ล่องแม่น้ำ นั่งตุ๊กๆ ชมงานศิลป์ในเทศกาล Bangkok Art Biennale 2018

    ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นชิ้นงานศิลปะจัดแสดงอยู่ในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเทพฯ โรงแรม อาคารเก่าแก่ หรือตามวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยากันบ้างแล้ว เพราะปีนี้มีการจัดเทศกาลศิลปะระดับโลก Bangkok Art Biennale 2018 ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ นำผลงานจากศิลปินไทยและศิลปินระดับโลกมาจัดแสดงตามสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงเทพฯ ให้ชมจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 หลังจากนั้นเทศกาลนี้จะกลับมาจัดแสดงให้คนกรุงได้ชมอีกครั้งทุกๆ 2 ปี

    ผลงานศิลปะมากกว่า 200 ชิ้นในงาน Bangkok Art Biennale 2018 มีสถานที่จัดแสดงทั้งหมด 20 แห่ง แบ่งเป็น 2 เส้นทางหลัก คือ เส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเส้นทางในตัวเมือง แล้วถ้าหากเราต้องการชมผลงานของทั้ง 75 ศิลปินจาก 33 ประเทศทั่วโลกเหล่านี้จะจัดทริปอย่างไรดี

    happening จึงลองสำรวจวิธีเดินทางไปชมงานศิลปะในเทศกาลนี้ โดยเริ่มจากเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีสถานที่จัดแสดงงานทั้งสิ้น 8 แห่ง เป็นไอเดียสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยได้รู้ว่าการเดินทางโดยเรือแล้วต่อรถตุ๊กๆ นั้นไม่ยากอย่างที่คิด

    การชมงาน Bangkok Art Biennale 2018 มีหลายสถานที่ หากใช้รถยนต์ส่วนตัวอาจจะลำบากกว่าใช้ขนส่งสาธารณะ เพราะบางแห่งไม่มีที่จอดรถ เราจึงแนะนำให้ลองโดยสารรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสะพานตากสิน เพื่อขึ้นเรือที่ท่าสาทรซึ่งเป็นท่าน้ำสำคัญที่ใช้เชื่อมต่อการเดินทางทั้งทางบก ทางเรือ และรถไฟฟ้า ซึ่งสามารถไปถึงจุดหมายของเส้นทางนี้ได้ทั้งหมด

    ท่าสาทรมีท่าเรือให้บริการทั้งหมด 3 ท่า ได้แก่ ท่าเรือท่องเที่ยวและเรือด่วนเจ้าพระยา (ซึ่งคนที่ต้องการซื้อตั๋วเรือธงส้มที่แวะตามท่าต่างๆ ที่จัดแสดงงานครั้งนี้ก็สามารถซื้อได้ที่นี่ แต่อย่าเพิ่งรีบร้อน เพราะเรามีทางเลือกสำหรับการนั่งเรือฟรีไปยัง 2 จุดหมายให้คุณ) ท่าเรือโรงแรม และท่าเรือข้ามฟาก

ท่าสาทร-โรงแรมเพนนินซูล่า-โอเรียนเต็ล

    โรงแรมซึ่งจัดแสดงงานศิลปะของงาน Bangkok Art Biennale 2018 ที่ใกล้ท่าสาทรที่สุดมี 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเพนนินซูล่า และโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดังนั้นคุณสามารถเดินไปยังท่าเรือโรงแรม ที่ให้บริการรับ-ส่งถึงโรงแรมต่างๆ โดยเรือที่สามารถนั่งไปชมงานได้คือ เรือของโรงแรมเพนนินซูล่าและเรือของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล

    เจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งนักท่องเที่ยวเมื่อเรือของโรงแรมเพนนินซูล่ากำลังเข้าท่า เราเดินขึ้นไปนั่งบนเรือ ชมวิวริมฝั่งแม่น้ำรับลมไม่กี่นาทีก็ถึงท่าของโรงแรม พนักงานแนะนำว่าผลงานศิลปะจัดแสดงอยู่ที่ล็อบบี้ ซึ่งเมื่อเดินขึ้นจากท่าแล้วมีป้ายบอกตลอดทาง

    หลังจากชมงานเสร็จแล้ว เราสามารถนั่งเรือของโรงแรมเพนนินซูล่าข้ามไปยังท่าโอเรียนเต็ล ซึ่งเป็นท่าสาธารณะที่อยู่ตรงกลางระหว่างโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กับ อาคารอีสต์ เอเชียติก โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการข้ามไปที่ท่าโอเรียนเต็ลเพื่อชมงาน Bangkok Art Biennale 2018 ได้เลย

    จุดนี้มี 3 สถานที่จัดแสดงงาน ได้แก่ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล อาคารอีสต์ เอเชียติก และ โอ พี เพลส ซึ่งเดินถึงกันได้สะดวก จากท่าเรือจะเห็นชิ้นงานของ เอ็มกรีน แอนด์ แดรกเซท (Elmgreen & Dragset) เด่นชัด เมื่อชมงานชิ้นนี้เรียบร้อยแล้วให้เดินตรงขึ้นมาตามถนนในซอย จนถึงทางเข้าโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ด้านซ้ายมือมีชิ้นงานสุนัขบูลเทอร์เรียร์สีทองชิ้นใหญ่ของออเรล (Aurele Ricard) ตั้งอยู่ ฝั่งตรงข้ามโรงแรมก็คือทางเข้าชมงานในอาคารอีสต์ เอเชียติก นั่นเอง เมื่อเดินออกจากอาคารอีสต์ เอเชียติกแล้ว หันขวาเดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย จะเห็นทางเข้า โอ พี เพลส พื้นที่จัดแสดงงานของศิลปินตั้งอยู่ที่ชั้น 3 โดยลิฟต์โดยสารของอาคารนี้ให้บริการสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการเท่านั้น

Zero by Elmgreen & Dragset

LostDog Ma Long by AURELE

Diluvium by LEE BUL
Listen to the voice my Land Papua by MOELYONO

    การโดยสารเรือบริการของโรงแรมไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่สามารถให้ทิปได้ตามอัธยาศัย เพราะพนักงานเรือให้บริการทุกระดับประทับใจจริง

ท่าสะพานพุทธ-วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร-ท่าเตียน

    เดินกลับมาที่ท่าโอเรียนเต็ลเพื่อนั่งเรือธงส้มไปยังจุดต่อไป ปกติจะใช้เวลารอเรือแต่ละรอบประมาณ 15-20 นาที แต่ถ้าใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยกับเพื่อนที่มาด้วยกันถึงงานแต่ละชิ้นที่เพิ่งไปดูมา เวลาก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ค่าบริการเรือธงส้มคนละ 15 บาท ลงที่ท่าสะพานพุทธแล้วต่อตุ๊กๆ ข้ามไปยังวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ค่ารถประมาณ 60 บาท

    วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารจัดแสดงงาน 3 จุด คือ ภายในพระบรมธาตุมหาเจดีย์ ศาลาการเปรียญชั้น 1-2 และเขามอ โดยการชมงานของ นีโน่ สาระบุตร ที่พระบรมธาตุมหาเจดีย์ กับศาลาการเปรียญนั้น ต้องถอดรองเท้าเข้าชม หลังจากชมงานที่วัดนี้แล้วเรียกตุ๊กๆ ไปยังวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ค่ารถประมาณ 60 บาท

WHAT WILL YOU LEAVE BEHIND? by NINO SARABUTRA

    ส่วนของการจัดแสดงงานที่วัดอรุณ อยู่บริเวณลานหน้าซุ้มประตูยอดมงกุฎ ซึ่งหากใครเคยไปเที่ยวจะรู้ว่าเป็นประตูที่ยักษ์วัดแจ้งเฝ้าอยู่นั่นเอง ผลงานของ คมกฤษ เทพเทียน ดูกลมกลืนกับประติมากรรมซึ่งเป็นวัตถุโบราณของวัด จนนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ใกล้กันคือผลงานของ สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ ที่จัดวางอยู่บริเวณเขามอ สามารถเดินเข้าไปชมและสัมผัสกับบรรยากาศใหม่ๆ ด้วยตัวเอง

    ที่วัดอรุณฯ มีท่าเรือข้ามฟากไปยังท่าเตียนซึ่งอยู่ใกล้จุดชมงาน ราคาเรือข้ามฟาก 4 บาทเท่านั้น เมื่อถึงท่าเตียนแล้วเดินไปอีกนิดหน่อยก็ถึง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ เริ่มต้นที่ทางเข้าพระวิหารพระพุทธไสยาส มีเสื้อคลุมที่มีคำว่า ศรัทธา ภาษาไทย อังกฤษ และจีน อยู่กลางหลัง โดย จิตต์สิงห์ สมบุญ ซึ่งมีกระเป๋าสำหรับใส่รองเท้าให้ผู้ที่เข้าไปชมพระไสยาสไม่ต้องเอารองเท้าใส่ถุงเหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่นอีกด้วย จากจุดนี้มีงานประติมากรรมของ หวง หย่ง ผิง ที่สวนมิสกวัน ไม่ไกลกันนักมีศิลปะจัดวางและภาพจิตรกรรมฝาผนังโดย ภาพตะวัน สุวรรณกุฏ ที่กุฏิในสวนจระเข้ ผลงานอีกชุดหนึ่งคืองานจิตรกรรมลอยตัวของ ปานพรรณ ยอดมณี กลมกลืนอยู่กับรูปปั้นฤษีดัดตนและตุ๊กตาอับเฉาบริเวณเขามอ แล้วอย่าลืมเดินตามหางานประติมากรรมของ ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ อีกชิ้น

Giant Twins by KOMKRIT TEPTHIAN
Across the Universe and Beyond by SANITAS PRADITTASNEE

Paths of Faith by JITSING SOMBOON


ท่าเตียน-วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร-ท่าเทเวศร์

    ถ้ายังไม่ล้าก็ลุยไปยังสถานที่สุดท้ายของเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยากันต่อเลย จากวัดโพธิ์เดินกลับมาขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าเตียน ลงเรือที่ท่าของวัดอรุณฯ แล้วเดินมาที่ท่าบริการเรือด่วนเจ้าพระยา เพื่อต่อเรือธงส้มไปยังท่าเทเวศร์ จากนั้นต่อรถตุ๊กๆ ไปยัง ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ตรงเชิงสะพานพระราม 8 ใกล้แบงก์ชาติ ค่ารถ 50 บาท เดินขึ้นไปชมงานของกลุ่ม Souled Out Studio และประติมากรรมเรือซึ่งเป็นงานอีกชิ้นของ หวง หย่ง ผิง ที่นี่ด้วย

BANGKOK BODYBODY by SOULED OUT STUDIOS

    สำหรับคนที่คิดว่าเส้นทางชมงาน Bangkok Art Biennale 2018 ริมแม่น้ำเจ้าพระยานี้มีเพียง 8 จุด ยังไงก็สามารถเก็บหมดได้ภายใน 1 วัน อย่าชะล่าใจไป เพราะคุณต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันถึงจะสามารถดูได้อย่างทั่วถึง กระนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเสพได้อย่างเต็มอิ่ม เพราะนอกจากชิ้นงานศิลปะจัดวาง ยังมีวิดีโออาร์ตที่ต้องใช้เวลาในการรับชม ที่สำคัญตัวสถานที่ซึ่งจัดแสดงงานเองยังมีเสน่ห์น่าทอดน่องเดินชมประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย


ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

เรือด่วนเจ้าพระยา ธงส้ม: ค่าโดยสารคนละ 15 บาท ต่อเที่ยว
เรือข้ามฟาก: ค่าโดยสารคนละ 4 บาท ต่อเที่ยว
รถตุ๊กๆ เที่ยวละประมาณ 50-60 บาท

ดุสิตา อิ่มอารมณ์

นักเขียน ผู้ใช้พื้นที่ในเวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ขี่จักรยาน อ่านการ์ตูน เล่นเลโก้ ฯลฯ โดยเชื่อเต็มหัวใจว่าเวลาที่หมดไปกับความรื่นเริงนี้สามารถเติมเต็มชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ