The Art of Samyan Mitrtown: เชื่อมโยงพื้นที่กับผู้คน ผ่านศิลปะที่เป็นมิตร

    'สามย่านมิตรทาวน์' เริ่มได้รับความสนใจจากผู้คนที่สัญจรบนถนนพระรามสี่มาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ซึ่งสิ่งที่ดึงดูดให้ใครต่อใครอยากรู้จักกับโครงการแห่งนี้ ไม่ได้เกิดจากความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นที่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่งานศิลปะบนผนังรั้วที่ใช้ปิดล้อมพื้นที่ก่อสร้าง ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดแสดงทุกปี คือสิ่งที่เรียกสายตาทุกคู่ที่ผ่านไปผ่านมา ให้หันมามองผลงานสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ต่อสิ่งที่กำลังก่อเป็นรูปเป็นร่างอยู่ด้านในด้วยความเป็นมิตร

    เริ่มที่ผลงานของเหล่าศิลปินสตรีทอาร์ตที่มาออกแบบกราฟฟิตี้ในปีแรก ก่อนที่จะส่งต่อให้กับศิลปินนักวาดภาพมาออกแบบงานลายเส้นเป็นปีที่สอง แล้วปีที่สามจึงชวนศิลปินช่างภาพมาสร้างสรรค์งานภาพถ่าย โดยผลงานศิลปะทุกชิ้นล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของชุมชน อัธยาศัยของคนท้องที่ รวมถึงนักเรียนนักศึกษา ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างตำนานและความเฉพาะภายในพื้นที่ 'สามย่าน' แห่งนี้

    เมื่อโครงการมิกซ์ยูสสำเร็จและเปิดให้บริการ แน่นอนว่าประโยชน์ใช้สอยและฟังก์ชันที่คิดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าที่มีเครื่องเขียน อุปกรณ์สำหรับคนรักงานฝีมือครบครัน โซนร้านอาหาร บริการต่างๆ ที่สะดวกทันสมัย หรือแม้กระทั่ง โคเวิร์กกิ้งสเปซ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จะสามารถตอบสนองความต้องการของคนยุคใหม่ที่อาศัยอยู่ในเมืองได้เป็นอย่างดีแล้ว สามย่านมิตรทาวน์ ยังไม่ลืมที่จะนำศิลปะเข้ามาใช้ในพื้นที่เป็นครั้งที่สี่ โดย 2 ศิลปิน ได้แก่ สาธิต กาลวันตวานิช ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทฟีโนมีนา และผู้ก่อตั้งแบรนด์พร็อพพาแกนด้า เป็นผู้ออกแบบประติมากรรมที่จะเป็นมาสคอตของสามย่านมิตรทาวน์ต่อไป และ ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล ศิลปินไทยที่สร้างสรรค์ผลงานอยู่ที่นิวยอร์กเป็นเวลาหลายปี มาสร้างสรรค์ภาพวาดที่มีรูปร่างและสีสันที่สดใสภายในตัวอาคารหลายจุดด้วยกัน

    สาริษฐ์ ไตรโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ เล่าถึงแนวคิดในการนำศิลปะเข้ามาใช้กับโครงการสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่กำลังก่อสร้างจนถึงวันที่โครงการสำเร็จพร้อมเปิดให้บริการว่า

    "การพัฒนาโครงการสามย่านมิตรทาวน์ เราอยากทำให้โครงการนี้เป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับชุมชนและคนโดยรอบนะครับ ทีนี้เมื่อตีความต่อว่าเราจะทำยังไงให้เป็นมิตรตั้งแต่การก่อสร้าง จึงนำงานศิลปะมาเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนโดยรอบกับโครงการเข้าด้วยกัน ซึ่งแต่ละปีมีการเปลี่ยนแนวทางของงานศิลปะไปเรื่อยๆ เพื่อให้คนที่ผ่านไปผ่านมามีความรู้สึกไม่เกรงกลัว หรือไม่รู้สึกว่าเป็นไซต์ก่อสร้าง และทำให้พื้นที่โดยรอบดูดีขึ้น เข้าถึงได้ง่ายขึ้น"

    เมื่อสามย่านมิตรทาวน์พร้อมเปิดให้บริการ จึงตั้งใจที่จะนำศิลปะที่เคยอยู่ภายนอกเข้ามาใช้สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรภายในโครงการ ผ่านมาสคอตที่จะสร้างสรรค์ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารกับผู้คน โดยมอบหมายให้ สาธิต กาลวันตวานิช เป็นผู้ออกแบบ ซึ่งเขาเปิดเผยรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนให้ฟัง ตั้งแต่การสเก็ตช์ ปั้นเป็นแบบ ปรับสัดส่วน และแก้ไขรายละเอียดมากมาย ก่อนที่จะนำไปทำภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ แล้วขยายขนาดขึ้นสำหรับทำชิ้นงานจริงออกมาเป็นคาแรกเตอร์ มิสเตอร์มี (Mr. Me) ในที่สุด

    สาธิตเล่าถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ว่า "คอนเซปต์ของงานชิ้นนี้คือ มีเดียม แอนด์ มอร์ (Medium and More) คือจะทำอย่างไรที่จะสามารถเติมเต็มชีวิตให้กับคนที่เดินทางเข้ามาแล้วกลับออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้ ฉะนั้นหน้าที่ของมิสเตอร์มีคือ มันควรจะเป็นตัวสร้างแรงดลใจ มากกว่าจะเป็นงานอาร์ตที่ดูสวยเท่านั้น จะเห็นได้ว่ามันค่อนข้างเรียบง่าย เป็นสีขาว เพราะอยากให้มีความเป็นกลาง รูปทรงที่มีความโค้งมนทำให้มีความรู้สึกว่าน่ารัก น่าจับ น่าเข้าไปกอด แต่แอบมีไอ้ตัวน้อยอยู่ด้วย ซึ่งไอ้ตัวน้อยมาแทนความเป็นตัวตนของเรา

    "สิ่งที่เกิดกับโลกทุกวันนี้คือ โลกวิ่งไปเร็วมาก แต่ก่อนที่จะเข้าใจโลก เราควรเข้าใจตัวเองก่อน ดังนั้นเลยทำออกมาในลักษณะที่ตัวมิสเตอร์มีสีขาวตัวใหญ่ จะต้องนั่งคุยกับตัวเล็ก ซึ่งเราทำให้มันเป็นสีทอง เพื่อบอกว่าสิ่งที่อยู่ข้างในมนุษย์มันดี แม้ว่าประสบการณ์ที่ไม่ดีจะมีอยู่ แต่เราจะคัดสรรเลือกสรรอย่างไรให้สิ่งที่ดีเข้ามาอยู่ในตัวเราได้"

    ผลงานมิสเตอร์มีจัดทำขึ้นทั้งหมด 3 ชิ้น ชิ้นแรกตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของสามย่านมิตรทาวน์ เราจะพบมาสคอตชิ้นนี้ในท่ายืน แต่สายตาที่จับจ้องอยู่ที่ตัวเล็กสีทองนั้น เป็นการคุยกับตัวตนของตัวเอง ที่เปิดกว้างให้ผู้คนเติมเต็มความหมายและความรู้สึกเมื่อพบเห็นตามประสบการณ์ของตัวเอง ชิ้นที่สองตั้งอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมทริปเปิ้ลวาย (Triple Y Hotel) ในท่านั่งชันเข่านั้นมีขนาดใหญ่ แบบที่เชิญชวนให้เรานั่งลงข้างๆ เพื่อทบทวนความต้องการของตัวเองบ้างเหมือนกัน ชิ้นสุดท้ายอยู่บนดาดฟ้าของศูนย์การค้า มีลักษณะเป็นกราฟิกมิสเตอร์มีแบบพิกเซลที่ซ่อนอยู่กลมกลืนกับสวน ซึ่งจะไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างจนกว่าจะมีโอกาสขึ้นไปบนอาคารสูงแล้วมองลงมานั่นเอง

    นอกจากชิ้นงานประติมากรรมที่ชวนขบคิดแล้ว สามย่านมิตรทาวน์ยังมีภาพวาดสีสันสดใสที่สร้างความมีชีวิตชีวา ทว่าดำรงอยู่อย่างกลมกลืนไปกับพื้นที่ส่วนรีเทลตลอด 5 ชั้นของอาคารชั้นบี 1 ถึงชั้น 4 เลยทีเดียว

    จุดแรกที่ทุกคนจะได้เห็นงานของ ไพโรจน์ พิเชฐเมธากุล อยู่บนเสา 4 เสา ซึ่งร้านค้าตั้งรายล้อมอยู่ เขา นำรูปทรงดีไซน์ของอาคารที่มีความเหลี่ยมและกำแพงที่มีความโค้ง มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ภาพสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และวงกลมรูปร่างเรขาคณิตในโทนสีที่สดใส โดยการเลือกให้เข้ากับแบรนด์ต่างๆ ในบริเวณนั้น รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งสถานที่ด้วย

    แล้วเขาเลือกรูปร่างและสีสันที่ต่างกันกับภาพวาดบนผนังทางเดินไปยังห้องสุขาในแต่ละชั้น จากการตีความของเขาหลังจากได้สัมผัสตัวตนของความเป็นสามย่านก่อนที่จะลงมือสร้างสรรค์ผลงานขึ้น

    "โปรเจกต์นี้เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อนเลย ตอนแรกที่ได้โจทย์มาก็ไม่คิดว่าจะทำ เพราะมันคนละทางกับเราและไม่ถนัดด้วย ช่วงที่ตัดสินใจ ผมก็มาเดินดูอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ ตกแต่งไม่เสร็จ ผมอยู่เมืองนอกมาตลอด ไม่ได้กลับมาเมืองไทยเป็นสิบปี กลับมาผมไม่รู้ว่าอะไรคือสามย่าน เราไม่เข้าใจครับ พอได้กลับมาดู เห็นเด็กจุฬาฯ เด็กวัยรุ่น การได้เห็นชาวบ้านรอบๆ ตึกนี้ ผมได้เห็นตอนที่ไปนั่งกินสุกี้ตรงหัวมุมที่รอนานๆ ครึ่งชั่วโมงได้มั้งฮะ มีคนมานั่งกิน ป้าที่ร้านก็ถาม 'ร้อนไหมลูก' เราไม่ได้เจอวัฒนธรรมนี้มานาน เหมือนเรียกความทรงจำสมัยเด็กกลับมาอีกครั้งนึง

    "พอลองฟังสิ่งที่เขาต้องการว่าอยากทำเกี่ยวกับแพตเทิร์น ฟอร์ม ลายเส้น เลยอยากจะให้สามย่านมิตรทาวน์เป็นมิวเซียมเล็กๆ ที่ซ่อนงานศิลปะไว้ ทุกชั้นมีสีสันของคนในสามย่าน พวกสีนี่คือสีที่ผมเห็นจากตามท้องถนน บ้านของคน แล้วมาแปลงให้เป็นพาสเทล โดยผมเลือกมาทั้งหมด 12 สี แล้วใช้แค่รูปร่างสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม และรูปฟรีฟอร์ม พอมาทำจริงๆ เราก็ดีไซน์ให้สามารถอยู่ในพื้นที่จริงได้ สามารถตั้งร้านค้า ร้านเครื่องสำอาง ขายเสื้อผ้าได้โดยที่ไม่ดูเคอะเขิน ให้มันเป็นส่วนหนึ่งของสามย่านมิตรทาวน์"

    ภายใต้ความเป็นเรขาคณิต เขาออกแบบรูปร่างที่ยืดหยุ่นและเป็นอิสระ เพื่อนำมาสื่อถึงผู้คนหลายรูปแบบและไลฟ์สไตล์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่สามย่าน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หรือคนสูงอายุ แล้วถ่ายทอดในรูปแบบที่มีความเป็นสมัยใหม่ เพื่อเชื่อมโยงกับคนยุคนี้ที่มีพลังที่จะบอกความคิดและความต้องการกับสังคมได้มากขึ้น

    สาริษฐ์อธิบายถึงมุมมองที่นำศิลปะมาใช้ในโครงการสามย่านมิตรทาวน์ว่า "ไม่ใช่ทุกโครงการที่เราจะคิดคอนเซปต์แบบนี้ออกมานะครับ เวลาโกลเด้นแลนด์ทำโครงการ เราพยายามหาเอกลักษณ์ของแต่ละโครงการที่ไม่เหมือนกันในแต่ละที่ สำหรับที่นี่ ผมคิดว่าการนำงานศิลปะมาใช้เป็นสิ่งจำเป็นและตอบโจทย์ในแง่ที่ทำให้เราเฟรนด์ลี่ เป็นมิตรกับคนมากยิ่งขึ้น แล้วยังตอบคอนเซปต์เรื่องของการเรียนรู้ ผมว่างานศิลปะที่เรานำมาใช้ตั้งแต่ผนังรั้วที่ใช้ปิดล้อมพื้นที่ก่อสร้าง เป็นการดึงศิลปะให้เข้ามาใกล้ตัวคนที่ไม่มีโอกาสเข้าพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรีมากขึ้น แล้วเรายังนำงานของทุกคนมาจัดแสดงไว้ในพื้นที่ต่างๆ เป็นการถาวร ให้คนที่มาสามย่านมิตรทาวน์ทุกครั้งจะได้เห็นงานกราฟฟิตี้ของ Alexface หรือ Rukkit ด้วย"

    ส่วนสาธิตแสดงความเห็นว่า สิ่งที่สามย่านมิตรทาวน์ทำ เป็นการตอบโจทย์ของเมือง เพราะเมืองที่มีศิลปะ คือเมืองที่น่ารักมีเสน่ห์ ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ศิลปะที่อยู่ในโครงการนี้เท่านั้น แต่ถ้ามีศิลปะแทรกอยู่ที่ไหน นั่นจะเป็นข้อต่อที่เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมในพื้นที่แห่งนั้นเข้าด้วยกัน

    ความตั้งใจที่จะใช้ศิลปะเข้ามาเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงและเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับสถานที่แห่งนี้ จึงไม่เพียงแต่สร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและมีชีวิตชีวาเมื่อใช้เวลาอยู่ในสามย่านมิตรทาวน์เท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่จุดประกายและส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังผู้มาเยือนให้ได้นำติดตัวกลับไปสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง

    ติดตามความเคลื่อนไหวของ สามย่านมิตรทาวน์ ได้ทาง www.facebook.com/SAMYANMITRTOWN/

ดุสิตา อิ่มอารมณ์

นักเขียน ผู้ใช้พื้นที่ในเวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ขี่จักรยาน อ่านการ์ตูน เล่นเลโก้ ฯลฯ โดยเชื่อเต็มหัวใจว่าเวลาที่หมดไปกับความรื่นเริงนี้สามารถเติมเต็มชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กมลลักษณ์ จิรหิตะภัทร

ช่างภาพฟรีแลนซ์จบใหม่ ปกติเขาจะชอบถ่ายภาพสตรีทโฟโต้ แต่ปัจจุบันแม่ไม่ให้เงินแล้วเลยหันมาถ่ายทุกๆ อย่างที่จะทำให้ใช้ชีวิตรอดต่อไปอีกเดือน