เพลง B Side วง Moderndog ที่อยู่เคียงข้างคนฟังและสะท้อนตัวตนของพวกเขาได้ไม่แพ้เพลงฮิต

    จะมีสักกี่วงดนตรีในประเทศไทยที่ศิลปินและแฟนเพลงเติบโตมาด้วยกัน ผ่านช่วงวัยรุ่น ก้าวเป็นผู้ใหญ่ ได้ตกตะกอนความคิด และสะสมประสบการณ์ชีวิตผ่านบทเพลงไปพร้อมๆ กับพวกเขาได้อย่าง โมเดิร์นด็อก (Moderndog) 
    นับเป็นระยะเวลากว่าสามสิบปีที่ โมเดิร์นด็อก สร้างสรรค์ผลงานเพลงกว่า 60 เพลง จากอัลบั้มทั้งหมด 6 ชุด ได้แก่ เสริมสุขภาพ (2537), คาเฟ่ (2540), Love Me Love My Life (2544), แดดส่อง (2547), ทิงนองนอย (2551) และ Pod Pong May-T (2559) แต่เมื่อถึงเวลาแสดงคอนเสิร์ตจริงๆ โมเดิร์นด็อกกลับมีโอกาสนำเพลงฮิตเพียง 12-15 เพลงมาเล่นให้ฟังกันเท่านั้น
    ท่ามกลางเพลงฮิตที่จำได้ขึ้นใจ ยังมีอีกหลายเพลงของโมเดิร์นด็อกที่พวกเขาไม่เคยมีโอกาสได้เล่นที่ไหน อาจเพราะเพลงเหล่านั้นเป็นเพลงหน้า B หรือ B Side ในยุคคาสเซ็ทที่ไม่ได้ถูกเล่นมากเท่ากับเพลงหน้า A หรือไม่ใช่เพลงที่ใช้ในการโปรโมทอัลบั้ม แต่เพลงเหล่านั้นก็เป็นเพลงที่แสดงถึงตัวตน ทัศนคติ และความคิดของพวกเขาในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งแม้ไม่ค่อยถูกพูดถึงนักก็อาจจะเป็นเพลงโปรดที่มีผู้ฟังชื่นชอบและชื่นชมอยู่ในใจก็ได้ 
    happening จึงชวนศิลปินนักร้อง นักดนตรี นักเขียน ผู้กำกับ ศิลปินนักวาด ฯลฯ มาบอกเล่าความประทับใจจากเพลง B Side หรือเพลงที่ไม่ค่อยได้ฟังจากการแสดงสดของโมเดิร์นด็อกเพื่อเป็นตัวแทนแฟนเพลงของวงหมาทันสมัย พร้อมส่งผ่านความชื่นชอบของพวกเขาถึงวงดนตรีที่เติบโตมาด้วยกัน ในโอกาสที่พวกเขามีคอนเสิร์ต The Very Beside of Moderndog วันที่ 19 กันยายน 2569 ที่ One Bangkok Forum ซึ่งทั้งป๊อด โป้ง และเมธี ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาอยากเล่นเพลงที่ "ชัดเจนในความเป็นโมเดิร์นด็อกที่สุด" และถ้าไม่ได้เล่นในคอนเสิร์ตนี้ก็คงไม่ได้เล่นที่ไหนอีกแล้ว

ปอย-ตวัน ชวลิตธำรง ศิลปิน Poy Portrait
เพลง: หมดเวลา (Out Of Time)
อัลบั้ม: เสริมสุขภาพ (2537)
    กีต้าร์โปร่งตัวเดียว ซาวน์แห้งๆ คอร์ดแปลกๆ ลอยๆ กับเสียงร้องดิบๆ ของพี่ป๊อด ดึงเราเข้าไปในภวังค์ความคิด กระตุกให้หันกลับมามองตัวเอง ทบทวนเส้นทางชีวิตและมุมมองต่างๆ
    ถ้าลองฟังด้วยหูฟังจะได้ยินเลยว่าเพลงนี้มีการมิกซ์ที่ตั้งใจให้แปลก คือเอากีต้าร์ไว้ฝั่งหนึ่ง เสียงร้องไว้อีกฝั่งหนึ่ง แล้วค่อยๆ เคลื่อนที่สลับข้างกัน เหมือนจะสื่อว่าทุกสิ่งในชีวิตนั้นเคลื่อนไหว ไม่มีอะไรถาวร
    คำว่า หมดเวลา มันคือจุดตัดของทุกเหตุการณ์ในชีวิต คือสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลงที่เป็นนิรันดร์ ถ้ามองจากมุมพุทธศาสนา นี่คือเพลงที่พูดถึงเรื่องอนิจจังได้อย่างแยบคายชิบเป๋ง เพราะทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน ทุกอย่างจะมีคำว่า หมดเวลา อยู่ตรงปลายทางเสมอ ทั้งความสุข ความทุกข์ ความเหงา ความรัก ความเสียใจ
    อัลบั้ม เสริมสุขภาพ เหมือนระเบิดนิวเคลียร์ Alternative Funk Rock ลูกใหญ่ ที่ระเบิดตู้มและพลิกโฉมวงการดนตรีของไทยไปตลอดกาล มีเพลงที่พลุ่งพล่านดาลเดือดโคตรมันอย่าง บุษบา กะลา มานี มีเพลงเท่ๆ อย่าง บางสิ่ง เธอ มีเพลงเพราะๆ ระดับตำนานอมตะอย่าง ...ก่อน แล้วปิดอัลบั้มแทร็คสุดท้ายด้วยเพลงที่เหมาะมากอย่าง หมดเวลา
    นี่น่าจะเป็นเพลงแรกที่ผมรู้สึกถึงอัจฉริยภาพของ ธนชัย อุชชิน ในด้านการเขียนเพลงแนวปรัชญา ลายมือของพี่ป๊อดนั้นมีความพร่าเลือนอย่างจงใจ ฟังแล้วไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ไม่งง ฟังแล้วรู้สึกมากกว่ารู้เรื่อง ซึ่งเราได้เห็นเพลงแนวนี้อีกหลายเพลงในอัลบั้มต่อๆ มา และหลายครั้งก็เป็นเพลงเหล่านี้ที่อยู่เคียงข้างเราในยามที่ชีวิตตกหลุม หลงทาง อ้างว้างไม่มีใครเข้าใจ เพลงแนวนี้ของ โมเดิร์นด็อก เป็นเหมือนเพื่อนที่โอบกอดหัวใจคนฟัง ให้ไม่รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเกินไป
    ดีใจที่โลกนี้มีวงดนตรีชื่อ โมเดิร์นด็อก
อ่านเนื้อหาที่เขาเคยเขียนไว้แบบเต็มๆ ได้ที่ #เพลงเศร้าเพลงนั้นที่ฉันหลงรัก 


อู๋-ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์ ศิลปิน Torrayot
เพลง: Animal
อัลบั้ม: Love Me Love My Life (2544)
    ตอนแรกที่ฟังเพลงนี้งงมาก เพลงอะไรวะ โคตรหนืด 555 พอพี่ๆ เค้าปล่อยเวอร์ชั่นเร็วมา เลยแบบ อ๋ออออ เวอร์ชั่นแรกเพลงมันถูกยืด แล้วริฟกีต้าร์เท่มาก เนื้อร้องก็แค่คำเดียว มันเหนือความคาดหมายไปหมด พวกผมเคยคัฟเวอร์เพลงนี้ด้วย หาดูใน Youtube ครับ 55
The Yers - Animal / Moderndog Cover (Studio Session Live)

กอล์ฟ-ประภพ ชมถาวร ศิลปิน superbaker

เพลง: สักเท่าไหร่ (Whatever)

อัลบั้ม: คาเฟ่ (2540)

    ผมชอบเพลงนี้เพราะบรรยากาศมันสงบ เหงา ตอนมีจังหวะก็ล่องๆ ดี ส่วนของเนื้อเพลงก็สัมผัสใจผมตอนท้อๆ ได้ เหมือนพี่ป๊อดเป็นตัวแทนของคนที่เหนื่อยและตั้งคำถามกับชีวิต เลยตั้งคำถามผ่านเพลงนี้ รู้สึกมีพวกครับ 555 และก็ชอบตรงมีข้อสรุปที่ว่า "แม้จะถูก หรือจะผิด ชีวิตคงไม่อ้างว้างสักเท่าไหร่" ประโยคนี้ทัชใจผมครับ รู้สึกว่าพี่ป๊อดเขียนเนื้อเพลงปลายเปิด น้อยแต่มากได้เก่งจัง


ม่อน-อุทิศ เหมะมูล นักเขียน
เพลง: Very Good 
อัลบั้ม: Love Me Love My Life (2544)

    เพลง Very Good อยู่แทร็กที่ 2 อัลบั้มที่ 3 Love Me Love My Life นับได้ว่าเป็นเพลงสมบูรณ์แบบที่บอกความเป็นตัวตนของวง แสดงศักยภาพของสมาชิกทั้งสามคน มันแสดงความขบถผ่านเนื้อหาของเพลง ทั้งขับร้องเป็นภาษาอังกฤษ เนื้อหาตั้งคำถามกับความผิดพลาดพลั้งของชีวิตอย่างลุ่มลึกว่า บางครั้งเรื่องดีๆ กลับให้ผลร้าย และบางครั้งเรื่องร้ายๆ ก็กลับให้ผลดี คำถามเรียบง่ายเช่นนี้แสดงความมี 'วุฒิภาวะ' ที่ลุ่มลึก แยบคาย และถ่ายทอดออกมาได้อย่างเรียบง่าย สวยงาม ผ่านดนตรีที่เนิบช้าและแสนไพเราะ 

    แต่ดนตรีที่ฟังอุ่นเครื่องในช่วงแรกๆ กลับร้อนเร่าขึ้น เมื่อนักดนตรีทุกคนขับขานเครื่องมือของตนได้อย่างเต็มไม้เต็มมือจนเรียกได้ว่าต่างคนต่างโซโลจนเต็มศักยภาพทางฝีมือ มันทำให้เพลงนี้มีพลัง งดงาม และลุกไหม้สว่างไสวอย่างที่ได้ฟังแล้วอิ่มอกอิ่มใจ ตื้นตันท้นท่วมที่ได้ฟังมัน


ทีน-ธเนศ พันธุดิษฐ นักร้องนำวง DUMB.RONG
เพลง: ผ่าน (Pass)
อัลบั้ม: แดดส่อง

    ผมเริ่มติดตามโมเดิร์นด็อกช่วงเรียนอยู่มัธยมปลาย ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปฟังเพลง แต่ผมเล่นเฟซบุ๊กแล้วไปเจอคลิปวิดีโอที่โมเดิร์นด็อกเล่นที่งาน 7 สีคอนเสิร์ตมั้งครับ แล้วก็เลยเริ่มจากติดตามพี่ป๊อดก่อน หลังๆ มา พอเริ่มทำเพลงเองก็ได้ฟังเพลงโมเดิร์นด็อกมากขึ้น
    ผมชอบเพลง ผ่าน จากอัลบั้ม แดดส่อง ครับ มันเป็นเพลงที่เล่าเกี่ยวกับวันที่เราต้องเจอความเจ็บปวด เพลงส่วนมากที่เคยฟังจะมีความหมายประมาณว่า เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป แต่เพลงนี้จริงใจยิ่งกว่า บอกมาเลยว่า เดี๋ยวเราจะยังต้องเจ็บปวดแบบนี้ไปอีกนาน เพราะมันคือความจริง เราจะต้องเจ็บไปแบบนี้อีกนาน แต่สุดท้ายแล้วมันก็จะผ่านไปอยู่ดี
    ผมว่าเพลงนี้มันโตไปตามอายุของคนฟังครับ ความหมายของเพลงโตไปตามความคิดของคนฟัง อยู่ที่ว่าเราจะนำไปตีความอย่างไรกับชีวิตที่เราต้องเจอ
    ส่วนตัวผมรู้สึกว่าพวกพี่ๆ เป็นต้นแบบของวงอัลเทอร์เนทีฟในยุคนี้ และสำหรับผมด้วย มันเป็นรากฐานของวงอัลเทอเนทีฟในยุคนี้มากๆ ครับ กระทั่งเรื่องของการโชว์และการทำเพลงที่ทำให้เรากล้าทำมากขึ้นครับ

ใหม่-ภานุวัฒน์ พวงยอด มือเบสวง SONS.
เพลง: วันสุดท้าย (Last Day)
อัลบั้ม: ทิงนองนอย (2551)
    ตั้งแต่เด็กจำความได้ผมก็ได้ยินเพลงโมเดิร์นด็อกแล้ว เพลงที่ผมชอบจะอยู่ในอัลบั้ม ทิงนองนอย เป็นช่วงที่ผมโตมาแล้วได้ฟังอัลบั้มนี้เต็มๆ พอดี แล้วอัลบั้มเก่าๆ ที่เหลือผมเกิดไม่ทันก็ต้องไปไล่ย้อนฟัง
    ผมชอบดนตรีของอัลบั้มทิงนองนอยทั้งอัลบั้มเลย แต่ว่าผมชอบเนื้อหาเพลง วันสุดท้าย ตอนที่โตแล้วเพิ่งมาตั้งใจฟังจริงๆ มันเชื่อมโยงกับชีวิต เพลงนี้มีเนื้อเพลงประมาณว่า สุดท้ายวันหนึ่งเราต้องผ่านพ้นไปกับความทุกข์ทรมานบางอย่าง มันเป็นเพลงที่ให้กำลังใจได้ดีเพลงนึง เหมือนจะเป็นเพลงเศร้าแต่ก็เป็นเพลงที่ให้กำลังใจด้วย
    โดยรวมของอัลบั้มนี้มันไม่ได้เป็นเพลงที่หนักหน่วงมาก ผมรู้สึกว่าเข้าถึงคนฟังง่าย แต่คนอาจจะไม่ค่อยได้รู้จักกัน เหมือนช่วงนั้นเป็นอัลบั้มหลังๆ ของพี่ๆ เขาแล้ว มันอาจจะไม่ได้แมสในช่วงนั้น แต่ผมรู้สึกว่าอยากให้มันแมส

หมู-ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับ
เพลง: พรุ่งนี้ (Tomorrow) 
อัลบั้ม: เสริมสุขภาพ (2537)

    เอาจริงผมมีเพลงหน้า B ที่ชอบประมาณ 10 กว่าเพลง แต่เหตุผลสั้นๆ ที่ผมเลือกเพลง พรุ่งนี้ เพราะได้ฟังตอนมัธยมแล้วมันว้าวุ่นรกรุงรังใจดีครับ ผมชอบเพลงนี้จนลุกขึ้นมาแต่งเพลงเลียนแบบ เพื่อเอาเพลงไปประกอบหนังสั้นที่ทำตอนมัธยม (เป็นแนวทริลเลอร์ฆ่ากันในร.ร.) เพราะท่อนกีตาร์ที่สับคอร์ดดุๆ สลับกับเสียงฮาร์โมนิก (harmonic) แสบหู ตอนนั้นไม่เข้าใจว่าโมเดิร์นด็อกทำเสียงแบบนี้ได้ยังไง แล้วเสียงมันแสบหูมากจนต้องถอดหูฟังออก เปิดประสบการณ์ใหม่มาก ที่สำคัญผมแทบไม่เคยได้ยินวงเล่นเพลงนี้เลย  อยากรู้ว่าตอนแสดงสดท่อนแสบหูนั้นจะเป็นอย่างไรมากๆ


พิซซ่า-ทฤษฎี ณ พัทลุง นักดนตรี
เพลง: พอแล้ว (That's It!)
อัลบั้ม: ทิงนองนอย (2551)
    เพลง พอแล้ว เป็นเพลงที่สวยงาม ที่สามารถพาเราไปสู่ห้วงของสมาธิได้ตั้งแต่วินาทีแรก พาให้เราหยุด และฟัง อย่างสงบใจ ฟังเสียงของคนคนหนึ่งที่สวยงามในทุกวินาที แม้ความงามนั้นจะมาจากความเจ็บปวด เหนื่อยล้า อัดอั้น ท่วมท้น
    ผมไม่รู้ว่าผู้ชายในเพลงนี้เขาทุกข์ใจอะไร แต่อย่างน้อยผมเชื่อว่าการร้องออกมา มันก็ทำให้อะไรๆ ดีขึ้น และกลายเป็นความสวยงามต่อคนอื่นเพราะความจริงของมัน
    ผมจะไม่ลืมวันที่ผมได้ดูคอนเสิร์ต The Very Normal of Moderndog ที่โรงละครสยามพิฆเนศ ที่ผมได้ฟังวงโมเดิร์นด็อกและเพื่อน (วงเครื่องสาย) บรรเลงในบรรยากาศที่อบอุ่น จากนาทีที่ดนตรีเริ่มผมได้ยินความสวยงามมหัศจรรย์ของดนตรีของโมเดิร์นด็อกจนผมไม่อาจหยุดน้ำตาได้ ไม่นานหลังจากนั้นผมรู้สึกว่าใจและกายพองโตจนอยู่ๆ ก็รู้สึกว่าพนักเก้าอี้มันบีบเข้ามาเรื่อยๆ เพราะผมอยากจะหลุดลอยออกไปเป็นอิสระ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าเชื่อและเป็นประสบการณ์ที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต
    ผมขอขอบคุณดนตรีของโมเดิร์นด็อก และมันจะเป็นดนตรีที่ผมจะกลับมาหาเรื่อยๆ ในเวลาที่ลำบากของชีวิตเพราะผมรู้ว่าจะมีเพื่อนอยู่ตรงนั้น

วิน-ศรณ์ศีล อภิจิระโภคี นักวาดภาพประกอบที่ใช้ชื่อว่า Livelyhood
เพลง: ชีวิต
อัลบั้ม: เสริมสุขภาพ ((2537)
    ผมรู้จักโมเดิร์นด็อกเพลงแรกจากเพลง ก่อน แล้วก็ มีช็อตที่จำไม่ลืมเลยคือ มีวันนึงคลื่น Fat Radio สมัยนั้นเปิดเพลง บุษบา ทั้งวันครับ
    สำหรับเพลง ชีวิต ถ้าผมมีช่วงที่งงๆ กับชีวิต ผมก็จะใช้เพลงนี้เปิดขึ้นมาชวนเต้น ชวนโยก เพราะเนื้อเพลงชัดเจนซะเหลือเกิน มันเตือนให้รู้ ให้มีพลัง เพราะว่าเราจะต้องเจออะไรอีกเยอะแยะ และที่แน่นอนไม่มีทางรู้อะไรได้เลย

จักรกฤต โยมพยอม พิธีกร นักแสดง และบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์อะโวคาโด บุ๊กส์
เพลง: เกือก (Shoes)
อัลบั้ม: คาเฟ่ (2540)
    ในภาษาอังกฤษมีสำนวนว่า "Be in someone's shoes" ซึ่งหมายถึงว่าให้เราลองเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ของคนอื่นดูบ้าง เพื่อที่ว่าเราจะได้เข้าใจเขามากขึ้น คล้ายๆ กับให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา เมื่อเราเข้าใจว่าคนนั้นต้องเผชิญอะไร เราก็จะได้เข้าใจเขามากขึ้น แต่เพลง เกือก (Shoes) มีเนื้อหาต่างกันออกไป กล่าวคือเนื้อหาในบทเพลงเล่าเรื่องของผู้ที่เห็นคนอื่นสวมใส่รองเท้าหนังสุดหรูดูแพง เมื่อเห็นก็อยากลองสวมบ้าง กระทั่งได้ลองสวมดู จึงรู้ว่ารองเท้านั้นไม่ได้เหมาะกับตน คับแน่น ไม่พอดี ใส่แล้วไม่สบายเท้า จนต้องถอดคืน ย้ำให้เราตระหนักว่า ไม่ใช่ทุกอย่างในโลกนี้ที่เกิดมาเพื่อทุกคน เรามีสิทธิ์ที่จะลอง แต่หากลองแล้วไม่ใช่ จะปฏิเสธไปก็ไม่เสียหาย กลับทำให้เราสบายใจกายมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
    นอกจากเนื้อหาที่สัมผัสหัวใจ การมีศิลปินลูกทุ่งน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์อย่าง 'ชาย เมืองสิงห์' มาร่วมร้องผสานกับดนตรีไทยพื้นบ้าน ก็ยิ่งทำให้เพลงนี้ยิ่งโดดเด่น และอยู่ในความทรงจำผมเรื่อยมา

ดุสิตา อิ่มอารมณ์

นักเขียน ผู้ใช้พื้นที่ในเวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ขี่จักรยาน อ่านการ์ตูน เล่นเลโก้ ฯลฯ โดยเชื่อเต็มหัวใจว่าเวลาที่หมดไปกับความรื่นเริงนี้สามารถเติมเต็มชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรกนก สุเทศ

โมชั่นและกราฟิกดีไซน์เนอร์สาว(สวย) ที่สนุกกับการเหม่อมองหยดฝน มีความสุขทุกครั้งที่ได้คุยกับแมว เล่นเกม ฟังเพลง และวาดรูป เชื่อว่างานสร้างสรรค์ดีๆ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องยิ่งใหญ่ แต่อาจเริ่มต้นจากเรื่องธรรมดาที่เราใช้ชีวิตผ่านไปในแต่ละวัน