เมื่อแบรนด์อสังหาฯ หันมาสร้าง 'เช้าวันใหม่' ที่ดี

    อรุณสวัสดิ์... แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านม่านเข้ามาทักทาย กระตุ้นเวลาในร่างกายให้ตื่นขึ้นด้วยความแจ่มใส ก่อนที่สายตาจะค่อยๆ ปรับโฟกัสเพื่อนำการเคลื่อนไหวไปในส่วนต่างๆ ของที่อยู่อาศัย เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นของเช้าวันใหม่อีกครั้ง

    นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนมากมาย ความต้องการด้านปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตจึงทำให้มนุษย์ไม่เพียงแค่ต้องการมีชีวิต แต่ยังต้องการใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการอีกด้วย เราจึงเห็นกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มองเห็นช่องว่างของการตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่มีความหลากหลายและเฉพาะตัวมากขึ้น และกลุ่มธุรกิจมากมายที่ปรับตัวเองให้สามารถดำรงอยู่ในสนามการแข่งขันต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

    กลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ถือว่าเป็นผู้สร้างปัจจัยในการดำเนินชีวิตอย่าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการแข่งขันสูงอยู่แล้วก็ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก จะเห็นว่าแต่ละแบรนด์ต่างปรับตัวด้วยการนำเสนอฟังก์ชันที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบันในแนวทางที่แตกต่างกันไป กรณีหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการปรับตัวของ SC Asset ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับการอยู่อาศัยในทุกกระบวนการ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดการส่งมอบคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีสู่ผู้อื่น เป็นการขยายไปสู่รากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขของผู้คนในสังคมได้อย่างน่าสนใจและน่าศึกษาเบื้องหลังแนวคิดเป็นอย่างมาก

    เมื่อสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยต้องการไม่ใช่แค่ที่พักพิง หากแต่เป็นบ้านที่พวกเขาสามารถวางใจให้เป็นจุดศูนย์กลางของการใช้ชีวิตในแบบที่ตนต้องการได้

    สุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล หัวหน้าสายงาน บริหารลูกค้าและการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน บอกเล่าถึงวิสัยทัศน์ของ SC Asset ไว้อย่างชัดเจน ด้วยความเชื่อว่า ชีวิตที่ดี มาจากจุดเริ่มต้นที่ดี SC Asset จึงมีเป้าหมายที่จะสร้างคุณภาพชีวิตให้ลูกบ้านมีเช้าวันใหม่ที่ดี โดยมีภารกิจในการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพและมุ่งเน้นพัฒนาด้านนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์ความต้องการของลูกค้า 2 ประการคือ เวลา และ พลัง

    "เราต้องการบอกว่า บ้านคือจุดเริ่มต้นของชีวิต เมื่อคุณไม่ต้องห่วงเรื่องการดูแลบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว คุณก็จะมีเวลาในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตของตัวเอง และมีพลังสร้างฝันที่จะขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น"

    เริ่มจากการใช้ Human Centric เป็นแนวคิดด้านการออกแบบที่คำนึงถึงพื้นฐานความต้องการของมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งนอกเหนือจากคุณภาพของโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวดิ่งและแนวราบแล้ว ยังมีเรื่องของสภาพแวดล้อมและการสร้างชุมชนในโครงการที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่มีความหลากหลายและเฉพาะตัวของลูกค้าได้อย่างดี

    "SC Asset ต้องการเป็นมากกว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็น Digital Disruption หรือไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างเป็นแรงกดดันและขณะเดียวกันก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราเปลี่ยนบทบาทของตัวเองไปเป็น Living Solution Provider ถ้าเราสามารถเข้าไปตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด แล้วให้เขาไปมีเวลาทำภารกิจอื่นๆ ได้ นั่นถือเป็นความสำเร็จของเรา"

    นับตั้งแต่วันที่เด็กๆ ได้ใช้มือทั้งสองคอยประคองต้นกล้า ดูแลรดน้ำด้วยความทะนุถนอม จนถึงวันที่เก็บผลผลิต กลายเป็นความภาคภูมิใจในความสำเร็จที่งอกงามขึ้นในหัวใจของพวกเขา

    ด้วยความตั้งใจที่ไม่หยุดอยู่แค่การสร้างที่อยู่อาศัย แต่อยู่ที่การสร้างการอยู่อาศัย จึงเกิดโครงการมากมาย เช่น Farm Rak ปลูกผัก ปลูกเพื่อน โครงการที่สร้างโอกาสให้ลูกบ้านได้มาพบปะพูดคุยกันผ่านกิจกรรมการปลูกผัก ก่อนที่จะนำไปสู่หัวข้อสนทนาใหม่ๆ ที่ช่วยให้ทำความรู้จักกันและกันมากขึ้น เกิดเป็นชุมชนแห่งการแบ่งปัน ช่วยเหลือ และไว้วางใจซึ่งกันและกัน สร้างความเข้มแข็งในชุมชน ซึ่งพัฒนาต่อมาเป็นโครงการ สร้างมิตรชิดรั้ว ที่เปิดรับเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนที่มีมากเกินความจำเป็นและไม่ใช้แล้ว มาเปิดเป็นป๊อปอัพ สโตร์ ให้กลุ่มแรงงานของพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคนงานก่อสร้าง คนงานรักษาความสะอาด คนสวน รวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัย สามารถเลือกของที่ต้องการไปใช้ โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถลดค่าครองชีพให้กับคนกลุ่มนี้ และส่งผลต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจได้อีกด้วย

    ส่วนจุดมุ่งหมายของการบริจาคที่ทำรูปแบบเป็น ป๊อปอัพ สโตร์ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้รับสามารถเลือกสิ่งของที่ตัวเองต้องการอย่างมีศักดิ์ศรี โดยแต่ละคนจะมีคะแนนในการใช้เลือกเสื้อผ้าและสิ่งของ 2,000 คะแนน แลกกับความตั้งใจที่เขาจะตอบแทนกลับมาในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาดบริเวณที่กินข้าว จัดเก็บเครื่องมือให้เป็นระเบียบ ใส่หมวกนิรภัยตลอดเวลาทำงาน หรือกระทั่งความตั้งใจที่จะฉาบผนังให้ดีขึ้น

    "เราไม่ได้คาดหวังอะไรที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้อยากให้เขาต้องส่งมอบอะไรเกินกำลัง นี่เป็นสิ่งที่ทำขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณ ขณะที่เขาเองก็มีความตั้งใจที่อยากทำอะไรดีๆ คืนกลับไปสู่ลูกค้าบ้าง เจตนารมณ์ของโครงการนี้คือ เราตั้งใจให้เขารู้ว่าเราต้องการดูแลคนที่อยู่ในการดูแลของคู่ค้าเรา ในส่วนแรงงานก็รู้ว่าเราเห็นความสำคัญของพวกเขา เพราะเขาคือคราฟต์แมนชิพ กลุ่มของลูกบ้านก็สะท้อนให้เห็นว่าเสื้อผ้าที่ล้นตู้สามารถก่อเกิดอะไรกลับสู่สังคมได้บ้าง"

    ซึ่งความสำเร็จของโครงการนี้กำลังนำไปต่อยอดเป็น Dress the Dream X SC Asset ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการสังคม (Social Enterprise) อย่าง Dress the Dream และโดยการคัดเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ในกลุ่มแบรนด์เนมที่ได้รับบริจาคมาจำหน่ายในราคาที่จับต้องได้ แล้วนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่าย มาพัฒนาโครงการร่วมกับมูลนิธิอโชก้า ผู้ริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อสังคม (ประเทศไทย) และอโชก้าเฟลโลว์ปรับปรุงบ้านของคนพิการ ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และอยุธยา โดยตั้งเป้าไว้จำนวน 80 หลังในปีนี้ ด้วยความมุ่งหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนพิการมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะบ้านเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิต

    ยิ่งกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ขยายวงกว้างออกไปเท่าไร รากของมันย่อมหยั่งลึกและแผ่กว้างออกไปเท่านั้น หากให้ความสำคัญกับฐานรากพอๆ กับการผลิดอกออกผลของมัน ย่อมทำให้ต้นไม้สามารถเติบใหญ่และมีชีวิตอยู่ได้อีกยาวนาน

    สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจปัจจุบันคือการพัฒนาอย่างยั่งยืน เนื่องจากรากฐานของธุรกิจนั้นจะแข็งแรงได้ย่อมต้องอาศัยกลุ่มคนที่อยู่ในระบบนิเวศเป็นสำคัญ ในส่วนของพนักงานนั้น SC Asset มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ และให้ความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตในที่ทำงาน โดยสนับสนุนให้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และจัดสรรเวลาการทำงานให้พนักงานมีความสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กัน

    ขณะที่มีการจัดอบรมหลักสูตรงานซ่อมโดย Able Academy ให้ช่างสามารถซ่อมงานได้อย่างมีคุณภาพ โดยมีการเข้าร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพ FIXZY ผู้พัฒนาแอพพลิเคชันอันดับ 1 ของประเทศไทยที่รวบรวมช่างสาขาต่างๆ ไว้ด้วยกัน เปิดโอกาสให้ช่างสามารถเข้ามาเรียนรู้หลักสูตรต่างๆ แบบไม่จำกัดเชื้อชาติ ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องรับงานเฉพาะโครงการของ SC Asset เท่านั้น รวมทั้งเตรียมแผนพัฒนาหลักสูตรด้านการบริหารจัดการ คำนวณราคา เพื่อสร้างเส้นทางสายอาชีพให้ช่างสามารถเติบโตไปเป็นผู้ประกอบการ SME ในอนาคตได้ การกระจายองค์ความรู้นี้ถือเป็นการพัฒนาคุณภาพของงานก่อสร้างให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์โดยรวมทั้งวงการเลยทีเดียว

    โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงเป้าหมายต่อไปของ SC Asset ในการก้าวสู่การเป็น Living Solution Provider ด้วยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพทั้งสินค้าและบริการ ด้วยการสร้างการอยู่อาศัยที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมทั้งขยายคุณภาพชีวิตที่ดีไปสู่สังคม

    โดยเริ่มจากคำทักทายว่า 'อรุณสวัสดิ์' ที่คนในครอบครัวพูดกับคนในครอบครัว เพื่อนบ้านพูดกับเพื่อนบ้าน และคนที่อยู่ร่วมกันในสังคมพูดแก่กัน