The Localist ชุมชนของคนรักงานดีไซน์กับแนวคิด STORE / STUDIO / STAY

    เชียงใหม่ คือจังหวัดที่เรียกได้ว่าเป็น ฮับ (Hub) ของชุมนุมนักออกแบบและคนรักงานดีไซน์อันดับต้นๆ ของประเทศ ด้วยวัฒนธรรมความเป็นมาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตการทำงานสร้างสรรค์มาอย่างช้านาน ทำให้เชียงใหม่เป็นแหล่งงานคราฟต์และอุดมไปด้วยแบรนด์ดีไซน์ของทั้งคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย

    ช็อปที่จำหน่ายงานประเภทนี้จึงเกิดขึ้นขนานคู่เคียงกันมา กลายเป็นสถานที่ 'a must' ที่ใครไปเยือนเชียงใหม่ ก็จำต้องแวะเวียนไปยังที่เหล่านี้ด้วย

    ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่เลื่อนดูฟีดในเฟซบุ๊กไปตามประสา เราก็เหลือบไปเห็น แบรนด์ดิบดีสตูดิโอ ที่เป็นหนึ่งใน happening and 'friends' จับมือกับ 3 แบรนด์พาร์ตเนอร์ทำ The Localist คอมมูนิตี้สำหรับชาวดีไซน์ขึ้น ณ ย่านท่าแพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยวางตัวเป็น STORE / STUDIO / STAY Design & Craft Commune!

    และเมื่อเราได้พูดคุยกับพวกเขาแล้ว ก็พบว่าที่นี่แหละ เหมาะที่จะเป็นสถานที่ 'a must' แห่งใหม่ในเชียงใหม่ที่คนรักงานดีไซน์ห้ามพลาดเด็ดขาด!

    แรกเริ่มเดิมที The Localist คือสตูดิโอของแบรนด์ดิบดี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นช็อปจำหน่ายสินค้าดีไซน์และงานคราฟต์ต่างๆ ทว่าด้วยพื้นที่อันจำกัดกับความต้องการในการสร้างสรรค์ธุรกิจที่มีมิติ พวกเธอจึงย้ายร้านจากถนนท่าแพมาอยู่ที่ถนนช้างม่อยเก่า และใช้ชื่อ The Localist พร้อมโปรโมตอย่างเป็นทางการ

    นอกจากคอนเซปต์ร้านที่เป็นมากกว่าช็อปทั่วไปแล้ว แบรนด์ดิบดียังได้ชักชวนเพื่อนๆ 3 แบรนด์งานคราฟต์ อันได้แก่ Chatchaiwat Pottery Studio, BROWN BIKE และ ease มาร่วมจอยเป็น The Localist ด้วย

    "สี่แบรนด์นี้เป็นสี่แบรนด์พาร์ตเนอร์ที่ร่วมงานกันมาหลายปี เรารู้จักกันผ่านงานเชียงใหม่ ดีไซน์วีค (Chiang Mai Design Week) ทำนิทรรศการร่วมกัน เป็นเพื่อนฝูงในวงการออกแบบสายงานคราฟต์กันอยู่แล้ว จริงๆ องค์ประกอบหลักๆ ของงานคราฟต์คือ 4 เทคนิควิธี งานกระดาษ งานไม้ไผ่ งานเซรามิก และงานเย็บงานผ้า ก็ได้สี่แบรนด์หลักร่วมหุ้นกันทำให้ที่นี่เกิดขึ้นมา" ตุ๋ย-พัชรดา อินแปลง หนึ่งในเจ้าของแบรนด์ดิบดี และ The Localist บอกเล่าความเป็นมา

    ที่นี่ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้เป็น 'คอมมูนิตี้' ที่มีลักษณะของการแลกเปลี่ยนเทคนิคความรู้ในงานช่างแต่ละสาขา โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ชั้น 3 องค์ประกอบ นั่นก็คือ STORE / STUDIO / STAY โดยเรียงตามการเข้าถึงตั้งแต่ชั้น 1 เรื่อยมาจนชั้นบนสุด

    ชั้น 1 STORE - พื้นที่จัดแสดงสินค้าดีไซน์และงานคราฟต์ ที่เหล่าผู้ก่อตั้งทั้งสี่แบรนด์ตัดสินใจคัดเลือกมา พวกเธอและเขาใช้คำว่า 'คิวเรต' เสมือนกับเป็นงานศิลปะ เพราะโปรดักต์ทั้งหมดที่จะมาอยู่ร้านนี้ได้ ต้องมีเคมีที่เข้ากันและเป็นผลงานของผู้สร้างสรรค์ที่เอาจริงเอาจังกับวิชาชีพช่างจริงๆ ซึ่งตอนนี้ที่ร้านมีราว 30 แบรนด์ แถมยังมีโซนคาเฟ่ร้านบัวจีน (Bua Cheen) มาสร้างสีสันให้พื้นที่อีกด้วย

    ชั้น 2 STUDIO - เป็นที่รวบรวมวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำงานคราฟต์พื้นฐาน ทั้งงานเซรามิก งานกระดาษ งานไม้ไผ่ และงานเย็บปัก ทั้งยังเป็นพื้นที่เวิร์กช็อปที่อยู่กลางเมือง เดินทางง่าย ใครที่สนใจอยากหาพื้นที่เวิร์กช็อป ก็มาใช้บริการที่นี่ได้

    ชั้น 3 STAY - ชั้นบนสุดจะค่อนข้างเป็นพื้นที่ไพรเวท เนื่องจากเป็นห้องพักจำนวน 4-5 ห้อง เพื่อรองรับดีไซเนอร์หรือผู้มาร่วมเวิร์กช็อป การตกแต่งเน้นความเรียบง่าย ทว่าแฝงไปด้วยบรรยากาศน่ารัก อบอุ่น ให้ฟีลคล้ายมาค้างบ้านเพื่อน

    แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่าโดดเด่น และทีม The Localist ผลักดันกันมากๆ คือ การสร้างคอนเทนต์ให้พื้นที่

    "เรามีงานทอล์กและนิทรรศการขนาดเล็กที่สร้างขึ้นเอง คนเข้ามาอาจจะไม่ได้ซื้อของ เพราะพื้นที่เราไม่ได้ฮาร์ดเซลอยู่แล้ว แต่เขาเข้ามาแล้วจะต้องได้คอนเทนต์อะไรบางอย่างกลับไป เราพยายามใส่มิติเหล่านี้เข้าไปด้วย เพื่อให้มันเป็นคอมมูนิตี้ ไม่ใช่ลักษณะของพื้นที่อย่างเดียว" ตุ๋ยกล่าวเสริม

    หากมองในแง่ของคนทำแบรนด์และงานคราฟต์ ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่จะมีพื้นที่แสดงผลงานมากขึ้น ทั้งยังเป็นคอมมูนิตี้ใหม่ที่เกิดขึ้นจากนักออกแบบเพื่อนักออกแบบที่แท้จริง

    หากมองในแง่ธุรกิจ ที่นี่คงถือเป็นธุรกิจโมเดลใหม่ที่น่าสนใจและท้าทายต่อเจ้าของกิจการ เนื่องจากไม่ได้มีจุดขายแค่โปรดักต์ เวิร์กช็อป และที่พัก ทว่ายังขายพื้นที่ บรรยากาศ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และประสบการณ์

    แต่ไม่ว่าจะมองในแง่ใดก็ตาม เราในฐานะคนรักงานดีไซน์และงานคราฟต์ The Localist คือกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหม่ที่เป็นคนพื้นที่และเป็นคนงานดีไซน์ตัวจริงเสียงจริง

    รู้แล้วใช่ไหมว่าถ้าคราวหน้าไปเชียงใหม่ จะแวะไปที่ไหนด้วย


    ร้าน The Localist ตั้งอยู่บนถนนช้างม่อยเก่า หากมองจากประตูท่าแพฝั่งด้านนอก หรือขับมาตามคูเมือง ให้สังเกต Starbucks สาขาท่าแพ ร้านจะแทรกตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ระหว่าง Starbucks และ Boots เข้าซอยมา 50 เมตร เวลาทำการ ตั้งแต่ 10.00-21.00 น. (เปิดทุกวัน)

เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา

นักเขียนและกองบรรณาธิการที่พบเจอตัวได้ตามหอศิลป์และร้านหนังสือ ชอบกินแซลมอนและชาบู อยากแก่ไปเป็นคุณป้าใจดีและมีฝูงแมวห้อมล้อม