BAB 2020 ROUTES: เส้นทางที่จะทำให้คุณดูงาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ได้ครบถ้วน

    การจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale) ครั้งแรก ที่มีผลงานศิลปะมากกว่า 200 ชิ้น จัดแสดงอยู่ตามสถานที่ทั้งหมด 20 แห่ง ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างล้นหลาม หลายคนจึงตั้งตารอชมงานศิลปะของเทศกาลนี้ซึ่งจะเกิดขึ้นทุก 2 ปี ซึ่งกำหนดการจัดงานครั้งที่ 2 เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ก่อนที่การจัดแสดงผลงานจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2564

    ซึ่ง เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020 มีการประกาศแนวคิดหลัก Escape Routes ศิลป์สร้าง ทางสุข ไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ก่อนที่ช่วงต้นปี 2563 หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ต่างเผชิญสถานการณ์วิกฤตความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ การเมือง การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สิ่งแวดล้อม และสภาพอากาศอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ประเด็นต่างๆ เหล่านี้จึงสะท้อนอยู่ในผลงานศิลปะกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินชั้นนำและศิลปินไทยรวม 82 ศิลปิน ตามสถานที่จัดแสดงทั้งสิ้น 10 แห่ง โดยแต่ละผลงานสื่อสารภาวะอารมณ์ ความรู้สึก และตีแผ่ปัญหาของมนุษย์ในหลากหลายมิติกับผู้ชม

    ในขณะที่กำลังเดินดูและซึมซับงานศิลปะในเทศกาล ชิ้นงานเหล่านั้นคล้ายกำลังเข้ามาแตะไหล่ จับมือ โอบกอด และมอบรอยยิ้มให้กับเราด้วยความเข้าใจ นับเป็นเทศกาลศิลปะร่วมสมัยที่ช่วยแบ่งเบาและบรรเทาความรู้สึกที่ถูกโบยตีมาอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งปีได้อย่างดี happening จึงจะชวนทุกคนนั่งรถไฟฟ้า ลงเรือ ต่อตุ๊กตุ๊ก ก่อนที่จะลงรถไฟใต้ดิน ไปชมงานศิลปะจากศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ที่นำมาจัดแสดงอยู่ในกรุงเทพมหานครทั้ง 10 แห่งให้ครบทุกที่ ได้แก่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร, ล้ง 1919, ริเวอร์ ซิตี้แบงค็อก, มิวเซียมสยาม, BAB BOX, เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก และ เดอะ ปาร์ค และแต่ละสถานที่จัดแสดงมีชิ้นงานไหนน่าสนใจบ้าง เรารวมมาไว้ให้อ่านกันที่นี่แล้ว

BTS route: สนามกีฬาแห่งชาติ – สะพานตากสิน
    สำหรับคนที่เริ่มต้นเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า BTS สามารถโดยสารมาลงที่ สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ แล้วเดินชมงานที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ซึ่งที่นี่มีผลงานจัดแสดงตั้งแต่ด้านหน้าหอศิลป์ บริเวณชั้น 1 และรับรองว่าจะต้องเพลิดเพลินกับผลงานของศิลปินที่ติดตั้งและทำการแสดงอยู่บนชั้น 7, 8 และ 9 ได้ทั้งวันเลยทีเดียว เพียงแต่ผลงานที่จัดแสดงอยู่ที่ชั้น 9 จะมีให้ชมถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 เท่านั้น ต้องรีบไปกันหน่อยนะ
    หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครมีงานน่าสนใจหลายชิ้น อีกทั้งยังมีความหลากหลายของรูปแบบงานศิลปะ แต่เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้น 9 จะพบกับชิ้นงานที่ถือว่ากระทบต่อความรู้สึกอย่างมากคือ ผลงานของ อ้าย เว่ยเว่ย Law of the Journey (Prototype B) เรือเป่าลมสีดำที่บรรทุกร่างผู้ลี้ภัยขนาดใหญ่ ที่สะท้อนถึงสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยจากประเทศต่างๆ และในห้องนี้ยังมี Idomeni วิดีโอเกี่ยวกับค่ายผู้ลี้ภัยชั่วคราวที่ชายแดนประเทศมาซิโดเนียและกรีซ รวมถึง Odyssey ซึ่งเขานำแรงบันดาลใจจากภาพวาดฝาผนังและภาพในงานแกะสลักมาสร้างสรรค์เป็นงานกราฟิก ที่บอกเล่าเรื่องราวของสงคราม ซากปรักหักพัง การเดินทางข้ามทะเล ค่ายผู้ลี้ภัย และการประท้วง มาบันทึกไว้ในรูปแบบวอลเปเปอร์
ชิ้นงานที่สื่อถึงความขัดแย้ง การแบ่งแยก และลัทธิชาตินิยม ที่ผลักไสมนุษย์ออกจากถิ่นฐานบ้านเกิดของตน

    ผลงานของศิลปินไทยก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจาก Peek! ผลงานภาพถ่ายของ ชฤต ภู่ศิริ ที่ต้องส่องเท่านั้นถึงจะรู้ว่ามีภาพอะไรอยู่ข้างใน และ งานชุด Money ของ ตะวัน วัตุยา ที่วาดธนบัตรออกมาสะท้อนคุณค่าของกระดาษกับอัตราแลกเปลี่ยนตามสถานการณ์โลกบนผนังโค้งแล้ว เราอยากแนะนำให้ชม Dragonerpanzer (Dragon Tank) ผลงานเครื่องลายคราม หรือ พอสเลน โดย วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการอ่านเรื่องราวของจักรพรรดิเฟรดเดอริค ออกัสตัสที่ 1 แห่งแซกโซนี ผู้หลงใหลในเครื่องลายครามจีน ถึงขั้นทำการแลกเปลี่ยนทหารม้า 600 นาย กับคอลเล็กชันแจกันสีน้ำเงินขาว จำนวน 151 ชิ้น เขาจึงสร้างสรรค์เครื่องลายครามรถถังขึ้น 7 ชิ้น จำนวนเท่ากับแจกันที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยนของมีค่ากับอำนาจนั่นเอง

หากเดินเข้าไปดูลวดลายบนผลงาน Dragonerpanzer (Dragon Tank) จะเห็นว่าเป็นการนำลวดลายเดียวกันกับแจกันมาใช้ในชิ้นงานแต่ละชิ้นด้วย

    จากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ นั่ง BTS ไปลงสถานีสะพานตากสิน เพื่อต่อเรือไปเส้นทางแม่น้ำต่อได้เลย

River route: River City Bangkok – Lhong 1919 – ท่าสะพานพุทธ – วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร – ท่าเตียน
    จากสถานี BTS สะพานตากสิน สามารถเดินไปขึ้นเรือที่ท่าสาทร ซึ่งเป็นท่าน้ำสำคัญที่เชื่อมต่อการเดินทางไปตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสามารถนั่งเรือไปลงท่าเรือสี่พระยาแล้วเดินไปอีกไม่ไกลก็ถึง River City Bangkok ซึ่งมีผลงาน Year of the Rat (2020) ของ อ้าย เว่ยเว่ย จัดแสดงอยู่ จึงเป็นโอกาสแก้ตัวสำหรับคนที่พลาดชมงานของเขาที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครไป
    ขึ้นชื่อว่าเป็นนิทรรศการจาก อ้าย เว่ยเว่ย ย่อมต้องมาพร้อมกับการวิพากษ์สังคมอย่างแสบสัน ในงาน Year of the Rat นี้ เขาหยิบยกเรื่องราวความพิเศษของปีชวดที่เป็นปีเกิงจื่อ (Genzi) มานำเสนอ ตามความเชื่อของจีนที่ว่า ทุก 60 ปี จะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เช่น การยกฮ่องกงให้อังกฤษในสงครามฝิ่นเมื่อปี 1840 การทำสงครามกับพันธมิตรแปดชาติ เมื่อปี 1960 และปี 2020 ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยแต่ละชิ้นงานถูกสร้างขึ้นจากตัวต่อเลโก้ ใครที่รักงานศิลปะและของเล่นต้องได้แรงบันดาลใจอย่างแน่นอน
Year of the Rat (2020) ของ อ้าย เว่ยเว่ย

    จุดหมายต่อไปคือ ล้ง 1919(Lhong 1919) ที่สามารถโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยา (ธงฟ้า) ไปท่าเรือหวั่งหลีของล้ง 1919 หรือจะนั่งเรือด่วนมาลงที่ท่าเรือสวัสดี แล้วนั่งเรือข้ามฟากมาลงที่ท่าเรือวัดทองธรรมชาติ ก็ได้เหมือนกัน ที่นี่มีผลงานภาพถ่ายชุด Winged (2020) โดย แดนสรวง สังวรเวชภัณฑ์ จัดแสดงอยู่ ภาพถ่ายชุดนี้นำเสนอสถานการณ์สมมติเกินจริงของผู้คนในบริบทที่แตกต่างกัน แต่ละภาพถูกเชื่อมโยงด้วยปีกที่ทำจากโครงไม้ ซึ่งเป็นสัญญะของการหลุดพ้นจากโลกแห่งความเป็นจริง เรามองเห็น ภาพหญิงสาวที่กำลังทำท่าโบยบินอยู่บนปลายสุดของบันได อยู่ตรงข้ามกับภาพของชายไร้บ้านที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงนกพิราบบิน แม้เราไม่อาจรู้ถึงความคิดของพวกเขา แต่ภาพตรงหน้าก็ชวนให้นึกว่า ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมและโรคทางสังคมที่กำลังระบาดในทั่วทุกพื้นที่ ศรัทธาและความหวังอาจทำให้เราหลุดหนีไปจากปัญหาเหล่านี้ได้บ้างไม่มากก็น้อย

ภาพถ่ายชุด Winged (2020) โดย แดนสรวง สังวรเวชภัณฑ์

    สถานที่จัดแสดงอีกแห่งคือ วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร เราอยากให้เข้าไปชมผลงาน Dear Family โดย บุษราพร ทองชัย ภายในศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นบทสนทนาของหญิงสาวที่เล่าถึงประสบการณ์ที่อาจทำให้คุณเข้าใจและเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับอาชีพบริการทางเพศไปจากเดิม เมื่อครั้งที่ศิลปินทำงานเป็นล่ามให้คำปรึกษาแรงงานที่เบอร์ลิน และมีโอกาสได้รับฟังปัญหาของผู้หญิงที่ทำงานบริการทางเพศ เธอพบว่าพวกเขามักไม่เปิดเผยอาชีพของตนเองให้คนในครอบครัวและสังคมรับรู้ แม้จะเป็นอาชีพที่ใช้หาเลี้ยงครอบครัวก็ตาม เธอจึงจับคู่ผู้ที่ทำงานบริการทางเพศกับคนในครอบครัว 3 คู่มาพูดคุยกัน โดยหนึ่งในนั้นมีเธอและพี่สาว และเธอยังรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพสำหรับเด็ก เพื่อส่งต่อประวัติศาสตร์เหล่านี้ให้กับหลานสาวของเธออีกด้วย

Dear Family โดย บุษราพร ทองชัย ซึ่งจัดแสดงอยู่ภายในศาลาการเปรียญของวัดประยุรวงศาวาส

    วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร หรือ วัดอรุณ เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานกลางแจ้ง Sky Mirror ของ อนิช คาพัวร์ แสตนเลสสตีลแวววาวทำปฏิกริยากับรูปทรงที่ไม่ปะติดปะต่อ สะท้อนเมฆบนท้องฟ้าลงมาสู่พื้นดิน ราวกับเป็นความว่างเปล่าที่เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งเร้ารอบตัว

    และวัดสุดท้ายที่เราจะไปคือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ มีผลงานอีกชิ้นหนึ่งของ อนิช คาพัวร์ ที่เราอยากให้คุณไปเห็นด้วยตาตัวเอง เมื่อก้าวเข้าไปภายในศาลาการเปรียญ คุณจะพบกับผลงานสุดตระการตา Push Pull II (2008) ของศิลปินศิลปะจัดวางและคอนเซ็ปชวลอาร์ตที่มีชื่อเสียงระดับโลกคนนี้ งานชิ้นนี้ใช้วัสดุแว็กซ์สีแดงเข้มและเม็ดสีน้ำมัน ที่ถูกด้ามเลื่อยขนาดใหญ่ผลักและดึงจนขึ้นรูปเป็นประติมากรรมก้อนเนื้อขนาดใหญ่ ชวนให้เราตระหนักถึงชีวิตและเลือดเนื้อที่มีลมหายใจเป็นตัวขับเคลื่อน

Push Pull II (2008) โดย อนิช คาพัวร์

    เมื่อก้าวเข้าไปด้านในของวิหารวัดโพธิ์ คุณจะพบกับภาพวาดคนนั่งสมาธิที่เกิดจากการทับซ้อนกันของผ้าผืนบาง คือผลงาน Invisible World (2020)ของ อัฐพร นิมมาลัยแก้ว ซึ่งเขาได้แรงบันดาลใจในการสร้างผลงานชิ้นนี้จากภาพเขียนโบราณในวิหารของวัดโพธิ์ โดยเขาวาดภาพบุคคลบนผ้าแล้วนำมาซ้อนทับกันทีละชั้น จากนั้นจึงนำมาจัดวางบนพื้นที่จริง ให้ความรู้สึกคล้ายกับว่าพวกเขาปฏิบัติธรรมอยู่ภายในวิหาร ก่อนที่ลมเย็นๆ จะพัดให้พวกเขาพริ้วไหวไปตามการขยับของผ้า ราวกับว่าบุคคลเหล่านั้นไม่มีอยู่ในโลกความเป็นจริง นับเป็นประสบการณ์ใหม่ของงานศิลปะที่ผสมผสานจิตวิญญาณของชาวพุทธไว้ได้อย่างลงตัว

ผลงาน Invisible World (2020)ของ อัฐพร นิมมาลัยแก้ว
    บนเส้นทางนี้มีวัดเป็นสถานที่จัดแสดงหลายแห่ง ดังนั้นควรแต่งกายสุภาพ เช่น กระโปรงยาวคลุมเข่า หรือกางเกงขายาวเพื่อเคารพสถานที่ รวมถึงมีส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง ถ้ามีหมวกกับพัดลมจิ๋วติดไปด้วยจะดีมาก 
    จากวัดโพธิ์เดินอีกไม่ไกลก็ถึงมิวเซียมสยาม หากคุณเป็นสายรักธรรมชาติ ต้องไม่พลาดผลงาน 98-160-500-5,000-14,000-100,000-7,000,000,000 (2020) ของ เรืองศักดิ์  อนุวัตรวิมล ศิลปินผู้มีความสนใจเกี่ยวกับธรรมชาติและวิวัฒนาการของมนุษย์ในอนาคต ท่ามกลางต้นไม้หลากพันธุ์จาก 70 ประเทศทั่วโลกที่ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ มีประติมากรรมนิวเคลียสขนาดใหญ่ที่มีรูปสรรพสัตว์อยู่ภายในตั้งอยู่ ชวนให้เราตระหนักว่า บนโลกที่มนุษย์เป็นผู้แข็งแกร่งและพัฒนาตนเองเพื่อความอยู่รอดนั้น มีธรรมชาติ สรรพสัตว์ และเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเราอยู่เช่นเดียวกัน
ให้ธรรมชาติโอบล้อมรอบตัวไว้ แล้วใช้หัวใจตระหนักถึงชีวิตที่ผ่านมา
MRT route: สนามไชย – ลุมพินี – ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
    หลังจากชมงานที่มิวเซียมสยามแล้ว สามารถลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสนามไชยไปชม BAB 2020 อีก 3 สถานที่จัดงานสุดท้ายได้อย่างสะดวกไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ 
    เดินไม่กี่นาทีจากสถานีลุมพินีจะถึง BAB BOX ซึ่งจัดแสดงภาพถ่ายของศิลปินช่างภาพระดับโลกไว้ที่นี่ ภาพถ่ายหลายชุดมีความน่าสนใจที่สะท้อนทั้งประเด็นความขัดแย้ง การแบ่งแยกดินแดน ชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม และความเป็นมนุษย์ เช่น ผลงานศิลปะจัดวางที่สะท้อนความทรงจำจากเศษซากของโบสถ์แห่งหนึ่งในบาชิกาที่ถูกทำลาย นอกจากนั้นเขายังบันทึกภาพเคลื่อนไหวที่เผยให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ผู้ลี้ภัยในค่ายอพยพที่อิรัก ของ รัชดี อันวาร์ ศิลปินชาวเคิร์ด หรือ ภาพถ่ายของ ข่วง สวรรค์ ธาร์ ช่างภาพสารคดีอิสระจากย่างกุ้ง ซึ่งออกแบบพื้นที่จัดแสดงงานส่วนหนึ่งให้ผู้ชมต้องย่อตัวลงไป ซึ่งนอกจากจะได้ชมภาพของเขาแล้ว ยังสัมผัสถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนงานและครอบครัวที่อาศัยอยู่ในห้องกว้างเพียงแค่สิบฟุตสูงสามฟุตว่าเป็นอย่างไร
พื้นที่การจัดแสดงงานของ ข่วง สวรรค์ ธาร์ ช่างภาพสารคดีอิสระชาวเมียนมา

    ขณะเดียวกันยังมีชุดภาพถ่ายที่มีเสน่ห์ตรึงใจอีกหลายชุด เช่น โปรเจกต์ A Testament to Love ของ จูเลีย ฟูลเลอร์ตัน-แบทเทน ที่ถ่ายทอดการดิ้นรนต่อสู้เมื่อรักของหญิงสาวไม่เป็นดั่งหวัง หรือ ความงามของผู้หญิงที่ถ่ายทอดไว้ในภาพถ่ายในโปรเจกต์ SHE ของราเนีย มาตาร์ และ ชุดภาพถ่ายของ เอลินา บราเธรุส ซึ่งประกอบด้วยภาพที่เธอเรียนภาษาฝรั่งเศสด้วยตัวเองและประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศของเธอในสองช่วงเวลา เป็นต้น

Suites Francaises (French Suites) และ 12 Ans Apres (12 Years Later) ผลงานของ เอลินา บราเธรุส
    สำหรับการไป The Prelude, One Bangkok เดินออกจาก BAB Box ไปทางสถานทูตญี่ปุ่น ก่อนถึงสถานทูตหน้าปากซอยมีรถบริการฟรีเข้าไปถึง ได้ ที่นี่มีงานของ 2 ศิลปิน คือ ยูเกน เทรูยะ และ ประทีป สุธาทองไทย ให้ชม ขากลับสามารถบอกเจ้าหน้าที่ให้เรียกรถมารับไปส่งปากซอยได้เหมือนเดิม 
    และแล้วก็มาถึงจุดหมายสุดท้ายที่ The PARQ ซึ่งอยู่ติดกับสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผลงานจัดแสดงอยู่บนชั้น 15 ทาง East Wing Lobby สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ แล้วขึ้นไปชมงานศิลปะได้เลย 
    The PARQ จัดแสดงผลงานของ มารีนา อบราโมวิช, ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์, มาร์ธา เอเทียนซา, คาร์ลอส กาซาส, ชอย คาไฟ, เมซี่ คัสซินส์, ธาดา เฮงทรัพย์กูล, รีนา ไซนี กัลลัต, ลำพู กันเสนาะ, ยุรี เกนสาคู, โน้ต กฤษดา, ตาอุส มัคฮาเชวา เป็นต้น ถือเป็นอีกสถานที่ซึ่งมีผลงานหลากหลาย ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม ศิลปะจัดวาง ภาพถ่าย และวิดีโออาร์ต
ยุรี เกนสาคู นำผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงที่เธอเป็นศิลปินพำนักอยู่ที่ฝรั่งเศสมาจัดแสดง 2 ชิ้น
ณรงค์ยศ ทองอยู่ เก็บเศษขยะและคัดแยกมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน The Child's World in the Days of Adults
    ซึ่งอีกผลงานหนึ่งที่อยากแนะนำให้เข้าไปชมคือ Tightrope ผลงานของศิลปินชาวรัสเซีย ตาอุส มัคฮาเชวา ที่สื่อถึงการถูกคุกคามและความเสี่ยงในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ผ่านการไต่เชือกเพื่อเคลื่อนย้ายงานศิลปะจากยอดเขาหนึ่ง ไปติดตั้งบนอีกยอดเขาหนึ่ง ในวิดีโอชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าหลังยุคโซเวียตศิลปินต้องสร้างสมดุลระหว่างตัวตน วัฒนธรรมของชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และวัฒนธรรมร่วมสมัยเช่นไร
ช่วงหนึ่งของ Tightrope ที่นักไต่เชือกทำให้เราถึงกับกลั้นหายใจ

    แม้เราจะนำเสนอเส้นทางการรับชม เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จนครบ 10 สถานที่แล้ว แต่บอกตรงๆ ว่าไม่สามารถเก็บความเข้มข้นของแนวคิดและชิ้นงานดีๆ มาให้ชมได้ทั้งหมด เพราะอยากให้ทุกคนไปสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ