20 อัลบั้มเพลงไทยระดับคุณภาพที่ถูกคนหลงลืมมากที่สุด

    ในแวดวงเพลงไทยมีงานเพลงออกมามากมาย คุณอาจได้ฟังวงนี้ ไม่เคยฟังวงนั้น รู้จักเพลงนี้ ไม่รู้จักเพลงนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะในปีหนึ่งๆ มีเพลงเกิดขึ้นมหาศาล การโปรโมตอาจมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เพลงเป็นที่รู้จัก ในอัลบั้มหนึ่งจะมีเพลงที่ได้รับการโปรโมตไม่กี่เพลง ทำให้เพลงดีๆ ที่ไม่ถูกโปรโมตอาจจะถูกหลงลืมไปได้ไม่ยาก
    บางทีมันก็ยากที่จะติดตามฟังเพลงดีๆ ได้หมด มันต้องมีหลงหูหลงตาไปบ้างแหละ บางอัลบั้มเราเคยเห็นมาตลอด แต่ไม่เคยฟังเพลงข้างในเลย กว่าจะมาพบว่าเพลงในอัลบั้มนี้ดีมากๆ ก็ผ่านเวลาไปแล้วหลายปี สมัยนี้ยังดีกว่าสมัยก่อนตรงที่ยังพอมีการลองฟังออนไลน์ได้ ถ้าเป็นสมัยก่อนน่ะเหรอ ไม่ยืมเพื่อนก็ต้องควักเงินซื้อเองเท่านั้น แต่การบากบั่นตามหาเพลงมาฟังก็ทำให้เราได้รู้จักกับเพลงไทยดีๆ จำนวนไม่น้อยที่ยังมีอีกหลายคนไม่รู้จัก เราจึงอยากลองแนะนำ 20 อัลบั้มคุณภาพที่คุณอาจมองข้ามมันไป มาลองดูกันว่ามีงานอะไรดีๆ ที่อาจหลงหูหลงตาคุณไปบ้าง บางอัลบั้มก็เป็นงานที่มาก่อนกาล คือลํ้าสมัยเกินไปจนคนฟังตามไม่ทัน ต้องรออีกหลายปี อัลบั้มเหล่านั้นจึงถูกพิสูจน์ว่าดีงามจริงๆ หรือบางอัลบั้มอินดี้จ๋าเลย โปรโมตน้อย อาจจะมี Cat Radio (หรือก่อนหน้านี้คือ Fat Radio) คลื่นเดียวที่เปิด แล้วคนที่ไม่ได้ฟังคลื่นเหล่านี้ล่ะ จะรู้จักเพลงเหล่านี้บ้างไหม? 
    20 อัลบั้มนี้ใช้รสนิยมส่วนตัวล้วนๆ ในการคัดเลือก เป็นการเก็บสะสมจากการฟังเพลงไทยมาตลอด 30 กว่าปี ทั้งหมดนี้เชื่อว่าเป็นอัลบั้มที่มีคุณภาพที่ท้ากาลเวลา คือไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังรู้สึกถึงคุณค่าของมันได้ ไล่มาตั้งแต่สมัยที่ผมเริ่มฟังเพลงใหม่ๆ ลองอ่านดูนะครับ ว่ามีตรงกับในใจคุณบ้างไหม หรือมีอัลบั้มไหนที่คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยบ้าง

1. อัลบั้ม ยุโรป : เพลงประกอบหนัง วัยระเริง (2527)
    นี่คืออัลบั้มที่หาฟังยากมากๆ ชุดหนึ่ง เป็นงานเพลงที่ออกมาในตอนที่หนัง วัยระเริง ออกฉาย ซึ่งนานมากแล้ว หนุ่ย-อำพล ลำพูน เล่นเป็นพระเอก โดยมีวงไมโครมาเล่นด้วย ในช่วงเวลานั้นไมโครยังไม่ได้ออกเทปชุดแรกเลย เนื่องจากพี่หนุ่ยในตอนนั้นยังร้องเพลงได้ไม่ดีเท่าที่ควร เลยต้องเอาพี่อ้อง-สุรสีห์ อิทธิกุล มาร้องให้ ส่วนฝ่ายหญิง ร้องโดยแหวน-ฐิติมา สุตสุนทร โดยมีพี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ เป็นผู้อำนวยการผลิต ดนตรีนั้นได้ทีมบัตเตอร์ฟลาย (Butterfly) ซึ่งเป็นทีมสุดยอดนักดนตรีของไทยในยุคนั้นมาทำให้ แต่ทีมแต่งเพลงนี่สิ มีแต่ตัวกลั่นทั้งนั้น ตั้งแต่พี่เต๋อเอง, พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ ที่แต่งเพลงเด่นอย่าง ยุโรป และ จากวันนั้นถึงวันนี้ ซึ่งใช้ถ้อยคำในเพลงได้สุดยอดมาก ส่วนเพลงที่เรารักที่สุดในอัลบั้มนี้คือ ดนตรีในดวงใจ ซึ่งมาเฉลยเมื่อไม่นานนี้เองว่าคนแต่งคือพี่ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค ซึ่งเป็นเพลงแรกๆ ในชีวิตการแต่งเพลงของนิติพงษ์เสียด้วย โดยที่เครดิตในปกเทปเกิดความผิดพลาดไปใส่ชื่อเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้เป็นคนแต่งเพลงนี้

2. อิสซึ่น : อัลบั้ม บทเพลง (2527)
    เป็นอัลบั้มที่วงอิสซึ่นทำเพลงแบบสตริงมากขึ้น ไม่ได้เป็นโฟล์กจ๋าแบบอัลบั้มแรกๆ น่าจะเพราะดูแลโดยทีมงานบัตเตอร์ฟลาย โดยที่สมาชิกหลักคือ โต๊ะ-วสันต์ โชติกุล และ จุมพล ปัญญามงคล ส่วนพี่ป้อม อัสนี นั่งตำแหน่งโปรดิวเซอร์ อัลบั้มนี้หาฟังยากมาก เรามีเทปที่ซื้อไว้นานแล้วอยู่แค่ม้วนเดียว แผ่นเสียงไม่ต้องพูดถึง หายากถึงยากที่สุด ราคาก็ไปไกลมากแล้ว ถึงมีคนปล่อยขาย ก็จะโดนสอยไปอย่างรวดเร็ว เพลงในอัลบั้มนี้มีจังหวะจะโคนที่ทันสมัย มีการดีไซน์ไลน์กลอง เบส กีตาร์ไฟฟ้า และซินธ์ได้ไพเราะลงตัวมากๆ เพลงเด่นๆ ก็อย่าง บทเพลง และ ขอมอบบทเพลง แต่เพลงที่ผมรักที่สุดคือเพลง เจ้าโต ซึ่งเล่าเรื่องความรักของกระเป๋ารถเมล์หนุ่มสาว ที่พบรักกันในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยมีตอนจบแบบโศกนาฏกรรม เศร้ามากๆ เพลงที่เหลือเป็นเพลงร่วมสมัยที่ใช้คำที่ดูเป็นกวีสักหน่อย มีความสวยงามของการใช้ภาษา ลองนึกถึงเพลง หนึ่งมิตรชิดใกล้ ซึ่งเป็นเพลงดังของวงนี้ดูก็แล้วกัน มันประมาณนั้นเลยแหละ

3. ปรัชญ์ สุวรรณศร : อัลบั้ม คน (2528)
    ปรัชญ์ สุวรรณศร เป็นคนในแวดวงทำเพลงโฆษณาและมีส่วนในการแต่งเพลงให้ศิลปินแกรมมี่ยุคแรกๆ พอเขามีงานอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองก็ทำเพลงออกมาเป็นป๊อปร็อกร่วมสมัยที่ออกจะลํ้าๆ หน่อย จุดเด่นของแกคือการใช้ถ้อยคำ ปรัชญ์เล่นคำแปลกๆ ได้อย่างชำนาญมาก เราจึงได้เห็นคำที่ไม่ค่อยได้ใช้อย่าง อัฐ, ตะบัน, นิจศีล หรืออาจิณ มาอยู่ในเพลง น้ำเสียงของปรัชญ์มีความเร้าอารมณ์ให้ฮึกเหิมก็ได้ หรือจะเป็นเสียงหล่อก็ได้ ในเพลง อัฐใคร-อัฐมัน จึงมีความสะใจในนํ้าเสียงเมื่อพูดถึงการใช้เงินของเราเองที่ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่ง (นี่คือพูดอย่างสุภาพ) ส่วนในเพลงเท่ๆ ฟังเพลินๆ อย่างเพลง ความทรงจำ เสียงของปรัชญ์ก็หล่อขึ้นมาเลย ที่รักที่สุดคือในอัลบั้มนี้มีเพลงประกอบละครยุคแรกของค่ายกันตนาอย่าง ทิมมวยไทย ที่เราเคยฟังตอนเด็กๆ แล้วชอบมาก เป็นเพลงที่ฟังแล้วฮึกเหิมจริงๆ

4. กอหญ้า : อัลบั้ม ในลิ้นชัก (2529)
    เป็นงานที่โปรดิวซ์โดย อนุวัฒน์ สืบสุวรรณ ดูแลเนื้อร้องโดย เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์ ซึ่งทั้งสองคนเป็นนักดนตรีในวงสุดเจ๋งอย่างบัตเตอร์ฟลาย ส่วนวงกอหญ้าประกอบไปด้วยชายสองหญิงหนึ่ง ทำเพลงในสไตล์โฟล์ก เน้นกีตาร์โปร่ง และการร้องประสานเสียงที่เรียบง่ายมากๆ ออกแนว Simon and Garfunkel เพลงเด่นคือ ในลิ้นชัก เนื้อหาพูดถึงของเล็กๆ น้อยๆ ในลิ้นชักที่ทำให้นึกถึงหนุ่มคนรัก เนื้อร้องน่ารักมากๆ แถมยังให้อารมณ์ Nostalgia เล็กๆ ด้วย เพลงอื่นๆ ก็ฟังเพลิน ออกเชยๆ หน่อย แต่จริงใจดี เราชอบลีลาการใช้คำของคุณเขตต์อรัญมากๆ มีความสละสลวย เป็นภาษาเขียนมากกว่าภาษาพูด เช่นเพลง หวีด หวิว หวิว ที่บรรยายถึงบรรยากาศธรรมชาติ เสียงลมผ่านใบไม้ เสียงจิ้งหรีด ได้อารมณ์มาก หรือเพลงนํ้าตา ที่ใช้การเปรียบเปรยกับคำสละสลวยที่คล้องจอง  ทีเด็ดอีกอย่างคือเพลง ฉันนึกถึงวันนั้น ที่ได้สุรสีห์ อิทธิกุล มาเรียบเรียงดนตรีให้ เราจึงได้ยินเสียงซินธ์ยุค 80 ที่เป็นลายเซ็นของสุรสีห์คลออยู่ทั้งเพลง งานชุดนี้ทีมงานบัตเตอร์ฟลายดูแลการผลิต ดังนั้นใครที่เป็นแฟนของบัตเตอร์ฟลายควรหามาสะสมนะ 

5. มิติ : อัลบั้ม เก่า เก่า (2529)
    เป็นอัลบั้มคุณภาพอีกชุดจากค่ายนิธิทัศน์ ซึ่งตัวเพลงนั้นไม่ใช่แนวทางหลักที่นิธิทัศน์ทำสักเท่าไหร่ เพลงในอัลบั้มนี้ในภาคดนตรีมีความลํ้าสมัยมากเลยทีเดียว มีการใช้ซินธิไซเซอร์ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ในขณะนั้นมาเป็นตัวยืนในทุกๆ เพลง การบันทึกเสียงดีมากๆ โดยที่เนื้อเพลงออกจะไปในทางเพื่อชีวิตหน่อยๆ หรือพูดถึงสัจธรรมในชีวิต คนจน คนไม่มีจะกิน แต่ก็มีเพลงรักอยู่บ้าง แต่ก็ออกจะเป็นรักแบบเพื่อชีวิต เมื่อดูที่เครดิตจึงได้รู้ว่า ประชา พงศ์สุพัฒน์ นักแต่งเพลงชื่อดังที่อยู่แกรมมี่ เป็นคนแต่งเพลงให้ถึง 5 เพลง และ นุภาพ สวันตรัจฉ์ ศิลปินเพลงชื่อดังเจ้าของเพลง แป๊ะเจี๊ยะ ก็แต่งให้อีก 4 เพลง ถือว่าเป็นอัลบั้มที่แหวกแนวมากๆ ในยุคนั้น นอกจากนั้นวงมิติยังไปเล่นเป็นวงแบ็กอัพให้กับนุภาพ สวันตรัจฉ์ และ อัสนี-วสันต์อีกด้วย มือกลองของวงนี้คือ เอกมันต์ โพธิพันธุ์ทอง ซึ่งโด่งดังมากตอนไปตีกลองให้อัสนี-วสันต์ ในภายหลัง แผ่นเสียงของอัลบั้มนี้ราคายังไม่ได้แพงมากนัก ลองหามาฟังกันได้

6. ดินสอดำ : อัลบั้ม กระดาษขาว (2530)
    หลังจากที่ กริช ทอมมัส ยุบวง บาราคูดัส แล้วก็ได้มาโปรดิวซ์อัลบั้ม ดอกไม้บาน...เจ้าเอย (2530) ของ XYZ ซึ่งเป็นอัลบั้มเปิดตัวที่น้องๆ เริ่มเล่นดนตรีเองจริงๆ ไม่ได้เล่นกีตาร์ไม้อีกต่อไป แล้วกลายเป็นงานที่ประสบความสำเร็จมากๆ กริชก็ได้หันมาตั้งวงใหม่ของตัวเองในชื่อ ดินสอดำ  และได้ออกอัลบั้มชื่อ กระดาษขาว ซึ่งเป็นเพียงอัลบั้มเดียวของวง เพลงส่วนใหญ่แต่งโดย กริช ทอมมัส และ อุษา สาวสวย โดยที่ตัวเพลงออกมาในแนวโฟล์กร็อก แต่มีการเรียบเรียงดนตรีให้มีความทันสมัย มีสำเนียงของเพลงฝรั่งชัดเจน เป็นเพลงฟังสบาย ให้แง่คิด ตั้งคำถาม และมองโลกในแง่บวก ฟังแล้วรู้สึกถึงวงในยุคนั้นอย่าง เฉลียง หรือวงยุคถัดมาอย่าง กัมปะนี ไปจนถึงอัลบั้มในตำนานอย่าง เต๋อ 1 เพลงที่ดังที่สุดของวงดนตรีอายุสั้นวงนี้คือเพลง เส้นทางนี้ ที่ เจี๊ยบ-วรรธนา วีรยวรรธน นำมาคัฟเวอร์ใหม่ในอีกหลายปีให้หลังจนดังกว่าต้นฉบับ (แต่ส่วนตัวแล้ว เรายังชอบต้นฉบับมากกว่า) เพลงอื่นๆ ก็ดีงามไม่แพ้กัน เราว่าเป็นงานที่ฟังเพลินทั้งอัลบั้มเลยแหละ ที่สำคัญ ชาตรี คงสุวรรณ แห่ง ดิ อินโนเซ้นท์ มาเล่นกีตาร์ให้อัลบั้มนี้หลายเพลงเลย แผ่นเสียงอัลบั้มนี้ยังหาได้ในราคาไม่แพง หามาฟังเถอะครับ คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแน่นอน

7. TKO : อัลบั้ม Original Thai Rap (2536)

    TKO เป็นวงแร็ปวงแรกของไทยก็ว่าได้ อัลบั้มนี้ออกมาในค่าย KITA แต่โปรดักชั่นทั้งหมดแทบจะเป็นของทีมเบเกอรี่ มิวสิค โดยที่ตอนนั้นยังไม่เกิดค่ายขนมปังแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ สุกี้ กมล สุโกศล แคลปป์ เป็นโปรดิวเซอร์ โดยทำนองและเรียบเรียงเกือบทุกเพลงเป็นฝีมือของสุกี้เอง ส่วนคำร้องนั้นได้ปฐมพร ปฐมพร หรือ พราย (ผู้แต่งเพลง ก่อน ของ โมเดิร์นด็อก อันลือลั่น) มารับหน้าที่แต่งคำร้องแทบทุกเพลง ยกเว้นเพลงที่คัฟเวอร์งานเก่าของ KITA และแทร็กที่ชื่อ เพลงช้าๆ ซึ่งแต่งคำร้องโดย บอย โกสิยพงษ์ เนื้อร้องและทำนองเจ๋งทุกเพลง มีความเป็นเพลงฝรั่งมาก แต่สุกี้ก็ยังใส่ซาวนด์ดนตรีไทยผสมลงไปช่วยเพิ่มความเป็นไทย เสียง Velma ที่ร้องภาษาอังกฤษทำให้มีความอินเตอร์ขึ้น แถมยังมี DJ Sense คอยสแครทช์แผ่น ได้ซาวนด์แปลกใหม่มากๆ ในยุคนั้น ทั้งหมดนี้ทำให้เพลงของ TKO โดดเด่นไม่ธรรมดา แต่ตอนที่ออกวางขาย คนฟังอาจยังรับอะไรลํ้าๆ แบบนี้ไม่ได้ ถ้าลองฟังงานชุดนี้ดีๆ จะพบว่านี่มันเป็นงานแบบร่างของ Joey Boy ชุดแรกชัดๆ ! เพลงเด่นๆ ในอัลบั้มก็คือเพลง ว่าว, ฝัน, เพลงช้าๆ, สี่แยกในดวงใจ ถือเป็นงานคุณภาพมากๆ อีกหนึ่งชุดที่มาก่อนกาล


8. นก พัฒน์ธนันทน์ : อัลบั้ม Seriously Nok (2538)
    หนึ่งในอัลบั้มดีงามที่คนไม่รู้จักและมองข้ามมากที่สุดอีกชุด Seriously Nok เป็นอัลบั้มที่ออกในค่าย สโตน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ แต่ทีมที่ทำเพลงให้ทั้งหมดคือทีมงานคุณภาพจาก เบเกอรี่ มิวสิค ไล่ไปตั้งแต่ บอย โกสิยพงษ์, สุกี้, สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ไปจนถึง โต้ง-มณเทียร แก้วกำเนิด แห่ง P.O.P พวกเขาแต่งเพลงทั้งหมดในอัลบั้มนี้ เราจะได้ฟังเพลงป๊อปโซลดีๆ แบบเดียวกับเพลงของ รัดเกล้า อามระดิษ เสียงร้องของนกนั้นคุณภาพมากๆ เสียงสวยและมีพลัง แถมนักดนตรีที่อัดในอัลบั้มนี้ เป็นฝรั่งล้วนๆ มีพี่โต้งคนเดียวเลยที่เป็นคนไทย แต่ที่กลับกันกับคุณภาพของบทเพลง คือราคาของอัลบั้มนี้ที่ไม่แรงเอาซะเลย บางคนไม่รู้ด้วยซํ้าว่าแผ่นนี้เป็นโปรดักชั่นของทีมเบเกอรี่ ฉะนั้นนักฟังเพลงจึงยังหาซื้ออัลบั้มนี้ได้ในราคาย่อมเยา ถ้าใครไปเจอในร้านมือสองถูกๆ จึงไม่ควรพลาดที่จะหยิบติดมือมาฟังที่บ้าน

9. ธรัญญา สัตตบุศย์ : อัลบั้ม & & ANT (2539)
    ในยุคดนตรีอัลเทอร์เนทีฟรุ่งเรือง อยู่ๆ ก็มีอัลบั้มหนึ่งออกวางแผงอย่างเงียบๆ นั่นคืองานของนางแบบสาว ธรัญญา สัตตบุศย์ อัลบั้ม & & ANT ในสังกัด BOOP record โดยที่ทีมงานที่ทำอัลบั้มนี้คือสมาชิกวง Crub และ Kidnappers เพลงส่วนใหญ่แต่งโดย รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ และกีตาร์อัดโดยสมาชิกวงคิดแนปเปอร์ส และ ครับ เพลงในชุดนี้เป็นพั๊งก์ร็อกอย่างเต็มสตรีม กีตาร์แตกพร่าสะใจมาก เนื้อหาจะเป็นแนวผู้หญิงยุคใหม่ ออกไปทางเฟมินิสต์หน่อยๆ ประมาณว่า เป็นสาวมั่นไม่ง้อผู้ชาย เสียงร้องของแอ๊นท์นั้นช่างสุดยอดมากๆ คือไม่ใช่ร้องธรรมดา แต่มีการดีไซน์เสียงร้องเยอะมากๆ ทั้งความกราดเกรี้ยวแหกปากไม่ห่วงสวย หรือจะเสียงสวยๆ เพราะๆ ในเพลงช้า เธอก็ทำได้อเมซิ่งมากๆ แต่ก็อย่างว่า นี่ไม่ใช่อัลบั้มที่ประสบความสำเร็จในเรื่องยอดขาย บางคนอาจทนฟังเพลงโวยวายหนักๆ แบบนี้ไม่ได้ บางคนอาจไม่เคยรู้ด้วยซํ้าว่ามีอัลบั้มนี้ในวงการเพลงไทยด้วยเหรอ แต่เท่าที่จำได้คือแอ๊นท์เป็นศิลปินไทยคนเดียวที่ได้ขึ้นปกนิตยสารเพลงสุดลํ้าอย่าง GT ซึ่งเป็นปกที่เราเลิฟมากๆ

10. ธาริณี ทิวารี : อัลบั้ม อย่าสัญญา (2539)
    ตอนแรกที่อัลบั้มนี้ออก เราไม่ค่อยได้สนใจนัก เพราะเพลงโปรโมทเพลงแรกคือเพลงภาคภาษาไทยของเพลง And So the Story Goes (di da di) ของ Maria Montell ที่ตอนนั้นดังระเบิดในบ้านเรา ซึ่งเราไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ (เรียกได้ว่าฮิตจนน่ารำคาญ) แต่พอบังเอิญได้ฟังเพลงอื่นในอัลบั้ม ก็ต้องรีบวิ่งไปหาซื้อซีดีทันที เพราะโดยรวมนี่เป็นอัลบั้มป๊อปแจ๊ซที่ไพเราะมากอีกอัลบั้มของวงการเพลงไทยเลย ทั้งเปียโน กีตาร์ เครื่องเป่า เบส และกลอง ทุกอย่างถูกเรียบเรียงอย่างตั้งใจ เมื่อไปดูที่เครดิต เราจึงไม่ต้องแปลกใจ เพราะโปรดิวเซอร์คือ สมหวัง พัชรพร (มือกีตาร์คู่บุญของพี่ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์) และ กอล์ฟ-นครินทร์ ธีระภินันท์ มือกีตาร์วง T-Bone นั่นเอง ทั้งสองท่านถือว่ามีความชำนาญในด้านดนตรีแจ๊ซมาก เพลง อย่าสัญญา แทร็กที่น่าจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดของเธอ เป็นเพลงที่เพราะและลงตัวมากๆ เครื่องเป่า และเปียโนในเพลงนี้แพรวพราวมากๆ เนื้อหาพูดถึงคำสัญญาที่ไม่จำเป็น หากเรารักกันอยู่แล้ว เสียงของปูเป้ ธาริณี หวานแบบผู้ใหญ่ เข้ากันดีกับเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ความรัก ในแบบผู้ใหญ่ ความกลัว ความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์อันเปราะบางของคนเมือง สิ่งเหล่านี้ปรากฏอยู่ในงานเพลงของเธอ อยากให้ลองฟังทั้งอัลบั้มแล้วจะรู้ว่าเพลงของเธอไม่ได้มีดีแค่เพลงโปรโมตเท่านั้น

11. อัลบั้ม Visionary (the positive traveler) เพลงประกอบภาพยนตร์ ฝัน บ้า คาราโอเกะ (2540)
    ในปี 2540 เบเกอรี่ มิวสิค ได้ออกอัลบั้มที่เป็นงานแนวอิเล็กทรอนิกส์แบบจริงจังมาชุดหนึ่ง มารู้ตอนหลังว่าเป็นซาวนด์แทร็กประกอบภาพยนตร์ ฝัน บ้า คาราโอเกะ หนังเรื่องแรกของ เป็นเอก รัตนเรือง อัลบั้มนี้ประกอบไปด้วย 4 กลุ่มนักดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มจาก Koichi นักดนตรีชาวญี่ปุ่นที่ต่อมากลายเป็นเจ้าของค่าย so::on dry flower ผู้นิยม Noise Sound และเสียงสังเคราะห์ วงต่อมาคือ nolens.volens วงดนตรีแนวเทคโนที่ประกอบด้วย 2 หนุ่มคือ แต๋ง (กันตวิท กาญจนพิทักษ์) และใหม่ (รัฐฐา รุ่งแสง) วงนี้จริงจังกับแนวทางอิเล็กทรอนิกส์จนถึงปัจจุบัน แต่ปัจจุบันเหลือสมาชิกเพียงใหม่คนเดียว วงที่ 3 คือวง Stereotype เป็นวงเฉพาะกิจของ วรุฒม์ ปันยารชุน ผู้ออกแบบปกและงานกราฟิกเจ๋งๆ ทั้งหลายของเบเกอรี่ มิวสิค และรายสุดท้ายคือ สมเกียรติ อริยะชัยพานิชย์ หรือ Mr.Z ของเรานี่เอง ทั้งหมดนี้สร้างสรรค์เพลงอิเล็กทรอนิกส์จ๋าๆ ที่ไม่มีเนื้อร้อง มีแต่บีตเท่ๆ แซมปลิ้งเจ๋งๆ ในยุคที่เพลงอิเล็กทรอนิกส์ยังไม่เฟื่องฟูในบ้านเรา โดยมี Dialogue จากหนังฝัน บ้า คาราโอเกะ คั่นอยู่ระหว่างเพลง เทปและซีดีชุดนี้ค่อนข้างหายาก แต่ก็ไม่ค่อยมีคนสนใจเมื่อได้พบเจอ แนะนำว่าหากไปเจอก็ไม่ควรพลาดที่จะหาเก็บไว้ครับ

12. วิสาห์ : อัลบั้ม Visa (2542)
    นี่เป็นงานเดี่ยวของชมพู่-วิสาห์ อัทธเสรี นักร้องนำคนแรกของละอองฟอง หลังจากที่เธอออกจากวงไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เป็นงานคุณภาพอีกชุดจากค่าย Genie Records โดยได้ โอ๊ต อรรถพงศ์ บุญเสริมทรัพย์ แห่งวง Street Funk Rollers มาโปรดิวซ์ให้ ตัวดนตรีนั้นมีความหลากหลาย ตั้งแต่โมเดิร์นร็อก อะคูสติกป๊อป ดิสโก้ บอสซาโนวา ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์เบาๆ เสียงของชมพู่นั้นมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว แถมคราวนี้ยังร้องแบบเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าตอนร้องให้ละอองฟองอีกด้วย มี สุเมธ องอาจ มาร่วมร้องด้วย 2 เพลง ทุกเพลงไพเราะมากๆ เนื้อหาของเพลงรวมๆ จะเกี่ยวกับความรักในมุมต่างๆ ในแบบที่ผ่านชีวิตมาระดับหนึ่ง ไม่งอแงฟูมฟาย ถือเป็นงานคุณภาพที่คนไม่ค่อยรู้จักอีกหนึ่งชุด

13. ซับใน : อัลบั้ม Subnai (2542)
    หลังจาก จิ๊บ-ดุสิตา อนุชิตชาญชัย นักร้องนำในอัลบั้มแรกออกจากวงไป จูน-โสมสิริ แสงแก้ว มือเบสจึงต้องมารับหน้าที่ร้องนำพ่วงไปด้วย โดยไม่ได้รับสมาชิกเพิ่ม ทำให้ซับในกลายเป็นวง 3 ชิ้นที่ลงตัวพอดี และจะด้วยอะไรไม่รู้ แต่ละเพลงในอัลบั้มที่ 2 นี้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น และดีงามกว่าอัลบั้มแรกมากๆ อาจเป็นเพราะจูนแต่งเพลงเกือบทั้งอัลบั้มคนเดียว คุณจึงได้ฟังวงอินดี้ร็อกที่มีกีตาร์มันๆ และไลน์เบสที่โดดเด่น เปิดมาด้วยเพลง รอ ที่ฟังเหมือนแบบร่างของ Beargarden (งานเดี่ยวในเวลาต่อมาของจูน) เสียงของจูนมีความคิขุ กุ๊กกิ๊ก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันได้ดีกับเพลงของซับใน เพลงส่วนใหญ่ยังเป็นแนวแอบรัก อกหัก เช่นเพลง เพราะ, เพียงพอกับใจ ที่ฟังเพลินมาก แต่ก็มีบางเพลงอย่าง Love Scene นั้นพูดถึงอิทธิพลของละครนํ้าเน่าในทีวีที่มีผลต่อความหื่นได้อย่างจิกกัด อัลบั้มนี้โปรดิวซ์โดย ไก่-ธนาวัฒน์ ส่งวัฒนา มือกีตาร์ของ 2 Days Ago Kids และยังได้ ป๊อก-วรรณฤต พงศ์ประยูร แห่ง Stylishnonsense มาช่วยเล่นคีย์บอร์ดในบางเพลงอีกด้วย

14. บัวหิมะ : อัลบั้ม ชิทแตก! (2545)
    อัลบั้มเพลงประกอบนวนิยายเรื่องยาวเรื่องแรกของ คุ่น-ปราบดา หยุ่น ที่ได้ เจ-เจตมนต์ มละโยธาแห่ง Penguin Villa มาดูแลเรื่องดนตรี ส่วนคุ่นดูแลคอนเสปต์ และเนื้อเพลงทั้งหมด โดยแต่ละเพลงจะให้แทนตัวละครตัวหนึ่ง หรืออาจเป็นช่วงเวลาหนึ่งในหนังสือ ดังนั้นเพลงจึงมีหลายสไตล์มากๆ แต่เจก็วางเมโลดี้ให้เกี่ยวเนื่องกันในแต่ละเพลง ทำให้เพลงทุกเพลงอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ขัดเขิน เริ่มกันที่ ชิทแตก!ธีม ฟังรอบแรกๆ ยังแปร่งๆ กับเมโลดี้ แต่พอฟังไปเรื่อยๆ เราก็หลงรักหมดใจ ในเพลงต่อมา แซ็ค ซึ่งเป็นตัวละครตัวหนึ่ง ถ้าคนที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จะทราบว่าเรื่องมันเกิดขึ้นในอนาคต และด้วยอุปกรณ์ฟังเพลงที่คล้าย AI จะมีโหมดหนึ่งที่แซ็คชอบฟังก่อนนอน นั่นคือโหมดกล่อม ซึ่งเครื่องจะทำการแรนดอมเพลงจากทั่วโลกมาต่อกันอย่างละนิดอย่างละหน่อย เพื่อจะกล่อมให้เราหลับ ซึ่งเราจะได้ฟังจริงๆ ในเพลงนี้ ซึ่งทำออกมาได้ดีมาก นอกจากนั้นก็จะมีทั้งเพลงที่ออกแนวคลาสสิก ไปจนถึงเพลงลํ้าๆ ให้เราได้ประหลาดใจตลอดเวลา อย่างเพลง ซัคเซนเซ ที่ได้พี่ตู้-ดิเรก อมาตยกุล มาร้องให้ ก็ทำเป็นวงบิ๊กแบนด์เครื่องเป่ามาเต็ม หรือเพลง Airbook Sarcasm ก็เป็นอิเล็กโทรลํ้าๆ ดูเป็นยุคอนาคตมากๆ ส่วน From Now On ที่คุ่นร้องเองนั้น ก็เป็นป๊อปใสๆ เลย รวมๆ มันให้ความรู้สึกเป็นเพลงละครเวทีในระดับหนึ่ง แต่ด้วยฝีมือและรสนิยมของเจและคุ่นทำให้มันไปได้ไกลกว่านั้น

15. Doobadoo : อัลบั้ม Doobadoo (2548)
    หลังจากที่ลูกหว้า พิจิกา ร้องเพลง อยากอยู่กับเธอทั้งคืน ให้กับวงซีเปีย จนโด่งดังในแวดวงดนตรีอินดี้แล้ว 6 ปีหลังจากนั้น โอ๋-เจษฎา สุขทรามร แห่งวงซีเปีย ก็ได้ชวนเธอมาทำเพลงด้วยกันในนาม Doobadoo โดยเป็นแนวป๊อปแจ๊ซฟังเพลินมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าคุณโอ๋ ที่ทำเพลงโหดๆ เพี้ยนๆ อย่างวงซีเปีย จะทำเพลงแจ๊ซได้เนียนละมุนเช่นนี้ เพลงเกือบทั้งหมดแต่งโดย โอ๋ ซีเปีย โดยที่ลูกหว้าช่วยแต่งในบางเพลง เพลงในอัลบั้มนี้เป็นเพลงแจ๊ซที่ใช้เครื่องดนตรีน้อยชิ้น บางเพลงเปียโนเด่น บางเพลงกีตาร์เด่น ฟังโปร่ง โล่งสบายมาก แต่ที่เด่นที่สุดคือเสียงของลูกหว้า ลีลาการใช้เสียงของเธอแพรวพราวมากๆ แถมเธอยังใช้สกิลล์การร้องเพลงจากการที่เธอไปเล่นละครเวทีช่วยให้เพลงมีไดนามิกน่าฟังมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แค่เพลงแรกที่เธอชวนเก็บกระเป๋าไปพักร้อนด้วยกัน เราก็พร้อมจะไปกับเธอแล้ว ส่วนเพลงที่ทุกคนพอรู้จักอย่าง ไม่ใช่ผู้ชาย ก็มีสีสันของการเรียบเรียงที่ฉูดฉาดซาบซ่ามาก ทรัมเป็ตเป็นพระเอกเลย ทั้งดนตรีทั้งนักร้องไม่มีใครยอมใคร ส่วนเพลงอื่นๆ เอาจริงๆ ก็ดีงามทุกเพลง คอร์ดแบบแจ๊ซ เมโลดี้แบบแจ๊ซ การเดินเบสแบบแจ๊ซ มันทำให้ฟังแล้วเคลิ้มเลิศหรูมีระดับมากๆ เหมาะจะฟังกับสาวคนโปรดที่คุณชวนมาดินเนอร์จิบไวน์แดงที่แมนชั่นสุดหรูของคุณ...ว่าไปนั่น

16. Blissonic : อัลบั้ม Automatic (2548)
    เป็นอัลบั้มซินธ์ป๊อปที่ออกมาก่อนกาล พีท ตันสกุล และ บิ๋ม-มณีรัตน์ เรเชล ฮุนตระกูล ในนามวง Blissonic ออกอีพีกับค่าย Missing Link ในช่วงปี 2002 เรานี่กรี๊ดมากกับเพลง ครั้งแรก และเพลง เช้า โดยเฉพาะเพลง เช้า นี่รักมาก เนื้อหาเรียบง่ายพูดถึงการตื่นเช้าแล้วออกมามองฟ้าแต่เขาแต่งออกมาได้ละมุนจริงๆ เสียงของบิ๋มกับเสียงของซินธ์และจังหวะที่พีทใช้มันช่างมีเสน่ห์มากๆ ต่อมาพวกเขาย้ายเข้าค่าย Genie ของแกรมมี่แล้วออกอัลบั้มเต็ม Automatic ทุกเพลงยังเป็นซินธ์ป๊อปที่พวกเขาถนัด เมโลดี้สวยงามทุกเพลง ฟังเพลินมากๆ เนื้อหามีความเป็นผู้หญิงและเฟมินิสต์พอตัว ตั้งแต่เพลง วันที่ฉันมองคนเดียว และ เจ้าหญิงคนต่อไป ที่พูดถึงชีวิตที่ไม่ต้องพึ่งพิงผู้ชาย โดยเฉพาะเพลง เจ้าหญิงคนต่อไป นี่ใช้คำได้เก่งและเล่าเรื่องลงตัวมาก ส่วนเพลง ไม่ใช่ฉัน ก็พูดถึงอารมณ์แปรปรวนของผู้หญิงได้เท่และน่ารักมาก เพลงเกือบทั้งหมดแต่งเนื้อโดย โตน โซฟา หรือ จักรธร ขจรไชยกูล ซึ่งเนื้อเพลงดีทุกเพลงจริงๆ ตอนที่วงนี้ออกวางจำหน่าย ไม่ได้รับความนิยมในวงกว้างสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามาออกในช่วงนี้ ในช่วงที่ซินธ์ป๊อปแทบจะกลายเป็นเพลงกระแสหลัก Blissonic ต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่

17. ณภัทร สนิทวงศ์ ณ อยุทธยา : EP. Fruit (2549)
    หลังจากที่ได้ดูงานแสดงสดของพลัม ณภัทร ในงานเปิดตัวอัลบั้มรวมเพลง Ghosted Note ของค่าย so::on dry flower เราก็สมัครเป็นแฟนคลับของเขาตั้งแต่นั้น เพลงของเขามีความเป็น Nu Folk คือไม่ถึงกับเป็นโฟล์กจ๋าๆ แต่ก็มีกลิ่นอยู่บางๆ มีความเป็น Meditation Music หน่อยๆ ด้วย เขาใช้การเล่นกีตาร์โปร่งแบบเรียบง่าย ในบางเพลงออกจะมินิมอลด้วยซํ้า ส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางเกากีตาร์ ให้ความรู้สึกสงบ ผสมเข้ากับเสียงสังเคราะห์เป็นบีตและบรรยากาศแถมด้วย Noise Sound ที่ถูกรังสรรค์โดย Koichi เจ้าของค่าย เสียงร้องของณภัทรฟังสบาย ผ่อนคลาย บอกเล่าเรื่องราวชีวิตเรียบง่าย อีพี Fruit ประกอบไปด้วยเพลง 7 เพลง ที่บอกเล่ามุมมองชีวิต สัจธรรม แง่คิด จนเกือบจะเลยไปถึงหลักทางศาสนาในบางเพลง ในสายตาของคนที่เข้าใจโลก ผ่านดนตรีอะคูสติกที่ฟังสบาย แต่บางเพลงอย่าง เพื่อน มีการใส่กีตาร์ไฟฟ้าแตกพร่าแบบโพสต์ร็อก หรือเพลง เหตุผล ก็ได้มีการใส่ Noise Sound ที่หลอกหลอนใช้ได้ สรุปคืออีพีนี้ไพเราะทุกเพลง ที่สำคัญงานออกแบบโดยทีม D I E นั้นสวยงามมากๆ ยิ่งเวอร์ชั่นที่เป็นแผ่นเสียงยิ่งดีงาม ควรค่าแก่การหามาครอบครอง

18. Atit Sornsongkram : อัลบั้ม Like How You Feel (2549)
    อธิษว์ ศรสงคราม หรือ อ้วน Armchair ออกงานเดี่ยวในปี 2549 เราได้ฟังงานของเขาครั้งแรกในอัลบั้มรวมเพลง Ghosted note ซึ่งได้ฟังปั๊บก็กรี๊ดเลย เพราะอ้วนทิ้งคราบนักดนตรีอารมณ์ดีเล่นเพลงสดใสป๊อปจ๋าอย่างตอนที่เล่นในวงอาร์มแชร์   เพลงในงานเดี่ยวของเขานั้น จริงจัง หม่นมัว และทบทวนชีวิตถึงความทรงจำที่ผ่านมา เสียงของอ้วนนั้นเรียบนิ่ง กึ่งๆ งึมงำ กึ่งๆ จะกระซิบอยู่ข้างหูเรา โอบล้อมด้วยดนตรีที่คล้ายกับเพลงกล่อมเด็ก กรุ๊งกริ๊งๆ แล้วโรยด้วยเสียงสังเคราะห์เบาๆ แบบที่วง Mum ชอบทำ แทบทั้งอัลบั้มเดินทางอย่างเนิบช้า บางคนอาจไม่สามารถอดทนกับความช้านี้ มีเพียงเพลง หา เพลงเดียวที่มีจังหวะและโหวกเหวกขึ้นมาหน่อย แต่โดยรวมนี่เป็นงานที่ต้องตั้งใจฟัง ใส่ใจในคำร้อง ถึงความหมายและการตีความ เพราะถ้าคุณฟังผ่านๆ คุณอาจจะงงว่าเพลงนี้พูดถึงอะไร ซึ่งถึงแม้คุณจะตั้งใจฟังแล้ว คุณก็อาจจะงงอยู่ดี อ้วนแต่งเพลงทั้งหมดในอัลบั้มนี้เอง ในส่วนของดนตรีเขาได้ผึ้ง-จตุตถพงศ์ รุมาคม มือกีตาร์วงอาร์มแชร์ และมือกีตาร์ทั้ง 3 คนของวง Goose มาช่วย และได้ koichi มาดูแลมิกซ์เสียงให้ นี่เป็นอัลบั้มที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก และไม่ใช่อัลบั้มสำหรับทุกคน แต่ถ้าใครชอบแล้วก็จะรักมากไปเลย

19. Talkless : EP. dot dot dot (2550) / อัลบั้ม Talkless (2552)
    เป็นโปรเจกต์พิเศษของ นิ้ม-บัญชา เธียรกฤตย์ มือกีตาร์วง Goose ที่ชวนรุ่นน้องชื่อฝน-วทันยา จันทร์วิทัน มาทำเพลงด้วยกัน โดยนิ้มจัดการในภาคดนตรี ส่วนฝนรับหน้าที่ร้อง และเล่นคีย์บอร์ด เพลงของ Talkless จะเป็นเสียงซินธ์น่ารัก ประกอบกับเสียงจากสิ่งรอบตัวที่ไม่ได้มาจากเครื่องดนตรี เช่นเสียงเคาะไม้ เสียงเทนํ้า เสียงฉีกกระดาษ และที่ขาดไม่ได้คือเสียงกีตาร์แตกพร่าจากนิ้ม พวกเขาทำตั้งแต่เพลงเมโลดี้กรุ๊งกริ๊งเหมือนเพลงกล่อมเด็ก ไปจนถึงเพลงออกแนวดรีมป๊อป  และ Shoegazer คอนทราสต์กันดีกับเสียงของนักร้องนำที่ช่างอ่อนหวานน่ารัก เพลงที่รักมากๆ ก็อย่าง ทัศนาจร, My Scarlet Arms และ Miss Holiday ที่สำคัญแพ็คเกจของพวกเขาสวยงามน่ารักน่าเก็บมาก

20. Ploy Little Voice : อัลบั้ม 1,000,000 กิโลเมตร (2551)
    อัลบั้มที่โปรเจกต์ของค่ายสนามหลวง สมัยที่ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ยังเป็นผู้บริหารในค่ายนี้ โดยให้ โหน่ง-วิชญ วัฒนศัพท์ แห่งวง Photo Sticker Machine หนึ่งในเจ้าของค่าย Hualampong Riddim มานั่งตำแหน่งโปรดิวเซอร์  ทุกเพลงเรียบเรียงโดยโหน่ง ดังนั้นเราจะได้ฟังภาคดนตรีที่เจ๋งและเนี้ยบมาก แถมยังมีความอินดี้ตามสไตล์ PSM ซึ่งมีหลากหลายแนวมากๆ ตั้งแต่ป๊อป, ดิสโก้, บัลลาร์ด, บอสซ่า ส่วนทางด้านเนื้อร้องก็ไปชวนนักแต่งเพลงเจ๋งๆ ในแวดวงดนตรีอินดี้และป๊อปมาแต่งให้คนละเพลง ไล่ไปตั้งแต่ โอ้-เสกสรร ปานประทีป, แทน ลิปตา (ธารณ ลิปตพัลลภ), หนึ่ง-ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์, บอย-ตรัย ภูมิรัตน, ตั้ม โมโนโทน (สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ), เอิ้น-พิยะดา หาชัยภูมิ ไปจนถึง ปอย Portrait (ตวัน ชวลิตธำรง) เห็นรายชื่อเจ๋งๆ ขนาดนี้ ก็ไม่ควรปล่อยให้พลาดแล้ว เว้นแต่ว่าบางคนอาจจะไม่รู้ว่าทีมงานดีงามขนาดไหน เพราะเราเห็นอัลบั้มนี้ลดราคาแบบถูกมากในกระบะเซลล์ช่วงหนึ่งเลย น้องพลอยนั้นก็ร้องได้ดีงามสมบูรณ์แบบมากๆ ฟังแล้วสดใส ร่าเริง ได้พลังงานของวัยรุ่น ถ้าใครเจอแผ่นนี้ในราคาดีงาม อย่าได้รอรีเลยครับ

ปรัชญ์ สืบสันติ

นักฟังเพลงอิสระ วันๆ ถ้าไม่นั่งฟังเพลงก็จะออกไปตามล่าหาสมบัติ (แผ่น) ตามร้านมือสอง ด้วยแนวคิดที่ว่า การฟังเพลงเป็นการศึกษา จึงซื้อแผ่นไปเรื่อยๆ เพราะการศึกษาไม่มีวันสิ้นสุด

สุชาวดี ชูพูล

ชื่อเล่นน้ำใส นักศึกษาฝึกงานปี 3 จากเพาะช่าง ที่เรียนถ่ายภาพแต่ชอบวาดรูปเป็นชีวิตจิตใจ รักการเที่ยวแต่เกลียดการจัดกระเป๋า มีความเชื่อว่าความสุขสามารถถูกเติมเต็มได้จากของอร่อยโดยเฉพาะ ไข่ดาวและขาหมู