประติมากรรมชิ้นใหญ่ด้านหน้าเหมืองเจ้าฟ้าเกิดขึ้นจากการสำรวจพื้นที่แกะรอยดีบุกซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญในอดีตของภูเก็ต ที่จะถูกแปรรูปเป็นภาชนะกระป๋องที่ใช้บรรจุอาหารต่างๆ ในอดีต ก่อนที่อุตสาหกรรมอาหารจะเปลี่ยนมาใช้อะลูมิเนียมจนถึงปัจจุบัน กระนั้นเขาก็มองเห็นการเดินทางของทรัพยากร อุตสาหกรรมการผลิต การใช้แรงงาน และปลายทางการบริโภคที่กลายมาเป็นปัญหาขยะ เขาจึงนำเศษอะลูมิเนียมจากบ่อขยะของภูเก็ตมาหลอมขึ้นรูปใหม่จากกระชังร่อนแร่ของเหมืองเจ้าฟ้าที่สิ้นสุดหน้าที่ของตัวเองลงแล้ว เพื่อสะท้อนให้เห็นเส้นทางของการใช้ทรัพยากรและปัญหาสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ที่ตั้งให้เห็นอยู่ตรงหน้าอย่างปฏิเสธไม่ได้

6.

PHUKET NICE TO MEET YOU, 2025

Santi Lawrachawee

    เพิร์ลเธียเตอร์ เคยเป็นโรงภาพยนตร์แห่งแรกของภูเก็ตที่มีขนาดและมาตรฐานสมัยใหม่ ถึงขนาดมีห้องแยกสำหรับฟังซาวด์แทร็กโดยเฉพาะเลยทีเดียว เมื่อร้านเช่าวิดีโอได้รรับความนิยม อาคารก็ถูกปรับเป็นสถานบันเทิง แล้วปรับอีกครั้งเป็นพิพิธภัณฑ์สามมิติ คล้ายกับพื้นที่บันทึกการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และพฤติกรรมการบริโภคความบันเทิงของผู้คน 
    ที่นี่มีผลงานของศิลปินที่หลากหลายและน่าสนใจมากมายที่ไม่อยากให้พลาด หนึ่งในนั้นคือผลงาน ภูเก็ต ยินดีที่ได้รู้จัก (2568) โดย สันติ ลอรัชวี ที่มีทั้งผลงานเซรามิกที่ผลิตขึ้นจากดินเผาเคลือบด้วยวัตถุดิบจากภูเก็ต 250 ชิ้น บทสัมภาษณ์ของผู้คนที่เขาประสบพบเจอนับตั้งแต่สะพานรักสารสินจนถึงแหลมพรหมเทพ ซึ่งกลายมาเป็น นามบัตร ซึ่งเป็นการนำอักษรชื่อคนเหล่านั้นมาวาดเป็นใบหน้า ไปจนถึงวิดีโอที่บันทึกบทสนทนาของผู้คน

    ผลงานของเขาจึงคล้ายกับบันทึกเรื่องราวการทำงานและประสบการณ์ของศิลปินต่อสายสัมพันธ์ของผู้คนที่พบเจอ แล้วแสดงออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม

7.

Ella Petchara Dazzling Miracle Heel, 2025

Foxy Diva Hot Pink Lacegina Queen, 2025

Imhathai Suwatthanasilp

    อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ สร้างสรรค์ผลงาน เอลลา เพชรา แดซลิง มิราเคิล ฮีล (2568) และ ฟ็อกซี ดีว่า ฮอต พิงค์ เลซจิน่า ควีน (2568) โดยศิลปินก็เปลี่ยนเรื่องราวของตัวละครในเทพนิยายอย่างซินเดอเรลล่ามาบอกเล่า เรื่องราวของกลุ่มนักแสดงข้ามเพศที่ทำงานสร้างความบันเทิง พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้แสงไฟที่ตกกระทบอยู่บนเรือนร่างอยู่ทุกค่ำคืน ก่อนที่จะถอดรองเท้าแก้วแล้วพบกับความจริงหลังจากการแสดงจบลง

    ศิลปินนำเศษแก้วหลากสีจากขยะที่เก็บได้จากชายฝั่งภูเก็ตมาประดับประดารองเท้าแก้ว แล้วยังขอรับบริจาคผมจากวิกที่นักแสดงไซม่อนคาบาเรต์เคยใช้จริงมาถักทอให้เห็นชีวิตที่มีความซับซ้อนมากกว่าการแสดงที่ผู้ชมเห็นอยู่เบื้องหน้าเท่านั้น

8.

ANCESCAPE, 2025

Melati Suryodarmo

    เมลาติ ซูรโยดาร์โม ทำให้ เพิร์ลเธียเตอร์ เป็นเวทีการแสดงที่ยิ่งใหญ่ของเธอในผลงาน แอนเซสเคป (2568) ภายในห้องสีชมพูสายตาทุกคู่ถูกดึงดูดไปยังสระน้ำวงกลมสีดำที่สะท้อนเงาของประติมากรรมสีดำ ซึ่งเธอใช้ทำการแสดงเคลื่อนไหวโดยปราศจากคำพูดอย่างมีพลัง ท่วงท่าที่ประสานกับลมหายใจเข้าออกทำให้เราตระหนักรู้ถึงการมีชีวิตที่สัมพันธ์กับผืนแผ่นดิน อีกทั้งภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านกาลเวลา ซึ่งผู้ที่ไม่มีโอกาสได้ชมการแสดงสด ก็สามารถรับชมบันทึกการแสดงที่จัดฉายอยู่ในห้องนี้ได้ด้วย

9.

The Labyrinth #2, 2025

Pitupong Chaowakul

    เขาวงกตหมายเลข 2 (2568) ผลงานโดย ปิตุพงษ์ เชาวกุล จัดแสดงอยู่อย่างโดดเด่นที่ แหลมสะพานหิน ท่าเทียบเรือที่เป็นจุดเทียบท่าสำคัญในอดีต เป็นสถานที่ระลึกถึงกัปตันเอ็ดเวิร์ด โธมัส ชาวออสเตรเลีย ผู้นำเรือขุดแร่มาใช้เป็นลำแรกของประเทศไทย ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะริมทะเลขนาดใหญ่ที่ชาวภูเก็ตมาพักผ่อนหย่อนใจในชีวิตประจำวัน พื้นที่กลางแจ้งนี้เขาวงกตชิ้นใหญ่เชื้อเชิญให้คนทั่วไปสามารถปีนป่าย และเดินเข้าไปสัมผัสใกล้ๆ ผู้ชมจะได้สำรวจไปในเส้นทางที่ไม่ตายตัว เข้ากับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันของผู้คนภูเก็ต ซึ่งบางครั้งอาจจะสวนกับใครสักคนขณะที่เรากำลังหลงทางอยู่ แล้วลองค้นหาความหมายของของเคลื่อนไหวในประติมากรรมนี้ไปด้วยกัน

    นอกจากผลงานชิ้นนี้แล้ว ใกล้ๆ ยังมีผลงานศิลปะของ เมแกน โคป และมีผลงานของ เอจิ ซูมิ อยู่ที่ทางเดิน อุโมงป่าโกงกางสะพานหิน ที่ชวนให้เข้าไปสำรวจด้วย

10.

The Weight of Tin Ore, 2025

Lek Kiatsirikajorn

    อาคารพูลผลพลาซ่า เป็นดั่งภาพแทนของสิ่งที่หลงเหลืออยู่ของวิกฤตเศรษฐกิจยุคต้มยำกุ้ง ซึ่งหลังจากสร้างเสร็จอาคารแห่งนี้ก็ยังไม่เคยถูกนำมาใช้งานเลย จนกระทั่งกลายเป็นหนึ่งในสถานที่จัดแสดงผลงานของศิลปิน 10 รายใน Thailand Biennale, Phuket 2025 
    หนึ่งในผลงานที่อยากแนะนำให้รับชมคือ ภาระดีบุก (2568) โดย เล็ก เกียรติศิริขจร จัดแสดงผลงานที่สร้างสรรค์จากหลากหลายเทคนิค บันทึกเรื่องราวของประวัติศาสตร์จากเรื่องเล่าของผู้คนภูเก็ตไว้บนแผ่นโลหะ ซึ่งหล่อขึ้นจากผลแร่สีดำที่เก็บกู้และคัดแยกมาจากตะกอนชายฝั่ง ภาพถ่ายภูมิทัศน์ที่ฉายให้เห็นพื้นที่ของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ รุกล้ำพื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนชายขอบ ทั้งตะกอนและเศษแร่ดีบุกที่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมมีอยู่จริงแต่ถูกมองข้ามนั้น ไม่ต่างกับสถานการณ์ความเป็นอยู่ของผู้คนบนเกาะแห่งนี้เลย

11.


Departures (hottest to coldest), 2025

Aleksandra Domanović

    ผลงานศิลปะและผู้คนที่เดินทางมารับชมปลุกให้อาคารพูดผลพลาซ่ามีชีวิตชีวาเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จในปี 2530 แม้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นห้างสรรพสินค้าตามวัตถุประสงค์ของการก่อสร้าง แต่การร้อยเรียงเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ผู้คนในสังคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก ไว้ในสถานที่แห่งนี้ก็ปลุกความตระหนักรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ซึ่งส่งผลมาจนถึงปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

    โดยเฉพาะ ดีพาร์เชอส์ (ฮอตเทสต์ ทู โคลเดสต์) (2568) โดย อเล็กซานดรา โดมานอวิช ที่อยู่ชั้นบนสุดของอาคาร ศิลปินติดตั้งจอแอลอีดีขนาดใหญ่ที่แสดงผลอุณหภูมิเมืองหลวงประเทศต่างๆ ที่จัดลำดับให้ชมแบบเรียลไทม์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเราจะเห็นความเคลื่อนไหวของตัวเลขอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วลำดับก็เคลื่อนไหวให้เห็นทันที จนเราอดรู้สึกต่อความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนโลกใบนี้ในแต่ละนาทีหรือเสี้ยววินาทีไม่ได้

12.

Pickled Thoughts in Brine: Come Be a Tourist in My Sea, 2025

Speedy Grandma

    ความคิดค้างคาในน้ำเค็ม: โปรดมาเที่ยวที่ทะเลของฉัน (2568) เป็นผลงานโดยศิลปินกลุ่ม สปีดี้ แกรนด์มา ที่จัดแสดงทั้งประติมากรรม ภาพถ่าย สิ่งพิมพ์ วิดีโอ ที่นำบทประพันธ์ พระอภัยมณี ของสุนทรภู่ มาตีความและหยิบยกเอาช่วงเวลาที่มหาอำนาจตะวันตกเริ่มแผ่อิทธิพลเข้ามายังดินแดนสยามในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อพวกเขาตีความแล้วสร้างสรรค์ผลงานชุดนี้มาจัดแสดงที่ โรงแรมเมลโลว์ พิลโลว์ (Mellow Pillow Hotel) ที่มีสถาปัตยกรรมที่มีความร่วมสมัยผสมผสานกลิ่นอายโคโลเนียล เป็นโรงแรมอิมพีเรียลแห่งแรกที่ให้บริการบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน อีกทั้งมีพื้นที่จัดกิจกรรมที่ใช้เป็นสถานที่เก็บตัวของศิลปิน นักร้อง และผู้เข้าประกวดนางงามมาก่อน ก็ยิ่งทำให้การชมผลงานของพวกเขาสนุกขึ้น

    นับตั้งแต่การนำพื้นที่ซึ่งเคยเป็นล็อบบี้โรงแรมจริงๆ มาจัดเป็นส่วนต้อนรับนักท่องเที่ยว แล้วปลุกผีพระอภัยมณีบอกเล่าเรื่องราวอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ แล้วยังชวนเหล่าปลามาซุบซิบนินทาเรื่องใต้ท้องทะเลให้ฟังอีกด้วย

    ที่นี่ยังจัดแสดงผลงานที่แสดงเรื่องเล่าที่คุ้นเคยในบริบทใหม่ ผลของการอพยพย้ายถิ่น การบิดเบือนความเป็นจริงที่ถูกถ่ายทอดต่อกันมาของศิลปิน โกเน็กซี ตามาลันเรอา, สะรุจ ศุภสุทธิเวช, ทุย เทียน เหงียน และ โมชุ และ เมิร์ฟ เออร์ตุฟาน อีกด้วย

13.

Stories of Celluloid series, 2024-2025

Wu Chi-Yu

    สวนสาธารณะลานกีฬากะทู้ (โรงเหล้าเก่า) เคยเป็นคฤหาสน์ตันลิ่มหยอง ของนางลิ่มหยอง แซ่ตัน นายเหมืองต้นตระกูล ทรัพย์ทวี ประกอบด้วยอาคารสามหลัง ปัจจุบันเป็นพื้นที่อนุรักษ์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์โรงเหล้ากะทู้ที่คนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ ช่วงที่จัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนี้มีผลงานของ 6 ศิลปิน ได้แก่ ลุอานา วิทรา, อู๋ ฉี อวี้, นีร์มาลา ดัทท์, โทมิยามะ เทเอโกะ, นาตาลีมูชามัด และ เรียร์ ริซาลดี้ จัดแสดงอยู่ที่นี่

    ผลงานชุด สตารีส์ ออฟ เซลลูลอยด์ (2567-2568) ของ อู๋ ฉี อวี้ เป็นการสำรวจ การบูร ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ฟิล์มเซลลูลอยด์ที่ใช้สร้างภาพยนตร์มีความยืดหยุ่น ซึ่งวัตถุดิบการบูรนี้ได้มาจากต้นไม้พื้นถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งพืชท้องถิ่นและแรงงานผู้ผลิตวัตถุดิบเหล่านั้นสร้างสินค้าที่มีมูลค่าส่งไปยังประเทศตะวันตกในยุคล่าอาณานิคม โดยผลงานชิ้นใหม่ที่จัดแสดงใน Thailand Biennale, Phuket 2025 มีการนำเสนอเรื่องราวของ ยางพารา ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งยางพาราก็เป็นพืชที่ถูกนำมาจากอเมริกาใต้เพื่อใช้ปลูกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งวัตถุดิบสำคัญที่รัฐอาณานิคมอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัฐบาลท้องถิ่นนำมาใช้แสวงหากำไรในอุตสาหกรรมนั่นเอง

14.

Silent Memories, 2025

Ibrahim Mahama

    จุดชมวิวเขารัง หอเกียรติยศอายุ 100 ปี ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณความดีของ พระยารัษฏานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซัมบี้ ณ ระนอง) บุคคลสำคัญที่วางรากฐานหลายประการให้กับเมืองภูเก็ต ถูกคลุมด้วยผลงาน ไซเรนต์ เมโมรี (2568) โดย อิบราฮิม มาฮามะ ศิลปินชาวกานา ผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 1 ของโลกประจำปี 2025 โดยนิตยสาร ArtReview Power 100

    ผลงานชิ้นนี้เกิดจากการที่ศิลปินเก็บสะสมกระสอบปอที่ใช้บรรจุพืชผลทางการเกษตร แต่เมื่อถูกใช้งานจนหมดประโยชน์แล้วก็ถูกทิ้งไว้ ไม่ต่างกับแรงงานในระบบที่ไม่มีใครเหลียวมอง จนกระทั่งถูกนำมาใช้สร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะที่ไม่ว่าใครก็ต้องมองเห็นชิ้นนี้

15.

Tiger's Head, Nail's Tail series, 2025

Serene Hui

    เซอรีน ฮุย ศิลปินฮ่องกง แสดงผลงานชุด ไทเกอร์ส เฮดม เนลส์ เทล (2568) ที่ศาลเจ้ากระทู้ หนึ่งในศาลเจ้าจีนที่เก่าแก่ที่สุดในภูเก็ตที่เพิ่งครบรอบ 200 ปีไป ซึ่งนอกจากที่นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีถือศีลกินผักแล้ว ยังเป็นที่พึ่งพิงทางใจของชาวภูเก็ตมาอย่างยาวนาน แล้วเรื่องราวของผลงานชุดนี้ของเธอก็ทำให้เรานึกถึงชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ภูเก็ตเช่นเดียวกัน

    ศิลปินได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากเรื่องราวชีวิตของคุณตา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้อพยพชาวจีนที่เสี่ยงชีวิตเดินทางลงเรือมายังฮ่องกง คุณตาของเธอเคยเป็นนักเขียนจดหมายให้ชาวจีนโพ้นทะเลส่งจดหมายกลับไปบอกเล่าชีวิตของตัวเองยังบ้านเกิด เธอจึงนำจดหมายที่ถูกคัดเลือกจากบันทึกของคุณตา ที่เก็บเป็นข้อมูลในโครงการ เมโมรี่ ออฟ เดอะ เวิร์ล ของ ยูเนสโก และนวนิยาย จดหมายจากเมืองไทย ของ สุภา สิริสิงห์ มาให้คนเล่าบันทึกเสียงให้ได้อ่านกันในงานนี้ นอกจากการฟังเสียงแล้วเรายังสามารถอ่านข้อความจดหมายแต่ละฉบับ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้อพยพผ่านมิติทางเศรษฐกิจและการเมืองในอดีตอย่างลึกซึ้ง

    ระหว่างการเดินทางไปยังจุดต่างๆ เพื่อรับชมผลงานศิลปะร่วมสมัยใน Thailand Biennale, Phuket 2025 เรามีโอกาสพูดคุยกับ ใหม่-อริญชย์ รุ่งแจ้ง ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ ที่ร่วมเดินทางและช่วยอธิบายความเชื่อมโยงของผลงานศิลปะกับประวัติศาสตร์และสถานที่ต่างๆ ด้วยความกระตือรือร้น 
    อริญชย์ เป็นศิลปินร่วมสมัยและผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มศิลปิน As Yet Unnamed ที่สร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยจากความสนใจที่มีต่อบริบทต่างๆ ที่ส่งผลต่อประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แล้วเคยเป็นศิลปินตัวแทนประเทศไทยนำผลงานไปจัดแสดงในเทศกาล เวนิสเบียนนาเล่ (Venice Biennale) มาแล้ว
    เขาเล่าแนวคิดของการจัดงานครั้งนี้ว่า "หลังจากที่ได้ข้อสรุปว่าจะจัดงานที่ภูเก็ต ผมก็ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่แล้วเห็นบริบทต่างๆ ในภูเก็ตนะครับ หลังจากกลับมาแล้วก็พยายามคิดว่าเราจะเสนอภูเก็ตอย่างไรบนเวทีศิลปะร่วมสมัยโลก ซึ่งประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นสงครามที่ทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นฐาน การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การใช้ทรัพยากร ปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือ ภัยธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของภูเก็ตเท่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่กระทบกับผู้คนทั่วโลก"
    "การนำเสนอผลงานศิลปะในงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ครั้งนี้จึงค่อนข้างที่จะโดดเด่นและชัดเจน ที่เราไม่ได้นำเครื่องมือหรือการพัฒนาเชิงวัตถุมาใช้ในการแก้ปัญหา แต่มีการใช้เรื่องของเวลา ความอดทน ความรัก ความอาทร ซึ่งเป็นการพัฒนาเชิงจิตใจมาใช้เป็นข้อเสนอในการแก้ปัญหาบนเวทีระดับนานาชาติครับ"

    เขาจึงนำแนวคิด 'นิรันดร์ [กัลป์]' มาบอกเล่าประเด็นต่างๆ ผ่าน 'เวลา' ที่มีสองด้านคือ เวลาที่นับตามเข็มนาฬิกา (objective time) กับ เวลาที่เรารู้สึก (duration time) ผ่านผลงานศิลปะที่จัดแสดงในสถานที่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ภูเก็ตในมิติที่หลากหลาย จึงไม่แปลกใจเลยว่าผลงานที่ได้รับชมในครั้งนี้จึงกระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวทางความคิดและความรู้สึกมากเหลือเกิน

ดุสิตา อิ่มอารมณ์

นักเขียน ผู้ใช้พื้นที่ในเวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ขี่จักรยาน อ่านการ์ตูน เล่นเลโก้ ฯลฯ โดยเชื่อเต็มหัวใจว่าเวลาที่หมดไปกับความรื่นเริงนี้สามารถเติมเต็มชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพผู้ชื่นชอบการวาดรูปและรับงานวาดภาพประกอบบ้างประปราย เธอมีความตั้งใจกับตัวเองว่าจะออกไปเที่ยวนอกประเทศให้ได้ปีละครั้ง