
ซึ่งเวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นำชิ้นงาน AI มาประกวดอย่างฉาบฉวยเท่านั้น แต่ยังคงความเข้มข้นในรูปแบบของ CEA ที่ผู้เข้าประกวดต้องผ่านการอบรมจากเมนเทอร์ในวงการภาพยนตร์ โดยตั้งต้นตั้งแต่ความเข้าใจในกระบวนการสร้างภาพยนตร์ การเขียนบท การสร้างสตอรี่บอร์ด แล้วค่อยใช้เครื่องมือ AI ที่ผ่านการซื้อลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพออกมา โดยเน้นย้ำว่า 'AI ไม่ได้เข้ามาแทนคนสร้าง แต่เข้ามาเพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างสรรค์' ให้คนสร้างหนังสามารถขยายข้อจำกัดบางอย่างของการสร้างภาพยนตร์ไปให้ไกลขึ้น


วริทธิ ตีรประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนากลยุทธ์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA หนึ่งในฐานะผู้จัดงาน บอกเล่าประเด็นสำคัญของงานนี้ให้เราฟังว่า งาน AIFX ไม่ได้เกิดจากการตั้งธงว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จะเข้ามาแทนที่นักสร้างสรรค์ แต่มองว่าเป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยนักสร้างสรรค์ซึ่งเป็นเจ้าของไอเดียให้ได้สร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ติดข้อจำกัดมากขึ้น เริ่มต้นตั้งแต่พัฒนาศักยภาพของคนทำหนังและนักสร้างสรรค์ให้สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด การผลิตผลงาน การนำเสนอ ไปจนถึงพาผลงานไปต่อยอดสู่เวทีประกวดทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

"เราอยากสร้างการอบรมเทคโนโลยี AI ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ มีพื้นฐานความรู้รองรับ โดยไม่ได้เริ่มต้นที่ AI แต่เริ่มต้นที่กระบวนการสร้างภาพยนตร์ ผ่านการคัดเลือกผู้สมัครเข้ามาอบรมกับผู้เชี่ยวชาญหรือเมนเทอร์ในวงการที่เข้ามาติวเข้ม โดยจัดอบรมทั้งออนไลน์ผ่าน CEA Academy และ Onsite ตั้งต้นตั้งแต่จินตนาการ การสร้างสตอรี่บอร์ด พล็อตเรื่อง การเขียนบท แล้วค่อยใช้ AI เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพออกมา จุดประสงค์คือการสร้างเครื่องไม้เครื่องมือที่ถูกต้อง เพื่อนำไปสร้างผลงานที่มีความรู้กำกับ ต่อยอดสู่การสร้างเครือข่ายนักสร้างสรรค์ซึ่งพาคนทำงานที่มีความถนัดในแต่ละด้านมารวมตัวกัน เพื่อสร้างคน สร้างผลงาน และสร้างธุรกิจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์"


"ผมคิดว่าการต่อต้าน AI มีประเด็นนะ ทำไมถึงต่อต้าน ซึ่งมันก็สะท้อนว่า เราควรใช้ในมุมไหน ถ้าเราเลือกใช้ในมุมที่ไปลดทอนคุณค่าของงาน หรือขโมยงานของคนอื่นที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ ก็เห็นด้วยกับการต่อต้าน แต่ทีนี้ถ้าเอามาช่วยงานที่เป็นงานแรงงาน งานที่ทำซ้ำๆ มันช่วยให้ชีวิตคนดีขึ้นนะ แต่การที่คุณสร้างขึ้นมาเลย บอกว่าเอามาแทนนักแสดงได้ อันนี้ดูเป็นการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์และความสามารถของคน แน่นอนว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานบางตำแหน่งไหม อาจมองว่าแทนที่ก็ได้ สำหรับคนที่ไม่ปรับตัว ยกตัวอย่าง เมื่อก่อนคุณต้องใช้มือวาดทั้งหมด แต่วันที่ Photoshop, Illustrator หรือ After Effects เข้ามา มันก็มีคนต่อต้านแหละ เหมือนไปแย่งงานเขา แต่พอผ่านไป ทุกคนก็ใช้มันเป็นเครื่องมือ ช่วยออกแบบงานได้เร็วขึ้น สิ่งนี้ก็กลายเป็นวิถีใหม่ในการใช้เทคโนโลยีในอนาคต"

.jpg)
สำหรับการประกวดหนังสั้นเชิงทดลองด้วยเทคโนโลยี AI ในรอบสุดท้ายมีภาพยนตร์ 23 เรื่อง จากทั้งหมด 100 กว่าเรื่อง ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาภายใต้โปรแกรม AIFX SCREENING แบ่งเป็นผลงานจาก 4 BLOCK หรือ 4 ประเภท คือ Action Fantasy, Drama, Horror และ Animation โดยมีคณะกรรมการ คือ ปฏิภาณ บุณฑริก, กิตติพัฒน์ จินะทอง, วิรัตน์ เฮงคงดี, สุมิตร สีมากุล และ วริทธิ ตีรประเสริฐ รวมด้วยเมนเทอร์ที่เข้ามาให้คำแนะนำอย่าง พิง ลำพระเพลิง และ สมรรถพล ตาณพันธุ์ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กันคือ Creativity, AI Experiment, Storytelling และ Potential ซึ่งผู้ชนะรางวัลชนะเลิศ Grand Prize จะได้รับรางวัลจำนวน 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล จำนวน 1 รางวัล และ Runner-up จะได้รับรางวัลจำนวน 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล จำนวน 4 รางวัล ผลการตัดสินได้แก่


พิเชฐ เขียวประเสริฐ เป็นอาจารย์ประจำคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มต้นจากที่ชวนนักศึกษามาร่วมทำเวิร์กชอปด้าน AI กับ CEA เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ มาสู่การเป็นผู้เข้ารอบ Final แล้วคว้ารางวัลชนะเลิศ Grand Prize ไปในท้ายสุด

ผลงานชิ้นนี้ตีความชะตากรรมของ โอฟีเลีย (Ophelia) ตัวละครเอกหญิงจากบทละครเรื่อง แฮมเลต (Hamlet) ของวิลเลียม เชกสเปียร์ ขึ้นใหม่ หลังจากช่วงเวลาการตายของเธอ โดยตั้งคำถามว่า หากร่างของโอฟีเลียไม่ได้หยุดอยู่เพียงในลำธาร แต่ถูกกระแสน้ำพัดออกสู่ทะเล และล่องลอยไปทั่วโลกตามกระแสน้ำและสายลม เรื่องราวของเธอจะกลายเป็นอย่างไร
ในผลงานนี้ โอฟีเลียกลายเป็นผู้เดินทางเชิงสัญลักษณ์ ผ่านกาลเวลาและสถานที่ จากตัวละครในอดีตสู่พยานเงียบของโลกศตวรรษที่ 21 ร่างไร้ชีวิตของเธอล่องลอยผ่านแม่น้ำที่ปนเปื้อน ชายฝั่งที่เต็มไปด้วยมลพิษ และแหล่งน้ำที่เสื่อมโทรมจากการกระทำของมนุษย์ทั้งไมโครพลาสติก น้ำมันในทะเล


กศิเดชพูดถึงการประกวดครั้งนี้ว่า "ผมได้เห็นผลงานของคนที่มีความรู้ความสามารถด้านฟิล์มโดยตรง ซึ่งทำออกมาได้ดี มองเห็นความแตกต่างของคนทำงานสายนี้โดยตรง ทั้งจากผู้ชนะเลิศที่เป็นอาจารย์ด้านศิลปะ หรือของคนที่ทำงานด้านแอนิเมชัน มองเห็นว่าจังหวะของการเล่าเรื่อง การทำภาพมันโดดเด่นมาก ทำให้ผมได้ประสบการณ์นำมาปรับใช้กับผลงานเราอย่างไร"

ธีระวิทย์ กิ่มศาสตร์ และ สุรมนัส จันทิมา ทำงานเป็นครีเอทีฟโฆษณาที่บริษัท อย่างสันติ แม้ว่าในวงการโฆษณาจะมีการใช้ AI เป็นเครื่องมือในการทำงานอยู่บ้าง แต่ผลงาน Love Never Die เป็นภาพยนตร์สั้นเรื่องแรกที่ทั้งคู่เริ่มคิดคอนเสปต์จากข้อจำกัดของการใช้ AI มาทดลองความเป็นไปได้ต่างๆ ผ่านผลงานชิ้นนี้

เขายังแบ่งปันมุมมองการใช้ AI ในแวดวงสร้างสรรค์เพิ่มเติมไว้ว่า ถึงแม้ว่าจะพยายามหนีหรือปฏิเสธ AI แต่ไม่มีใครสามารถหยุดหรือห้ามไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ "ผมเลยคิดว่าเราควรที่จะเรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์มันให้ได้มากที่สุด ใช้มันเป็นหนึ่งในเครื่องมือของเราและหาวิธีทำงานกับมัน เราต้องปรับตัวและใช้มันให้ได้ครับ"
จุฬญาณนนท์ ศิริผล เป็นอาจารย์คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ศิลปินภาพเคลื่อนไหว และนักสร้างภาพยนตร์ ส่วน จิดาภา จิรยั่งยืนยง เป็นนักศึกษา จาก Silpakorn University International College. Digital Communication Design.

ผลงานชิ้นนี้พัฒนาต่อยอดมาจากโปรเจกต์ของคุณจุฬญาณนนท์ เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ผ่านการตัดกระดาษหนังสือพิมพ์ที่รวบรวมมาตลอด 5 ปี ตั้งแต่วันที่มีการรัฐประหารจนถึงวันเลือกตั้ง เพื่อทำศิลปะคอลลาจ ก่อนจะเขียนบทใหม่สำหรับทำภาพยนตร์ AI โดยมีคุณจิดาภาที่เข้ามาเป็นนักศึกษาฝึกงาน ดูแลด้านภาพและวิดีโอ เล่าเรื่องราวของ คุณป้าที่ได้คิดล่วงเกินท่าน SAFELY LEADERS ทำให้เธอมีหางงอกออกมา เธอจึงจะต้องเดินทางไปขอขมาท่านที่วัดอันเต็มไปด้วยสิ่งแปลกประหลาดมากมาย รวมถึงเหล่าลูกเทพที่ลอยลงมาจากฟ้า หลังจากขอขมาหางของคุณป้าก็หดสั้นลงอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งสะท้อนถึง เมื่อสื่อที่ถูกควบคุมโดยคณะรัฐประหาร ในฐานะประชาชนจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากสื่อกระแสหลักที่ถูกควบคุมได้อย่างไรบ้าง

คุณวันชนะ อินทรสมบัติ เป็น Studio Art Director ของบริษัท Moon Active (Thailand) บริษัทพัฒนาเกมมือถือระดับโลก ที่พัฒนาเกมอย่าง Coin Master และ Travel Town รวมถึงทำงานในวงการแอนิเมชันมากว่า 15 ปี เขามีส่วนร่วมในด้าน Concept Art และ Visual Development ในแอนิเมชันเรื่อง Wish Dragon, Despicable Me 4 และ Wildwood


หลังจากนี้ภาพยนตร์ทั้ง 5 เรื่อง จะถูกนำไปแสดงที่งานเทศกาลภาพยนตร์ปัญญาประดิษฐ์นานาชาติแห่งประเทศไทย หรือ Thailand International AI Film Festival (TIAIF) วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

66 VIEWS |
อดีตเติบโตมากับกองบรรณาธิการนิตยสารสำหรับเด็กเเละครอบครัว เชื่อมั่นในพลังมหัศจรรย์ของเด็กๆ ชอบดอกไม้ พืชใบเขียว มีหอศิลป์เป็นที่ชุบใจ ติดชาเย็นหวานน้อย พอๆ กับกลิ่นกระดาษ อนาคตอยากเลี้ยงลาบาดอร์ สีน้ำตาล
ช่างภาพผู้ชื่นชอบการวาดรูปและรับงานวาดภาพประกอบบ้างประปราย เธอมีความตั้งใจกับตัวเองว่าจะออกไปเที่ยวนอกประเทศให้ได้ปีละครั้ง