ความทรงจำแห่งไทเป ในสายตาและลายเส้นของนักวาดไทย

    เดือนพฤศจิกายนปี 2019 งาน Pop Up Asia งานแสดงสินค้าคราฟต์และแบรนด์ดีไซน์จากทั่วเอเชีย จัดขึ้นที่เมืองไทเปเป็นครั้งที่ 4 
    ในงานครั้งนี้ทีม happening ได้จัดกิจกรรมร่วมกับทีม PUA เป็นการประกวดนักวาดภาพในชื่อการประกวด happening Makers 2019: The Illustrators ซึ่งผู้ชนะ 3 รายจะได้ไปแสดงงานที่ไต้หวันในงาน PUA และนักวาดที่ได้เดินทางไปไทเปด้วยสายการบิน EVA Air สายการบินแห่งชาติของไต้หวันร่วมกับทีม happening ก็คือ ฟาน-ปีติชา คงฤทธิ์ (Faan.Peeti) ที่สร้างความประทับใจให้กรรมการด้วยภาพโปสการ์ดเซตดอกไม้ที่สามารถต่อกันเป็นภาพใหญ่ได้, นัท-ณัฐพงศ์ ดาววิจิตร (NutDao) กับภาพสะท้อนชีวิตคนเมืองกรุงในแบบเฉพาะตัว และ ยุ้ย-ภควรรณ ทองวานิช (Yui Thongvanit) ซึ่งเอาภาพของหวานหลากชนิดมาตีความใหม่ได้อย่างน่าสนใจ
    ภารกิจสำคัญของนักวาดภาพทั้ง 3 ในการไปไทเปคือการไปจัดแสดงและจำหน่ายผลงานในงาน PUA ตลอด 4 วัน การที่ PUA เป็นงานแนวเทรดแฟร์ทำให้เป็นบรรยากาศที่ต่างไปจากงานจัดแสดงศิลปะอย่างเดียว ซึ่งก็ทำให้ศิลปินทั้ง 3 ได้ประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป
บรรยากาศหน้างาน Pop Up Asia 2019
ผลงานของนัทดาวถูกนำไปทำเป็นป้ายคัตเอาต์
นักวาดทั้ง 3 กับผลงานที่จัดแสดงในบูทของ happening
ยุ้ย ภควรรณ กับภาพวาดที่จัดแสดง
ฟาน ปีติชา ถ่ายภาพกับแฟนๆ ชาวไต้หวัน
ชาวไต้หวันให้ความสนใจกับสินค้าแบรนด์ดีไซน์ของไทยในบูท happening
งานศิลปะหน้าห้างสรรพสินค้า Eslite Spectrum Songyan Store
    "ประทับใจสถานที่จัดงานที่เป็นโกดังเก่าค่ะ" ยุ้ยพูดถึงสถานที่จัดงานอย่าง Songshan Cultural and Creative Park ที่กินพื้นที่ถึง 4 โกดัง "พอเงยหน้ามองเพดานจะเห็นโครงสร้างไม้ เดินเข้าไปครั้งแรกจำได้ว่าได้กลิ่นไม้ก่อนเลย บรรยากาศในงานก็น่ารักดีค่ะ คึกคักทุกวัน นี่เป็นครั้งแรกที่ยุ้ยได้แสดงงานวาด ก็รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่มีคนมายืนดูงาน ยิ่งเห็นเขาอมยิ้ม เราเองก็ยิ่งดีใจที่เรื่องราวที่ใส่ลงไปในภาพทำให้คนยิ้มได้ คนที่สนใจก็จะถามเกี่ยวกับขั้นตอนการวาด และแต่ละภาพแต่ละไอเดียมันมาจากไหนบ้าง ลูกค้าที่ซื้อผลงานยุ้ยส่วนใหญ่คือผู้หญิง แต่ก็เซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่มีลูกค้าผู้ชายมาอุดหนุนงานไปด้วยเหมือนกันค่ะ และมีน้องผู้หญิงที่น่าจะยังอยู่ชั้นประถมมากับคุณแม่ เดินเข้ามายืนชมงานเงียบๆ ยุ้ยเลยชวนคุยว่าชอบวาดรูปเหรอ น้องก็พยักหน้าหงึกๆ เขินๆ แล้วก็เลือกงานรูปไดฟุกุของยุ้ยไป แถมคุณแม่น้องก็มาขอให้ถ่ายรูปด้วยกันเป็นที่ระลึกด้วย ก็รู้สึกดีใจที่งานวาดครั้งนี้เปิดโอกาสให้ได้เจอและพูดคุยกับผู้คนที่หลากหลาย ในประเทศที่ไม่เคยไปด้วยค่ะ"
    "การมาที่งานนี้ทำให้เราได้เห็นงานที่หลากหลาย" ฟานพูดถึงบรรยากาศการออกบูทที่มีแบรนด์และศิลปินจากทั่วเอเชียมาร่วมงาน เรายังมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กันและกัน นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่งานนี้พาให้เราได้มาเจอกับชาวไต้หวันที่ชอบงานสไตล์ของเรา การได้มาเจอหน้ากันพูดคุยกัน ได้เห็นแววตาของเขา ทำให้เราได้พลังใจในการทำงานเพิ่มขึ้นมาเยอะเลยค่ะ จำได้ว่ามีชาวไต้หวันพี่น้องคู่หนึ่งที่ตั้งใจดูงานและเลือกงานของเราอยู่นานมาก พวกเขาเลือกคนละใบเพื่อที่จะซื้อไปแลกกัน ก่อนจะบอกลาเขายังขอลายเซ็นและถ่ายรูปกับเราด้วย" นักวาดสาวที่มีงานประจำเป็นนักวาดภาพประกอบประกอบประจำนิตยสาร a day กล่าวด้วยรอยยิ้ม "การที่งานของเราได้สร้างช่วงเวลาดีๆให้คนอื่นได้ ทำให้เราดีใจมาก เป็นโมเมนต์ดีๆ ที่จะไม่ลืมเลยค่ะ"
    นอกจากจัดแสดงงานแล้ว นัทยังได้โอกาสพิเศษจากทางทางทีม PUA เพิ่มเติมอีก คืองานของเขาถูกนำไปดัดแปลงเป็นป้ายแบนเนอร์ขนาดใหญ่สำหรับโปรโมตงาน 
   "สิ่งที่ประทับใจที่สุดก็น่าจะเป็นการถูกนำงานอิลัสเตรชั่นไปใช้เป็นคีย์วิชวลงานนี้แหละครับ หลักๆ คือชอบวิธีการนำไปใช้ของทางทีม PUA โดยจะมีจุดหนึ่งที่งานของเรามันไปมีความเชื่อมโยงกับตัวอาคารเก่าของเขาด้วย มันทำให้งานเรามันกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบๆ ไม่ได้เป็นสิ่งแปลกปลอม ในส่วนของงานที่นำไปจัดแสดง ก็พบว่าประเทศไทยมีบางอย่างที่คล้ายกับไต้หวันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกินหรือชีวิตความเป็นอยู่ มันทำให้งานเราเชื่อมโยงกับเขาได้ไม่ยาก แค่เห็นคนใช้เวลาดูงานเรานานๆ ก็ดีใจแล้วครับ" นักออกแบบหนุ่มกล่าวสบายๆ
    และเพราะผลงานไปเข้าตาทีมงานของ PUA นัทดาวยังได้โอกาสพิเศษให้พรีเซนต์แนวคิดของตัวเองบนเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาฟังอีกด้วย
    "ในงานจะมีเซสชั่นที่ชื่อว่า PUA Maker Award โดยเขาจะให้แบรนด์ต่างๆ ที่เขาเลือกมาพรีเซนต์คอนเสปต์ของแบรนด์ เช่น มีแผนธุรกิจอย่างไร จะจัดบูทอย่างไร สินค้ามีจุดเด่นอะไร โดยจะมีกรรมการนั่งฟังและให้คะแนนเพื่อให้รางวัล โชคดีที่ผมมีแบรนด์เล็กๆ ชื่อว่า Lig เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ครับ เลยคิดว่าเอาอันนี้ไปพูดด้วยละกัน หลักๆ โดยเบื้องต้นจะพูดถึงงานส่วนตัวเพื่อเล่าถึงที่มาที่ไปของงานชุดที่นำไปแสดง ต่อด้วย Lig ที่พูดถึงโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Artists Archive ที่ร่วมกันทำกับทาง Standard Archives โดยเรามีความตั้งใจว่าจะใช้งานดีไซน์เข้าไปช่วยจัดการของเหลือใช้ในโรงงาน เช่น เส้นด้าย เศษผ้าต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าให้มันอีกครั้ง โดยผลิตจำนวนน้อยเท่าที่วัตถุดิบเหล่านั้นมีอยู่ ซึ่งสังเกตว่ากรรมการคนไต้หวัน หรือโรงงานต่างๆ ก็ให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับเรื่องธุรกิจที่ยั่งยืน (Sustainable Business) มากเหมือนกัน อย่างแบรนด์ที่ได้รางวัลก็เป็นการนำป้ายไวนิลของงานอีเวนต์ต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาทำเป็นกระเป๋าใหม่ เป็นประสบการณ์ที่ดีครับ ตื่นเต้นตลอดเวลา ไม่รู้ว่าจะเกิดไรขึ้นบ้าง แต่ก็ได้เห็นว่าแบรนด์ไต้หวันเขากำลังสนใจกับเรื่องอะไรแล้วก็ให้ความสำคัญกับอะไรอยู่" 
นัทดาวได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนไต้หวัน
    และเพราะได้ไปเยือนเมืองสุดครีเอทีฟอย่างไทเปทั้งที ระหว่างวันและช่วงกลางคืนที่พอมีเวลาว่าง ทีม happening และนักวาดทั้ง 3 คนก็ออกไปสำรวจพื้นที่ศิลปะและครีเอทีฟของไทเปกันหลายแห่ง อาทิ Select Shop และร้านหนังสือ (ร้านหนึ่งที่เราประทับใจมากๆ คือ Pon Ding ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก ซึ่งเป็นร้านหนังสือและแกลเลอรี่ที่เลือกหนังสืออาร์ตๆ มาจำหน่ายได้ถูกใจชาวเรามากๆ) และแน่นอน เราไปสำรวจแหล่งของกินด้วย
    "สิ่งที่ชอบที่สุดเป็นเรื่องการเบลนด์สิ่งเก่าเข้ากับสิ่งใหม่" นัทดาวพูดถึงความประทับใจที่มีต่อไทเป "ที่เขาทำได้อย่างกลมกลืน ตึกเก่า โกดัง โรงงานถูกนำมาปรับเป็นร้านต่างๆ ห้องสมุด แกลเลอรี่และอื่นๆ โดยเขายังคงเก็บร่องรอย ของตึกเหล่านั้นไว้ คราบสี การบิ่นของเสาปูน มันทำให้บรรยากาศไม่แข็งกระด้าง อีกอย่างที่ประทับใจคือ การให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ของเมืองไทเป มันทำให้มีลานสำหรับจัดกิจกรรม มีนิทรรศการ มีอีเวนต์ให้ดู อย่างในห้างสรรพสินค้า Eslite Spectrum Songyan Store ที่อยู่ใกล้ๆ ที่เราไปจัดแสดงงานก็จะมีเวิร์กช็อปให้ลองลงมือทำแทบจะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น แก้ว หนัง ผ้า เซรามิก เพนต์ คนที่นู่นเขาคราฟต์กันสุดๆ จริงๆ พอเมืองมันมีสิ่งเหล่านี้ เวลาว่างมันก็เลยมีอะไรให้ทำมากกว่าการเดินห้าง ช้อปปิ้ง ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในโครงสร้างของเมือง" 
    ส่วน ยุ้ย ภควรรณ นักวาดที่วาดภาพของกินได้งดงามมากๆ ก็มีความเห็นถึงเมืองไทเปในมุมมองของเธอเช่นกัน
    "โชคดีมากๆ ที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ยุ้ยได้มาไทเป แล้วได้ไปแต่สถานที่ที่มีบรรยากาศดี สวยงาม น่าเดินเล่นทั้งนั้นเลย ได้เห็นว่าไทเปมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และให้ความสำคัญกับงานดีไซน์มากๆ ที่สำคัญคือมีต้นไม้เต็มไปหมด ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะมีต้นไม้เขียวๆ มองไปบนท้องถนน ทุกคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อกกันเป็นปกติ คือชีวิตดูมีคุณภาพมากๆ ค่ะ" เธอหัวเราะ "เมืองน่าอยู่จัง และสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ของกิน" คราวนี้เธอหัวเราะเสียงดัง  "ทำไมทุกอย่างอร่อยไปหมดเลย ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะกินได้ครบก็ไม่รู้ โดยรวมคือไทเปน่าตื่นตาตื่นใจมากๆ ค่ะ อยากกลับไปอีกเร็วๆ" ยุ้ยหัวเราะสนุกอีกครั้ง
สามนักวาดที่หน้า MOCA Taipei
งานศิลปะที่ทักทายเราตามรายทาง
งานศิลปะที่เราไปทักทายตามรายทาง
หน้าร้าน Pon Ding
ภายในร้าน Pon Ding
    "สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากในเมืองไทเปคือการมีต้นไม้ใหญ่มากมายในเมืองค่ะ" ฟานเห็นด้วยกับยุ้ย "ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองหลวง แต่ก็มีพื้นที่สาธารณะสีเขียวกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง ทำให้อากาศดี เย็นสบายและให้ความร่มรื่น เป็นสิ่งที่เห็นแล้วมีความสุขและทำให้อิจฉาชาวไทเปมากๆ เลย" หญิงสาวกล่าวแล้วนิ่งคิด ก่อนจะพูดต่อ "อีกอย่างที่เราชอบมากๆ เกี่ยวกับไทเป คือการที่ที่นี่มีครีเอทีฟสเปซ ทั้งแกลเลอรี่ มิวเซียม เยอะมาก อย่าง Songshan Cultural and Creative Park สถานที่จัดงาน PUA ครั้งนี้ เป็นที่ที่เราชอบเป็นอันดับต้นๆ ในไทเปเลย เพราะนอกจากจะมีโกดังใหญ่สำหรับแสดงงานหมุนเวียนต่างๆ ภายในก็ยังมีห้องจัดนิทรรศการเล็กๆ ร้านขายของดีไซน์จากศิลปินท้องถิ่น ร้านหนังสือ และสวนที่ร่มรื่น ในวันหยุดก็จะมีอาร์ตมาร์เก็ตที่เต็มไปด้วยงานน่าสนใจ แถมใกล้ๆ กันก็ยังมีห้างขนาดใหญ่ที่วางขายหนังสีอดีๆ และงานดีไซน์เต็มไปหมด" เธอหมายถึงห้างเดียวกับที่นัทดาวกล่าวถึงไปแล้ว 
    พื้นที่อย่าง Songshan Cultural and Creative Park นั้นถือเป็นโมเดลของครีเอทีฟสเปซที่น่าประทับใจจริงๆ เพราะเป็นการใช้โรงงานยาสูบเก่ามาทำเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการศิลปะและงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ ทั้งหมดห้อมล้อมอยู่ในสวนที่เขียวครึ้ม และมีห้างสรรพสินค้าในเครือ Eslite ที่ได้ชื่อว่าทำธุรกิจด้านหนังสือและงานครีเอทีฟมาเปิดในบริเวณเดียวกัน ทำให้กลายเป็นสถานที่ที่เราสามารถเดินเล่นได้ทั้งวันเลยทีเดียว
    อีกเรื่องที่เป็นของขึ้นชื่อของไต้หวันก็คือตลาดกลางคืน (Night Market) ที่มีกระจายอยู่ทั่วเมือง เรียกได้ว่ามีของอร่อยให้กินกันทั้งคืนไม่แพ้กรุงเทพฯ (ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาได้ลองไปเดินด้วยความตื่นตาตื่นใจมาแล้ว) ซึ่งต้องบอกว่าการเดินตลาดกลางคืนนั้นถือว่าต้องวัดใจมากๆ หากไม่ทำการบ้านไปดีๆ เพราะจะมีร้านอาหารที่ดูอร่อยเรียงรายกันเต็มไปหมด บางทีหากเลือกกินร้านข้างหน้า อาจไปเสียดายร้านข้างหลัง ดังนั้นการค้นข้อมูลหาร้านที่คนแนะนำไว้ก่อนจะช่วยให้คุณชั่งใจได้ง่ายกว่าการไปเลือกเอาหน้างาน 
ตลาดกลางคืน Ningxia Night Market
    ไปตลาดมาแล้ว พวกเรายังไม่พลาดการไปเยือน ตลาดปลาไทเป (Taipei Fish Market) ที่เราสามารถลองกินอาหารสดๆ แบบญี่ปุ่นในไต้หวันที่เป็นประสบการณ์อันสนุกสนานจริงๆ ที่นี่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตผสมร้านอาหารสดที่เปิดจนดึกดื่น เหมาะสำหรับเป็นที่ 'ไปต่อ' ยามค่ำคืน
    วันสุดท้ายเราออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้า แล้วเลือกวิธีการไปทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้ที่สถานีรถไฟ Taoyuan Airport MRT : A1 Taipei Main Staiton ซึ่งสายการบิน EVA Air มีบริการ In Town Check-in คือให้เราเช็กอินตั้งแต่เช้า เอากระเป๋าเดินทางส่งขึ้นรถไฟไปก่อน แล้วไปเที่ยวต่อได้ตลอดวัน ก่อนที่จะกลับมาขึ้นรถไฟไปยังสนามบินในตอนเย็น
In Town Check-in
    วันสุดท้ายเราเลือกไปเยือน Suho Paper Memorial Museum มิวเซียมเอกชนที่สะสมและให้ความรู้เรื่องกระดาษ ก่อนจะนั่งรถไฟใต้ดินต่อไปที่ครีเอทีฟปาร์กชื่อดังอีกแห่งของไทเป คือ Huashan 1914 Creative Park ที่ทำจากโรงบ่มไวน์เก่าซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่ ภายในมีร้าน Select Shop, นิทรรศการ, โรงภาพยนตร์, ร้านหนังสือ ให้เดินเล่นกันจนเมื่อย เราเดินยังไม่ทันทั่วบริเวณก็หมดเวลาเสียแล้ว นี่จึงเป็นการเยือนไทเปครั้งแรกของทั้ง 3 ศิลปินที่น่าจะต้องกลับมาอีกหลายครั้ง เพราะยังไม่ได้ไปสำรวจร้าน Select Shop นับร้อยแห่งที่กระจายอยู่ทั่วเมือง, หมู่บ้านศิลปินที่ดูแลและจัดการโดยศิลปิน, หอศิลป์ร่วมสมัยหลายแห่ง, มิวเซียมร่วมสมัยในหลากหลายประเด็น, ร้านหนังสือ, ร้านเครื่องเขียน, ร้านแผ่นเสียง ไปจนถึงไลฟ์เฮาส์คุณภาพดีไม่แพ้ไลฟ์เฮาส์ที่โตเกียว และที่สำคัญคือที่ไทเปยังมีงานอีเวนต์ด้านครีเอทีฟในระดับประเทศที่มีต่อเนื่องทุกเดือน
    "ฟานคิดว่าสำหรับศิลปินแล้ว ไทเปเป็นเมืองที่น่ามาเยือนมากๆ เพราะมีพื้นที่เติมแรงบันดาลใจอยู่ทั่วเมืองเลยค่ะ" ฟานสรุปถึงไทเปในมุมมองของเธอให้เราฟังตอนที่กำลังเดินทางกลับ
Suho Paper Memorial Museum
ส่วนหนึ่งของนิทรรศการใน Suho Paper Memorial Museum
มุมถ่ายภาพยอดฮิตที่ Huashan 1914 Creative Park
ร้าน Xiao Ri Zi ซึ่งเป็น Select Shop และร้านกาแฟของนิตยสาร
ร้านหนังสือ Bleu Book ที่หลบตัวอยู่ชั้น 2 ของ Huashan 1914 Creative Park
    อ่านบทความและความเห็นของศิลปินทั้ง 3 แล้ว เพื่อให้เห็นภาพของความประทับใจในมิติที่ลึกกว่านั้น หลังกลับมาถึงเมืองไทยแล้ว เราขอให้ศิลปินทั้ง 3 รายวาดภาพความทรงจำที่เด่นชัดที่สุดในใจของแต่ละคนมาประกอบสกู๊ปชิ้นนี้ด้วย และทั้ง 3 ภาพนี้คืองานที่พวกเขาส่งมา
    "อย่างที่เล่าไปว่าฟานชอบพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ศิลปะในไทเป เลยคิดว่าทั้งสองสิ่งนี้มีอยู่ที่สวนน้ำพุกลาง Songshan Cultural and Creative Park ฟานวาดเป็นสวนเขียวขจีที่มีตัวสัตว์ประหลาดผลุบๆ โผล่ๆ จากมุมต่างๆ เปรียบเสมือนไอเดียและจินตนาการที่ซุกซ่อนอยู่ในที่แห่งนี้ ส่วนตัวฟานเองคงเป็นเด็กชายและเด็กหญิงที่อยากวิ่งสำรวจสวนนี้ให้ทั่วและพบเจอความฝันและจินตนาการมากมายระหว่างทางค่ะ"
    "เจ้าตัวประหลาดต่างๆ ในภาพฟานไม่ได้คิดเองนะ ทั้งหมดเป็นคาแรกเตอร์การ์ตูนที่ฟานได้เจอในไทเปเลยถ่ายรูปเก็บไว้ค่ะ"
     "ครั้งนี้เป็นการไปไทเปครั้งแรกทำให้ภาพในหัวของผมจดจำอะไรได้ไม่ชัดเจนนัก สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเก่าเข้ากับสิ่งใหม่ที่สอดรับกันกับธรรมชาติไปมาอย่างกลมกลืน Texture ของตึก ความ Freeform ของต้นไม้ ผมอยากวาดความรู้สึกตรงนั้นออกมา โดยที่จะไม่ได้คำนึงถึงสภาพความเป็นจริงมากนัก"
    "ยุ้ยตั้งใจวาดภาพของกินตามที่ถนัด แล้วสุดท้ายก็เลือกเสี่ยวหลงเปา เพราะพูดถึงไต้หวันใครๆ ก็คงคิดถึงอาหารจานนี้ ตอนที่กำลังสเก็ตช์ภาพเข่งไม้ ทำให้นึกถึงอาคารไม้สีเขียวที่เป็นร้านหนังสือชื่อ Yue Yue & Co. ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ Songshan Cultural and Creative Park  ที่ได้ไปเยือนตั้งแต่วันแรก ยุ้ยเป็นคนชอบสีเขียวโทนประมาณนี้อยู่แล้ว และบริเวณนั้นก็มีต้นไม้เยอะ ทำให้ชอบบรรยากาศเอามากๆ เลยคิดว่า ลองเอามาเชื่อมกับเข่งเสี่ยวหลงเปาดูดีกว่า พอเติมผู้คนที่มาใช้เวลาสบายๆ ในวันหยุด ก็สื่อความเป็นไทเปในความทรงจำยุ้ยได้ครบเลยด้วยค่ะ"
    ความประทับใจเหล่านี้จะยังคงอยู่ในใจของพวกเราและนักวาดทั้ง 3 คน และจะทำให้เรากลับไปเยือนไทเปอีกหลายครั้ง แน่นอน

วรรณวนัช บูรพาเดชะ

บรรณาธิการผู้คัดสรรชิ้นงานเข้าสู่ happening shop, เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก 'ญี่ปุ่นอุ่นอุ่น', นักเขียน ช่างภาพโฟโต้บุ๊ก 'Nagasaki Light' และไกด์บุ๊ก 'Kagawa Memories' นอกจากภาพถ่ายและงานเขียน สิ่งที่เธอสนใจเป็นพิเศษคือการนั่งสมาธิและการโปรยมุขไม่ขำ