ผีเสื้อของตั๋วตั่ว หนังสือนิทานที่ตั้งใจปกป้องเด็กๆ จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

    ฉันเคยทำงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาหลายปี ครั้งหนึ่งเคยได้นั่งคุยกับจิตแพทย์เพื่อขอความรู้เรื่อง การสร้างเกราะคุ้มกันให้ลูกจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเราเคยถูกสอนให้ระวังการคุยกับคนแปลกหน้ามานานหลายปี แต่ในทางสถิติหนึ่งในสี่ของเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ คนที่ทำล้วนเป็นคนที่เรารู้จัก คนที่เราไว้ใจ เด็กๆ จึงโดนล่อลวง ข่มขู่ หวาดกลัว จนไม่กล้าบอกใคร ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า ที่เราเห็นข่าวเด็กถูกทำร้ายทุกเดือนจนปวดใจ

    เราอาจเคยเห็นการให้ความรู้เรื่องการป้องกันตัวจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผ่านทางข่าว สารคดี บทความ อินโฟกราฟิก สุขศึกษา วิทยาศาสตร์ แต่ยังไม่เคยเห็นผ่านนิทานภาพ หนึ่งในสื่อที่เด็กรัก และอ่านกันตั้งแต่เด็ก ซึ่ง ซิ่งเจียฮุ่ย นักเขียนในฐานะนักสิทธิมนุษยชนของไต้หวันที่ต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและเยาวชนมาตลอดก็เห็นเช่นนี้เหมือนกัน เธอรับรู้เหตุการณ์การล่วงละเมิดทางเพศในเด็กมาตลอด เมื่อยังไม่เห็นมีใครทำนิทาน เธอจึงลุกขึ้นมาทำภายใต้ชื่อเรื่อง ผีเสื้อของตั๋วตั่ว หนังสือเล่มนี้ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ขนาดได้รับรางวัลหนังสือที่ร้านหนังสือทั่วไต้หวันอยากให้ผู้ปกครองอ่านมากที่สุดประจำปี 2562 แม้เมืองไทยจะไม่มีรางวัลนี้ แต่ผีเสื้อของตั๋วตั่วที่ถูกจัดพิมพ์ฉบับภาษาไทยโดย แมงมุมคิดส์ ในเครือบริษัทแมงมุม คัลเจอร์ จำกัด ของสองนักแปล เบียร์-อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี และภรรยา ก้อย-พัณณ์ชิตา ธนวีร์กิตติโชติ ก็กลายเป็นหนังสือที่คุณหมอจิตแพทย์และนักจิตวิทยาหลายท่านแนะนำให้ทุกคนซื้อมาอ่าน สำหรับฉันคิดว่า แค่คนรอบตัวที่คุณรักมีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ด้วย ก็เพียงพอที่จะซื้อนิทานเล่มนี้มาอ่านแล้ว

เด็กหญิงบอกว่า ผีเสื้อคือดอกไม้บนท้องฟ้า 
เราต้องนับผีเสื้อเป็นตัว เป็นตัว "ผีเสื้อเป็นตัว เป็นตัว บินไปบินมา"
หนูน้อยชอบดึงชายกระโปรงให้บานออก เต้นรำไปกับผีเสื้อเต็มท้องฟ้า
ต่อมา ทุกคนเรียกเธอว่า 'ตั๋วตั่ว'

    ผีเสื้อของตั๋วตั่ว เล่าเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยที่มีความสุขเหมือนเด็กๆ คนอื่น เธอร่าเริง ชอบนั่งชิงช้า ชอบดูผีเสื้อ แม้ตั๋วตั่วจะไม่เคยเจอคุณพ่อ หากเธอโตมาท่ามกลางความรักของผู้คนในชุมชน มีคุณแม่ผู้เป็นที่รัก มีคุณตา คุณยาย คุณน้า จนกระทั่งวันหนึ่ง ความสุขของตั๋วตั่วหายไป เมื่อคุณอาผู้ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในบ้าน ผ่านการเป็นคนรักของคุณแม่

    ซิ่งเจียฮุ่ย ไม่ได้ทำนิทานเล่มนี้เพียงลำพัง เธอชักชวนนักวาด เฉินเจี๋ยฮ่าว ชายหนุ่มที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในวันเด็ก และภรรยาของเขา สวีซือหนิง คนรักที่คอยอยู่เคียงข้างตลอดการบำบัดและการฟื้นฟูมาวาดภาพประกอบ ซึ่งทั้งคู่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ความหวาดกลัว ผ่านภาพวาดที่แฝงไปด้วยสัญลักษณ์มากมาย เช่น ทุกครั้งที่คุณอา (คนทำร้ายตั๋วตั่ว) ปรากฏตัว เขาจะมาพร้อมหางของหมาจิ้งจอกที่สื่อถึงความเลวร้าย โดยเฉพาะหน้า 20-21 ที่ฉันรู้สึกเจ็บปวดที่สุด  หมาจิ้งจอกปรากฏตัวในความฝันของตั๋วตั่ว ลวดลายบนตัวของหมาจิ้งจอก เต็มไปด้วยต้นเหตุของความหวาดกลัว ทั้งเสื้อผ้าสวยๆ เค้กสตรอว์เบอรี่ที่คุณอาใช้หลอกล่อให้ตั๋วตั่วเชื่อใจ เป็ดน้อยที่เอามาเล่นด้วยตอนตั๋วตั่วอาบน้ำ กุญแจมือที่มาจากการขู่ว่าจะเอาตำรวจมาจับแม่หากตั๋วตั่วบอกให้แม่รู้ ดอกไม้สีซีดจางเทาหม่น ที่สื่อถึงผีเสื้อตัวแทนความสุข ความสดใส กำลังจะหายไป ซึ่งความฝันอันโหดร้ายทำให้เธอร้องไห้ กรีดร้อง แต่เธอไม่กล้าบอกคุณแม่

    อย่างไรก็ตามนิทานภาพไม่ได้ปล่อยเราหม่นหมองหาทางออกไม่ได้ หากนิทานพาเราไปเจอทางออกที่งดงาม ผ่านการเผชิญหน้า เชื่อมั่นในคำพูดของเด็ก ความเข้มแข็งของผู้เป็นแม่ และสุดท้ายพาไปสู่การเยียวยา บำบัด ฟื้นฟู ซึ่งหลังจากหน้า 26 เป็นต้นไป ผู้อ่านจะได้รับรู้วิธีการเข้าหาเด็กที่กำลังหวาดกลัว ผ่านคุณแม่ของตั๋วตั่ว ที่ก้าวเข้ามาปกป้องตั๋วตั่วจากฝันร้าย คุณแม่สวมบทบาทเป็นตุ๊กตาพี่กระต่ายที่ใกล้ชิดกับตั๋วตั่ว ทำให้เธอสบายใจและเล่าเหตุการณ์ถูกทำร้ายให้ฟัง หลังจากนั้นคุณแม่ยังแจ้งความ นำไปสู่การจับกุมคุณอาผู้ทำความผิด ทำให้ตั๋วตั่วรู้สึกปลอดภัย และคุณแม่ยังยืนว่าสิ่งที่ตั๋วตั่วทำไม่ใช่ความผิด ตั๋วตั่วกำลังช่วยเหลือคนอื่นๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่กล้าหาญที่สุด

"คุณแม่ให้พี่มาบอกตั๋วตั่วว่า คุณแม่เสียใจมากที่ไม่ได้ปกป้องตั๋วตั่วให้ดี เลยทำให้ตั๋วตั่วถูกคุณอารังแก คนที่ทำความผิดคือคุณอา ไม่ใช่ตั๋วตั่ว บนโลกนี้ไม่มีสัตว์ประหลาดที่กินเด็กๆ แต่มีสัตว์ประหลาดที่รังแกเด็กๆ ตำรวจมาจับตัวคุณอาสัตว์ประหลาดไปแล้วนะ"

คุณแม่ที่สวมบทบาทเป็นพี่กระต่ายพูดขึ้นในหน้า 37

    4 หน้าสุดท้ายของนิทาน ถือเป็นอีกส่วนที่ฉันยกให้เป็นส่วนสำคัญที่สุดของหนังสือ (จริงๆ ก็สำคัญทุกหน้า เพราะร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่ทำให้ตั๋วตั่วได้รับความช่วยเหลือ) นั่นเพราะว่า การป้องกันเด็กจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก เราไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ต้องรวมมือกันเป็นชุมชน ผ่านการทำสังคมให้เป็น 'สังคมปลอดภัย' ซึ่งคือการที่ทุกคนในสังคมช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันดูแล ช่วยกันเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ ทำให้เรื่องราวของเด็กหญิงตั๋วตั่วจบอย่างมีความสุข

    หากถามฉันว่าสิ่งที่ดีงามที่สุดในหนังสือเล่มนี้คืออะไร นั่นคือคู่มือการใช้งานที่แนบคู่มาด้วย ซึ่งฉันขอแนะนำให้คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู หรือใครก็ตามที่ซื้อเล่มนี้มาต้องเปิดอ่านก่อน จากนั้นค่อยชวนเด็กๆ อ่านนิทาน  เพราะภายใต้คู่มือเล่มเล็กๆ อัดแน่นไปด้วยข้อมูลและวิธีการพูดกับเด็ก ที่ช่วยป้องกันเด็กๆ จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เช่น การที่เราสอนให้เด็กๆ ระวังคนแปลกหน้านั้นไม่พอ เพราะอาจทำให้เด็กๆ ขาดความระวังคนใกล้ตัว จึงควรบอกให้เด็กๆ รู้ว่า ถ้าใครทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่ว่าจะคนแปลกหน้าหรือคนใกล้ตัว ให้เด็กๆ บอกปฏิเสธแล้วรีบมาบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ รวมถึงการช่วยเหลือเด็กๆ ที่กำลังเผชิญกับเหตุการณ์ พร้อมการบำบัดและฟื้นฟู ซึ่งทั้งหมดนี้ถ่ายทอดอย่างละเอียดอ่อน ระมัดระวัง ช่วงไหนที่สร้างความไม่สบายใจก็มีการติด Trigger Warning ไว้เพื่อปกป้องผู้อ่านที่เคยเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายด้วย

    คุณอาจไม่คาดคิดว่าหนังสือนิทานสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง แต่สำหรับไต้หวัน หลังนิทานวางขายสามารถยับยั้งอาชญากรรมการล่วงละเมิดทางเพศโดยคนรู้จักได้จริง พวกเขาค้นพบเด็กที่เจ็บปวดอย่างเด็กหญิงตั๋วตั่วมากมาย ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเพศอะไร

    ฉันจึงอยากชวนทุกคนมาช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งในการติดอาวุธป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศของเด็กๆ ผ่านการอ่านหนังสือเล่มนี้ และสร้าง 'สังคมปลอดภัย' ร่วมกัน

กมลพร สุนทรสีมะ

อดีตเติบโตมากับกองบรรณาธิการนิตยสารสำหรับเด็กเเละครอบครัว เชื่อมั่นในพลังมหัศจรรย์ของเด็กๆ ชอบดอกไม้ พืชใบเขียว มีหอศิลป์เป็นที่ชุบใจ ติดชาเย็นหวานน้อย พอๆ กับกลิ่นกระดาษ อนาคตอยากเลี้ยงลาบาดอร์ สีน้ำตาล