โตไปด้วยกัน กับ Uncle Ben วงดนตรีที่เก็บเรื่องเศร้ามาเล่าเป็นเพลงรัก

    หลายคนอาจรู้จักกับ Uncle Ben ครั้งแรกจากบทบาทการแสดงของ โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert De Niro) กับเรื่องราวของเบน วิตเทเกอร์ ชายผู้ก้าวออกจากชีวิตวัยเกษียณมาเป็นอินเทิร์นประจำบริษัทแฟชั่นใจกลางเมือง ในภาพยนตร์เรื่อง The Intern (2015) ที่กลมกล่อมไปด้วยเรื่องราวสุขและเศร้า

    สามปีต่อมา ชายชราวัย 70 ปีก็ส่งมอบแรงบันดาลใจให้กลุ่มเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบเสียงเพลง กลายมาเป็นวงดนตรีอินดี้ที่มีชื่อว่า Uncle Ben ของเหล่าสมาชิก 4 คน ได้แก่ นับ-ธนบัติ รักษนาเวศ (ร้องนำ,กีต้าร์) อดิ๊บ-ธัชพล ปานนพภา (กีต้าร์) บาส-พิทิต แสนอินทร์ (กลอง) นอร์ท-กฤษณพล โพธิ์ศรี (เบส) พวกเขาเป็นเจ้าของบทเพลงฮิตอย่าง อย่าเป็นฉันเลย เพลงขวัญใจวัยรุ่นที่มียอดวิวกว่า 40 ล้านวิว และเพิ่งมี EP อัลบั้มแรกในชีวิต 'Sundown' ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากความโศกเศร้าในยามที่พระอาทิตย์ตกดิน

    "เราอยากได้ชื่อวงที่อ่านง่าย จำง่าย แล้วเราชอบคาแรกเตอร์ลุงเบนในภาพยนตร์เรื่อง The Inturn มาก เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ปิดกั้น ชอบทดลองอะไรใหม่ๆ เวลาอยู่ใกล้ใครคนนั้นก็จะมีความสุข เราอยากให้วงเราเป็นแบบนั้น" นับเล่าถึงที่มาของชื่อวง

    นับกับนอร์ทเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่เล่นดนตรีด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมต้น พวกเขาเคยทำวงชื่อ แมวเหมียวโหม่งโลก ที่แม้เจ้าตัวจะจำไม่ได้ว่าทำไมต้องโหม่งโลก แต่ก็ยังจดจำความสนุกในช่วงเวลานั้นได้ดี ก่อนที่รุ่นน้องอย่างบาสและอดิ๊บจากวงยายจ๋าจะตามมาสมทบ หลังจากจบงานประกวดวงดนตรีของโรงเรียน

    "ช่วงที่ผมกับอดิ๊บอยู่ม.ปลาย เราทำวงประกวดดนตรีกัน แล้วพี่นอร์ทกับพี่นับมาเป็นกรรมการ เลยมีโอกาสได้รู้จักกัน เขาคงเห็นว่าเราเล่นเก่งน่าดู ก็เลยมาทาบทามไปเล่นด้วยกัน ผมคิดว่าเราเข้ากันได้ดี เพราะตอนนั้นพวกเราชอบอะไรคล้ายๆ กันด้วย อย่างเพลงก็ชอบฟังแนวคล้ายๆ กัน" บาสเล่าถึงช่วงเวลาก่อนที่ทั้งสี่คนจะมารวมตัวกัน

    "พวกหมอลำอะไรแบบนี้" นับแทรก

    "ใช่... อะไรนะ?" แล้วมุกตลกของบาสกับนับก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะของคนทั้งห้อง

    ตามแบบฉบับวงดนตรีวัยมัธยม พวกเขามักหาเวลามารวมตัวกันเล่นเพลงคัฟเวอร์และการแบ่งปันแนวเพลงที่ตัวเองสนใจให้กับคนในวงอยู่เสมอ

    "พื้นฐานแล้วผมชอบเพลงร็อก แต่เวลาเล่นกับเพื่อนๆ ก็จะหาจุดตัดที่กำลังดี แต่จริงๆ เราก็ฟังไปเรื่อยเนอะ เพลงมันเหมือนแฟชั่นที่เปลี่ยนไปตามเวลา" นอร์ทเล่าถึงแนวเพลงที่ชอบ

    "อย่างผมกับบาสฟังเพลงด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม อย่างตอนนั้นผมจะชอบฟังเพลงสากลเก่าๆ มันมีซาวด์กีต้าร์ที่เพราะดี พอมาเจอพวกพี่นับก็ได้ลองฟังเพลงที่พี่ๆ เขาชอบฟังกัน" อดิ๊บเสริม

    จากที่เคยชอบเพลงคนละแนว พวกเขาค่อยๆ มองเห็นจุดร่วมเดียวกัน แล้วความสนุกก็ค่อยๆ เติบโตเป็นความฝัน เมื่อวง Uncle Ben มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ TK Band ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนมาเรียนรู้ทักษะด้านดนตรีจากเหล่าโปรดิวเซอร์มืออาชีพ พวกเขาได้ทำเพลงร่วมกับ แทน-ธารณ ลิปตพัลลภ สมาชิกวง Lipta ผู้ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์มือทอง และมีผลงานชิ้นแรกออกมาให้แฟนๆ ได้รับฟัง คือ เพลงแสงไฟ

    "ตอนนั้นเรายังไม่รู้เลยว่า Uncle Ben คืออะไร จะทำเพลงแบบไหน ทุกคนมีความชอบคนละสไตล์ แต่ยังมีจุดร่วมเดียวกันอยู่ แต่การจะเอาจุดร่วมนั้นมาทำเป็นเพลงของเรา มันไม่ง่ายเลย เราใช้เวลาสักพักเลยกว่าจะจับทางได้ ถ้าใครติดตามมาตั้งแต่แรกจะรู้ว่า จริงๆ เราเคยทดลองทำเพลงแนวอื่นไปก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ไม่มีให้ฟังแล้วนะ" นับหัวเราะเมื่อเล่าถึงช่วงเวลาที่วงค่อยๆ ค้นหาแนวทางของตัวเอง

    แม้การเข้าร่วมโปรเจกต์ในครั้งนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนในวงเห็นภาพฝันที่ชัดเจนขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาต่างมีหน้าที่และชีวิตส่วนตัวที่ต้องรับผิดชอบแตกต่างกันไป เมื่อนับกำลังเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาด นอร์ทกำลังทำงานบริษัทด้านการส่งสินค้า ขณะที่อดิ๊บและบาสกำลังวุ่นอยู่การเรียนดนตรีและฝึกสอนปีสุดท้าย

    หลังห่างหายจากการทำเพลงไปพักใหญ่ พวกเขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับเพลง 'อย่าเป็นฉันเลย' ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของนับ ด้วยเนื้อร้องและทำนองที่พาผู้ฟังดำดิ่งไปกับความทรงจำอันแสนเจ็บปวด ทำให้เพลงนี้กลายเป็นที่พูดถึงของสาวกเพลงอินดี้จนมียอดฟังในยูทูปสูงกว่า 40 ล้านวิว

    นอร์ทเล่าว่าเพลงนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ "ก่อนหน้านี้เรามีโอกาสเล่นสดอยู่สองสามงาน คนที่ฟังก็ยังถามหาเพลงนี้เรื่อยๆ เลยเป็นแรงผลักดันให้เราเอาเพลงนี้กลับมาทำ"

    "จริงๆ ช่วงนั้นพี่นับกับพี่นอร์ทก็ทำงาน บาสกับอดิ๊บก็เรียนดนตรี มันเป็นช่วงคาบเกี่ยวที่วงจะเข้าปีที่สี่ ทุกคนก็ดูเอื่อยๆ กับวงกัน เรากับอดิ๊บก็เลยฮึบขึ้นมา ลองหยิบเพลงที่พี่เขาเคยแต่งมาขึ้นโครงดนตรีดู ตอนแรกพี่นับก็ไม่อยากทำเพราะความรู้สึกมันมูฟออนมาแล้ว แต่สุดท้ายก็กลายมาเป็นเพลงนี้ครับ" บาสเล่าถึงเบื้องหลังของเพลงนี้

    "ในพาร์ทของเนื้อร้องเราแต่งไว้นานแล้ว ตอนนั้นเราเจอความสัมพันธ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ เลยอยากระบายออกมา มันเป็นความรู้สึกว่าเราไม่อยากเจออะไรแบบนี้อีกแล้ว ไม่อยากเล่นไปตามเกมของเขาแล้ว เราเหนื่อย จำได้ว่าเราแต่งชั่วโมงเดียวเสร็จ พอลองมาทำดนตรีกับวงเป็นเพลงร็อกดุๆ เสร็จแล้วก็พับเก็บไว้ พอช่วงนั้นจะแต่งเพลงใหม่ น้องๆ ก็เสียดาย เราเลยทำทิ้งทวนเป็นของขวัญให้แฟนคลับ 10-20 คนที่ถามหาเพลงนี้ฟัง แต่กลายเป็นว่าเพลงนี้มันไปไกลกว่านั้นมากๆ" นับเสริม

    "เราไม่ได้คาดหวังเลย ตอนอัดเสียงก็อัดกันในตู้เสื้อผ้า" บาสพูดไปหัวเราะไป

    อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว อย่าเพิ่งติดภาพจำว่าวง Uncle Ben จะอุดมไปด้วยความเศร้า เพราะพวกเขาได้พกพาความสดใสและกำลังใจมาส่งมอบให้ผู้ฟังผ่านซิงเกิ้ลที่สองที่มีชื่อว่า โตไปด้วยกัน

    "หลังจากที่เพลง อย่าเป็นฉันเลย ปล่อยไป เรามีโอกาสได้คุยกับแฟนๆ เยอะขึ้น มีหลายคนทักอินบ็อกซ์มาเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองให้ฟัง บางครั้งเราก็ไม่รู้จะช่วยแก้ปัญหาหรือให้กำลังใจเขายังไง เราเลยอยากแต่งเพลงเพื่อบอกเขาว่า เราอยู่ตรงนี้นะ พอดีกับเราเริ่มเข้ามาอยู่กับค่าย MILK! แล้ว คำว่า โตไปด้วยกัน ก็สื่อถึงสเต็ปนี้ของพวกเราด้วย ถือเป็นเพลงที่เราแต่งมาบอกแฟนเพลง บอกวง บอกค่าย บอกทุกคนว่า เติบโตไปด้วยกัน ทุกข์สุขไปด้วยกันนะ" นับเล่าถึงที่มาของเพลงที่สอง

    "จริงๆ ตอนนั้นเราทำอีกเพลงหนึ่งที่ชื่อ อยู่เป็นของขวัญให้ฉันก่อน เสร็จแล้ว แต่เราไม่อยากให้คนมีภาพจำว่า วงเราเป็นวงเศร้าๆ เพราะพื้นฐานคาแรกเตอร์ของวงก็ไม่ได้ดูเศร้าขนาดนั้น" บาสเสริม

    "โดยเฉพาะไอ้นี่" นับพูดพลางชี้ไปที่บาส "ใครจะไปคิดว่าตอนทำเพลงจริงจังจะกลายเป็นเพลงที่เศร้าขนาดนั้น พอมานั่งคุยกัน พวกเราก็เห็นตรงกันว่าอยากให้คนเห็นเราในหลายๆ สี หลายๆ มู๊ด"

    แล้วเราก็มีโอกาสได้สัมผัสสีสันของ Uncle Ben ที่เข้มข้นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพลง อยู่เป็นของขวัญให้ฉันก่อน ที่มีรายละเอียดและไลน์ประสานของดนตรีที่เติบโตขึ้นจากเพลงก่อนๆ ขณะที่เพลงล่าสุดอย่าง เพลงก่อนนอน ก็เป็นซิงเกิ้ลแรกที่พวกเขามีโอกาสทำงานร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ โดยเพลงนี้ พวกเขาได้เสียงอันอบอุ่นของ แอนท์–มนัสนันท์ กิ่งเกษม มือกีต้าร์จากวง LANDOKMAI มาร่วมเติมความกลมกล่อมให้กับเพลงนี้อีกด้วย

    "จริงๆ ตอนแรกเราจะเก็บเพลงก่อนนอนไว้เป็นโปรเจกต์เดี่ยว เพราะเราแต่งเพลงนี้จีบแฟนเรา" นับเล่าถึงเบื้องหลังเพลงเพลงก่อนนอน "แต่พอเอามาเล่นกับวงก็เพราะไปอีกแบบ ตอนแรกจะไม่มีท่อนที่แอนท์ร้อง จนพอเอามาทำเป็นซิงเกิ้ล เราอยากตีความมันเพิ่ม เลยนึกถึงมุมมองของคนที่ฟังท่อนแรกแล้วตอบกลับมา เลยเป็นท่อนใหม่ที่แต่งขึ้น พอดีกับที่เราได้ฟังแอนท์ร้องเพลงใน Live Session ของวง quicksand bed ก็รู้สึกว่าใช่เลย พอได้แอนท์มา มันยิ่งทำให้เพลงนี้ลงตัวมากขึ้น"

    หลังจากที่ปล่อยซิงเกิ้ลออกมาให้แฟนๆ ได้ตามฟังกันพักใหญ่ พวกเขาก็ปล่อย EP อัลบั้มของตัวเองที่มีชื่อว่า Sundown ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโรค Sundown Syndrome อาการร้องไห้ของเด็กทารก เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน โดยประกอบไปด้วย 5 บทเพลงที่ผสมผสานความรู้สึกทั้งสุขและเศร้าได้อย่างลงตัว

    ด้วยความที่แต่ละเพลงนั้นถูกแต่งมาแล้ว ขั้นตอนการเรียงเพลงในอัลบั้มจึงเป็นพาร์ทที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุด

    "ด้วยความที่ดนตรีแต่ละเพลงมันต่างกันมาก เราเลยพยายามหาจุดร่วมของอัลบั้มนี้ จนเกิดเป็นช่วงเวลาของแต่ละเพลง โตไปด้วยกันเป็นเหมือนเวลากลางวัน ตอนที่แดดส่อง อยู่เป็นของขวัญให้ฉันก่อน เป็นช่วงเวลาโพล้เพล้ เวลาที่เราคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตอนที่นั่งรถกลับบ้าน เพลงก่อนนอน เป็นช่วงเวลา ตอนกลางคืนที่ได้คุยกับเพื่อนๆ ไถโซเชียล แล้วมีคนมาปลอบใจว่าวันนี้เหนื่อยหน่อย ไม่เป็นไรนะ สุดท้าย อย่าเป็นฉันเลย จะเป็นช่วงเวลาที่มืดที่สุดของวัน ตอนที่เราไม่มีใครแล้วจมอยู่กับความคิดของตัวเองครับ" นับเล่า

    เป็นเวลาเกือบสี่ปีแล้วที่เหล่าสมาชิกต่างแบ่งปันประสบการณ์และก้าวผ่านช่วงเวลาที่หลากหลายมาพร้อมกัน พวกเขาเริ่มต้นเล่นดนตรีด้วยความสนุก ก่อนจะค่อยๆ เติบโตจนมี EP อัลบั้มและคอนเสิร์ตเปิดตัวอัลบั้มเป็นครั้งแรกในชีวิต อดิ๊บเล่าว่าเป้าหมายของวงไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันแรกนัก พวกเขายังหวังว่าจะมีโอกาสได้สร้างสรรค์บทเพลงใหม่ๆ ให้แฟนๆ ได้ฟังอยู่เสมอ

    "ก่อนหน้านี้ เราไม่ได้คิดถึงการทำดนตรีในระยะยาวมากนัก มันมีอะไรหลายอย่างที่เราไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ แต่พอมีโอกาสได้ทำงานเพลงจริงจังมาก มันทำให้เราใส่ใจรายละเอียดในผลงานมากขึ้น เป้าหมายของเราก็ยังเหมือนเดิม เราไม่ได้อยากทำเพลงดัง แต่เราอยากทำเพลงที่สื่อสารกับคนฟังได้ดี"

    ตลอดการสนทนาครั้งนี้ เราไม่เพียงได้เห็นสีสันอันหลากหลายของวง Uncle Ben ผ่านบทเพลงของพวกเขา แต่ยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ลงตัวของเหล่าสมาชิกทั้งสี่คนอีกด้วย เมื่อนับมักรับหน้าที่เป็นคนเล่าเรื่องต่างๆ ตามแบบฉบับของฟรอนต์แมน โดยมีนอร์ทคอยเสริมทัพเพิ่มเติมข้อมูลส่วนที่ขาด ในจังหวะที่บาสรับบทเป็นคนสร้างสีสัน ขณะเดียวกัน พวกเขาก็คอยหาจังหวะดีๆ ให้อดิ๊บที่พูดน้อยที่สุดในวงได้แสดงความคิดเห็นอยู่เสมอ ด้วยคาแรกเตอร์และความชอบที่แตกต่างกันนี้ ยิ่งพาให้วง Uncle Ben กลายเป็นวงดนตรีที่มีส่วนผสมที่ลงตัวและมีเสน่ห์เลยทีเดียว

    และไม่ว่าในอนาคต วง Uncle Ben จะเติบโตไปเป็นแบบไหน เราเชื่อว่าพวกเขาจะยังคงมีผลงานที่คอยเติมสีสันและส่งมอบความสุขให้กับแฟนๆ ที่เฝ้ารอการเติบโตนี้ไปด้วยกันอย่างแน่นอน!

Favorite Something
  •   La La Land (2016), Friends (1994), Her (2013), Tenacious D in The Pick of Destiny (2006), One Day (2011), Inception (2010), The Pursuit Of Happiness (2006), About Time (2013), Soul (2020) / The Terminal (2014) / Dazed and Confuzed (1993)
  •   Bruno Major - Nothing, Niki - Every Summertime, The Lemon Twigs - I Wanna Prove to You, Wings - Silly Love Songs, The Eagles - The Long Run, Elton John - Tiny Dancer, Michael Franks - Inside You, The Beatles - Here, There And Everywhere
  •   Beck (ปุปะจังหวะฮา), บ้านและสวน, สิ่งมีชีวิตในโรงแรม, ชาติ กอบจิต - จนตรอก, The Beatles Way
  •   บอล Scrubb, เม้ง Desktop Error, George Harrison, Paul McCartney, Lionardo DiCarpio

นิษณาต นิลทองคำ

กองบรรณาธิการที่กำลังใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน ชอบคุยกับผู้คน ท้องฟ้า และเสียงดนตรี เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลง ที่บางทีก็ปล่อยให้เพลงฟังเรา