ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ: กวีรักของชายผู้ (เคย) บูชาอิสระในความโดดเดี่ยว

"หากความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน
ปฏิทินไม่บอกคืนและวันอย่างที่ฉันไม่เคยต้องการ..."

    เชื่อว่าหลายๆ คนอาจเคยคุ้นหูกับท่อนเพลงดังข้ามกาลเวลาอย่างเพลง 'ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ' ที่บรรจุอยู่ในอัลบั้ม Romantic Comedy (2549) ซึ่งแต่งขึ้นโดยนักร้องนำ ตุล ไวฑูรเกียรติ หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญจากวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า 
    นอกจากตุลจะเป็นนักร้องนำและนักแต่งเพลงของวงดนตรีร็อกแล้ว เขายังใช้การเขียนสำหรับบันทึกเรื่องราว ระบายความคิดความรู้สึก รวมถึงบทกวีไว้มากมาย ก่อนที่จะคัดออกมาเป็นหนังสือรวมผลงานหลายเล่ม เช่น หลบเวลา, สิ่งที่อยู่นอกใจ, เพลงที่คุณไม่เคยได้ฟัง
    หนึ่งในนั้นคือ 'ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ' บทกวีรักแอนด์โรล ที่เขียนขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ความรักที่ขาดสะบั้นของเขา ซึ่งตุลถ่ายทอดความโดดเดี่ยวและความคุกรุ่นของอารมณ์ที่แอบซ่อนอยู่เบื้องลึกของจิตใจออกมา เปิดเผยให้ผู้อ่านลองใช้เวลาอยู่ในห้วงความรู้สึกนั้นของเขาไปพร้อมๆ กัน

"ไม่มีประโยชน์อะไรในการถามหารัก
จากคนที่ไม่กล้าจะรัก
โดยคนที่ไม่เคยรู้จักรัก"

    'ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ' เป็นหนังสือที่หลายคนเรียกมันว่าบทกวีรัก 
    ตุลเล่าผ่านหนังสือฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุดว่าช่วงสิบปีให้หลัง เขาเขียนบทกวีน้อยลงจากเดิมมากถ้าเทียบกับเมื่อก่อนที่การเขียนหนังสือเป็นอีกหนึ่งพาร์ทสำคัญของชีวิต 
    อาจแปลได้ว่าช่วงเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตก่อนหน้านั้นเขามีความสุขดี แต่ด้วยภาระหน้าที่ของชีวิตในด้านอื่นๆ ทำให้บทบาทการเป็นนักเขียนของเขาต้องถูกวางไว้ก่อน
    จนวันหนึ่งอุบัติเหตุทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับตุล ทำให้ชายหนุ่มในวัยสี่สิบกลับมานั่งอ่านบทกวีชิ้นเดิมของเขา และอยากให้เราได้อ่านงานเล่มนี้กันอีกครั้งผ่านหนังสือกวีรักแอนด์โรลล์ 'ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ' ที่เป็นชื่อเดียวกับเพลงดัง ต่างกันตรงที่วันนี้เขาไม่ได้เป็นผู้ขับร้องมันอีกต่อไป

    ผลงานเล่มนี้เป็นหนังสือปกสีขาวที่เขาใช้เวลาเรียบเรียงนานนับ 7 ปีเศษ และในวันนี้มันถูกตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 4 (2563) ผ่านกระดาษแผ่นสีขาวที่มีความทรงจำเป็นตัวอักษรสีดำประทับอยู่ในแต่ละหน้า หน้าปกออกแบบโดย สิรินญา บุญสิทธิ์ ที่ตั้งใจใช้ลายเส้นสีดำสไตล์ Contour Line ขีดตวัดขดไปขดมาล้อไปกับการเคลื่อนไหวของอารมณ์กวีที่ไหลไปเรื่อยๆ เธอเล่าให้เราฟังถึงที่มาของลายเส้นว่าเกิดจากอารมณ์หลังการอ่านหนังสือจบ ซึ่งทิ้งความรู้สึกหน่วงๆ เอาไว้ เธอจึงใช้จินตนาการหยอกล้อกับความรู้สึกของตุลผ่านภาพวาด ทำให้ภาพชายสูบบุหรี่เป็นตัวแทนของหนังสือเล่มนี้ได้ดีที่สุด และสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผลงานการออกแบบในเล่มนี้ คือเธอยังเว้นพื้นที่ทางจิตนาการเอาไว้ ด้วยการไม่วาดดวงตาที่อาจสื่อให้เห็นความรู้สึกนึกคิดของตุลอย่างโจ้งแจ้งเกินไป และตั้งใจให้คนที่เห็นหน้าปกสามารถสัมผัสด้วยความรู้สึกของตัวเองว่า เจ้าของหนังสือกวีเล่มนี้กำลังมีความรู้สึกอย่างไร


"ฉันยังจ้องมองเธอด้วยตาคู่เดิม แต่เธอไม่เหมือนเดิม
ฉันยังโอบกอดเธอด้วยแขนข้างเดิม แต่เธอไม่เหมือนเดิม
ฉันยังรักเธอด้วยหัวใจดวงเดิม แต่เธอไม่เหมือนเดิม"

    ตุลถ่ายทอดเรื่องราวผ่านบทกวีได้เศร้าจับใจและปลุกเร้าให้เราสะเทือนอารมณ์ได้ดีกับวรรณกรรมทางศิลปะที่เขาใช้ภาษาในการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดต่อหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของดวงตาคู่เดิมที่ไม่มีวันลืม คำสารภาพจากเชลยผู้ต้องหาในคดีรักคนนี้เป็นกวีที่ว่าด้วยความรัก ความใคร่ การเฝ้ารอและถวิลหาในยามค่ำคืนที่ถูกเขียนออกมาผ่านหนังสือจำนวน 38 บท หนึ่งในนั้นมีชื่อของบทที่น่าสนใจคือ 'คุณสวยมาก' และ 'สาวผมสั้นนัยน์ตาแปลก' ซึ่งอาจจะเป็นคำใบ้อีกชิ้นที่มากพอจะทำให้เราในฐานะผู้อ่านรู้จัก 'เธอ' คนนั้นในฐานะคนรักของตุลได้อย่างพอดี 
    เธอผู้ที่ทำให้เขาไม่อาจละสายตา เธอผู้ที่ทำให้เขาติดอยู่กับห้วงวันเวลาเดิมเธอผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจครั้งสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตุลหยิบปากกาขึ้นมาร่ายกวีรักขึ้นอีกครั้ง และเธอผู้ที่ทำให้เราได้เห็นอีกด้านที่แสนเหงาและเดียวดาย จากความผิดหวังที่ยังคงบาดลึกในจิตใจของชายหนุ่มผู้นี้ 
    เนื้อหาของบทกวีบอกเล่าเรื่องราวของสถานที่ตั้งแต่ลานจอดรถกับการพบรักครั้งนี้ที่สยามสแควร์และจบลงด้วยการแยกทางที่ลาดพร้าว และนั่นเป็นสาเหตุของรักที่ล่มสลายที่นำพาเขากลับมายังชายทะเลหัวหินและฉุดเขาบินข้ามมหาสมุทรกลับไปในความทรงจำของจูบสุดท้ายที่โตเกียว แต่ละหน้าของหนังสือที่ถูกกางออกทำให้เราสัมผัสได้ถึงความเหงาที่เป็นดั่งหมอกที่ห่มคลุมความรักครั้งนี้ได้อย่างลึกซึ้ง
    ตุลยังคงทำหน้าที่นักเขียนที่สร้างความแปลกใหม่ในบทกวีให้เรารู้สึกชื่นชมได้สม่ำเสมอในทุกๆ หน้า เขาหยิบยกความไม่เหมือนใครด้วยการนำข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นมาเปรียบเทียบกับความรู้สึกของตนเองได้อย่างลงตัว อย่างบรรทัดที่เขากำลังพูดถึงความรักที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะรักตั้งแต่แรก ก็ถูกตุลยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ข่าวในวันที่ Honda Civic พุ่งชนปะทะ  Vespa ที่หน้ามาบุญครองด้วยความไม่ตั้งใจไปซะอย่างนั้น

"หากฉันมีอยู่จริง ฉันคงจะได้พบเธอก่อนการกำเนิดของสรรพสิ่ง
อาดัมกับอีฟจะเกิดมาเป็นพี่น้องกัน
เขาทั้งสองจะเป็นบุตรของเธอกับฉัน
พวกเขาจะเรียกฉันว่าสันติภาพ
และฉันจะเรียกเธอว่า.. ความรัก"

    เมื่ออ่านหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้จบลง มันคงมีน้ำหนักมากพอที่จะบอกเราได้ว่า ตุลยังคงปล่อยให้วันเวลาหมุนผ่านไปพร้อมๆ กับจิตนาการที่ยังอบอวลไปด้วยความรักกับการคิดถึงเธอผู้เป็นความรักของเขามาเสมอ
    และตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างจากขโมยที่แอบปีนเข้าหน้าต่างห้องแห่งความลับ ไปแอบอ่านสมุดบันทึกของกวีผู้หนึ่งเข้าอย่างจัง แต่กระนั้นกลับไม่มีใครตั้งข้อกล่าวหาหรือออกหมายจับ    
    เพราะหนังสือเล่มนี้คือกุญแจดอกสำคัญที่ตุลเชื้อเชิญเราเข้าไปสู่ห้องส่วนตัวของเขาซึ่งถูกปิดล็อกเอาไว้ เป็นห้องที่ตุลกำลังรอให้ใครหลายคนได้เปิดเข้าไปร่วมแบ่งเบาความเหงาของเขา 
    หากคุณไม่รีบร้อนและมีเวลานั่งอ่านกวีของเขา อย่าลืมพกเบียร์ Kloster หลายๆ ขวดไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนเขาด้วยหละ 
    ไม่แน่ จำนวนขวดเบียร์ก่อนหน้าในบทกวีที่ตุลนั่งดื่มและมันกำลังหล่อหลอมเขาให้เมามาย มันอาจทำหน้าที่ได้ดีด้วยการเค้นความจริงออกมาว่า สิ่งที่เยียวยาเขาได้ดีที่สุดหาใช่บทเพลงหรือบทกวี หากแต่เป็นกาลเวลา


"ทำไมจึงต้องพลัดพรากจากคนรัก ?"


    คำถามของตุลที่เขียนเอาไว้ในหน้าหนังสือตอกย้ำความเจ็บปวดของเราเมื่อครั้งสูญเสียชายที่รักมากที่สุดในชีวิตไป  
    'ทำไมกันนะ ความรักต้องทำให้เราพลัดพรากจากคนรัก' เราตั้งคำถามกับตัวเองคล้ายกับที่ตุลได้ถามเอาไว้
    หลากหลายคำตอบพรั่งพรูเข้ามาไม่รู้หยุดหย่อน น้ำตาไร้สีหลั่งไหลออกมาหยดแล้วหยดเล่า
    เราอาจพลัดพรากเพื่อรอคอยวันที่กลับมาพบกันอีกครั้งในโลกคู่ขนาน หรือแม้แต่พลัดพรากเพื่อจากลากันและกันไปตลอดชีวิต แต่ ไม่ว่าอย่างไร หลังจากอ่านกวีเล่มนี้จบลง เราเชื่อว่าปริศนาของคำตอบเหล่านั้น เพียงต้องการบอกเราแค่ว่าในช่วงเวลาของการพลัดพราก ความหมายทั้งหมด คือการไม่มีอยู่แค่นั้นเอง (และใช่ นี่คงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด)

"บทกวีไม่มีความหมายฉันงมงายสวดมนต์ขอพร"

บทกวีที่เริ่มต้นขึ้นจากการเดินทางและจบไปพร้อมการเดินจากไปของเธอ
จากสมุดบันทึก ปกหน้าสีขาวที่มีชื่อของตุล ไวฑูรเกียรติ

วรัญญา ผิวงาม

ผู้รักในงานเขียน รักในการถ่ายภาพ วาดฝันถึงการมีร้านขายโปสการ์ดริมลำธารหลังบ้าน และขอกินกาแฟในทุกเช้าก่อนที่การพักผ่อนชั่วนิรันดร์จะเดินทางมาถึง