ภาพยนตร์ Homeless กำกับโดย จริยา มุ่งวัฒนา
เลือกโดย วิภว์ บูรพาเดชะ ตำแหน่ง Editor in Chief
ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ใช้เวลาทำอยู่ร่วมทศวรรษ คือถ่ายทำอยู่ 7 ปี และตัดต่ออีก 3 ปี เป็นหนังเล็กๆ ที่ไม่ได้สังกัดค่าย ต้องใช้หัวใจและความเชื่อมั่นอย่างสูงกว่าที่จะสำเร็จออกมาให้ชมกัน แต่นอกจากเบื้องหลังที่แสดงถึงความพยายามไม่ยอมแพ้ของผู้กำกับและทีมงานแล้ว ตัวเรื่องเองยังว่าด้วยเรื่องราวที่มหัศจรรย์มากๆ มันเรียบง่าย ตรงไปตรงมา แต่แสนมหัศจรรย์ คือหนังเล่าเรื่องของ ป๊อก-ไพโรจน์พิเชฐเมธากุล ศิลปินไทยฝีมือดีที่เดินทางไปเรียนและทำงานศิลปะในเมืองนิวยอร์ก และเริ่มทำโปรเจกต์วาดภาพพอร์เทรตของคนไร้บ้านในเมืองมหานครที่นั่น มันเริ่มต้นด้วยความเชื่อมั่นแบบง่ายๆ ว่าศิลปินก็สามารถทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้ในแบบของตัวเอง แต่การเดินทาง ผู้คน บทสนทนา ตลอดจนอุปสรรคต่างๆ กลับทำให้ป๊อก (และทีมงานภาพยนตร์) ได้ก้าวเข้าสู่โลกอันกว้างใหญ่ เศร้าสร้อย พบความสุขง่ายๆ และการทบทวนเรื่อง 'บ้าน' และ 'ความหวัง' ของผู้คน ในแบบที่มันสามารถนำพาผู้ชมไปสู่เรื่องราวที่กว้างไกลและยิ่งใหญ่ได้จริงๆ …โดยทั้งหมดมี 'ศิลปะ' ของป๊อกเป็นไฟนำทางเท่านั้น!
อีกประเด็นหนึ่งที่มหัศจรรย์เช่นกันก็คือ แม้จะเป็นหนังฟอร์มเล็กมากๆ ที่ถ่ายทำโดยใช้ใจ ความทุ่มเท ร่วมกับกองกำลังของเพื่อนๆ หลายคนมาร่วมด้วยช่วยกัน แต่โปรดักชั่นของหนังกลับออกมาดีงามมากๆ ทั้งดนตรีประกอบภาพยนตร์ ซาวนด์ต่างๆ การเกลี่ยสี ไปจนถึงกราฟิกทุกสิ่ง ร้อยเรียงได้อย่างกลมกล่อมและรื่นรมย์จริงๆ
Homeless ไร้บ้าน ไม่ไร้หวัง เปิดฉายรอบพิเศษให้สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งได้รับชมไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่จะไปตระเวนฉายในต่างประเทศเพื่อกลับมาฉายให้คนทั่วไปได้ดูในโรงภาพยนตร์ในช่วงปีหน้า …ในฐานะที่เป็นหนึ่งคนที่มีโอกาสได้ร่วมชมในรอบนั้น ผมอยากบอกว่าหนังเรื่องนี้คือเรื่องราวอันแสนงดงาม ที่สามารถส่งต่อความหวังและกำลังใจ ในท่ามกลางขวบปีที่เต็มไปด้วยเรื่องร้ายๆ แบบนี้ ภาพยนตร์ Homeless บอกกับเราอย่างนุ่มนวลถึงเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ เพื่อตัวเอง เพื่อคนที่เรารัก …และเพื่อคนอื่นๆ

'สกิล' มวลแรงบันดาลใจเล็กๆ ในงาน Bangkok Illustration Fair 2025
เลือกโดย วรรณวนัช บูรพาเดชะ ตำแหน่ง Business Development
การเดินทางไกลมาเยือนกรุงเทพฯ ของเจ้าหนู 'สกิล' ปณัฐฑรณ์ ฟักทอง ทำให้ทีม happening ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้จัดงาน BKKIF ประจำปี 2025 รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจมาก แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับการได้เห็นผลงานและลีลาการทำงานของศิลปินตัวน้อยวัย 5 ขวบกว่าแบบสดๆ สำหรับเด็กปฐมวัยแล้ว การเปิดประสบการณ์เพื่อมาพบเจอผู้คนและผู้ชมเป็นเวลา 4 วันในอีกเมืองหนึ่งที่มีบรรยากาศต่างจากบ้านเกิด (สกิลเป็นชาวนครสวรรค์ อาศัยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ในบ้านข้างทุ่งนา และมีธรรมชาติเป็นเพื่อน) โดยในทุกๆ วันยังทำหน้าที่อธิบายผลงาน ทักทาย แจกสูจิบัตร และแสดงการวาดสด ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่สกิลก็ทำให้เห็นว่าเด็กตัวเล็กๆ นั้นมีศักยภาพอะไรบ้าง
ผลงานของสกิลน่าตื่นใจไม่ต่างจากลีลาในการวาด เจ้าหนูมีความสุข-ใช้ปริมาณสีไม่มาก-ใช้ระยะเวลาไม่นาน-และทุ่มเททั้งหมดที่มี ที่ใช้คำว่า 'ทุ่มเท' นั้นไม่เกินจริง เขาใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนในการวาดภาพขนาดใหญ่ในแต่ละครั้ง บางตวัดของสกิลมีความยาวเท่ากับครึ่งตัวของเขา ใช้หัวไหล่ออกแรงวาดเพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างข้อมือยังไม่แข็งแรงพอ …ภาพผลงานของสกิลสะท้อนกระบวนการก่อนหน้านั้นทั้งหมด ทั้งความเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่ โอกาสในเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่าในหนังสือ ธรรมชาติรอบตัว การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ผู้มีเมตตา และการฝึกฝนในทุกๆ วันของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฉันประทับใจที่สุดไม่ใช่ตัวศิลปิน แต่เป็นแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นและอาจส่งต่อถึงเด็กๆ (และผู้ใหญ่) ภายในงาน สกิลเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งท่ามกลางเด็กมากมายที่สื่อสารกับเราว่าเด็กๆ ทำอะไรได้บ้าง ฉันหวังว่านอกจากการวาดแล้ว เจ้าหนูจะได้ค้นพบศักยภาพอื่นๆ ที่ตนเองสนใจ มีพัฒนาการตามขวบปี และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข

นิทรรศการ Dialogue through the sanctuary of Suthipa
เลือกโดย ดุสิตา อิ่มอารมณ์ ตำแหน่ง Head of Editorial and Content
นิทรรศการ Dialogue through the sanctuary of Suthipa โดย เตย-สุทธิภา คำแย้ม เป็นงานภายใต้โครงการ Dialogue with the Master ครั้งที่ 3 จัดแสดง ณ ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (bacc) ในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่หากใครได้แวะเวียนไปเยี่ยมชม คงพบว่าภายในพื้นที่จัดแสดงนั้นก่อให้เกิดความสงบ ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า และทำให้เรารับรู้ถึงความรู้สึกละเอียดอ่อนในใจอีกครั้ง
ส่วนการแสดงแรกจัดแสดงผลงานภาพวาดพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตถูกถักทอจากลายเส้นประณีตเฉพาะตัวของสุทธิภา สื่อถึงพลังความงดงามของธรรมชาติที่ดึงดูดให้เข้าไปพินิจพิจารณาถึงการมีอยู่ที่เชื่อมโยงกับตัวเราไม่น้อย พื้นที่อีกส่วนหนึ่งมีผลงานขนาดใหญ่ที่เธอใช้เทคนิคอีกแบบสร้างป่าสะท้อนพื้นน้ำขึ้นมาโอบล้อมผู้ชม เชื้อเชิญให้เราเดินทางออกไปชมความยิ่งใหญ่ของโลกภายนอก จนฉันสัมผัสได้ถึงจังหวะลมหายใจเข้า-ออกของตัวเองชัดๆ
นอกจากการจัดแสดงผลงานต้นฉบับของเธอแล้ว ยังมีการเชิญศิลปินอีก 3 ราย ได้แก่ พรพรรณ อารยะวีรสิทธิ์ (จาก Duck Unit) ที่มาร่วมออกแบบพื้นที่จัดแสดงที่สะท้อนถึงผลงานของศิลปิน, อภิสิทธิ์ วงศ์โชติ เป็นผู้สร้างสรรค์เสียงดนตรีที่ทำให้เราจดจ่อกับนิทรรศการ และ วินัย สัตตะรุจาวงษ์ ที่ไปนั่งคุยกับศิลปินแล้วนำมาถ่ายทอดในรูปแบบวิดีโอสัมภาษณ์และอีกชิ้นที่ใช้ภาพเคลื่อนไหวให้ผู้ชมได้ตีความด้วยตัวเอง และเมื่อทุกอย่างมาประกอบเข้าด้วยกันยิ่งส่งเสริมให้เข้าใจเบื้องหลังการทำงานและสิ่งที่ศิลปินถ่ายทอด และทำให้การรับชมนิทรรศการนี้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ดีใจที่พาตัวเองไปชมนิทรรศการ แล้วเกิดบทสนทนาอันมีค่าต่อตัวเองตลอดระยะเวลาที่หลบไปพักใจในช่วงเวลานั้น

อัลบั้ม ไฟกลางคืน โดย YOUNGOHM
เลือกโดย นิษณาต นิลทองคำ ตำแหน่ง Editorial & Content
เราคิดว่าอัลบั้ม ไฟกลางคืน คือ 'ร่างทอง' ของ โอม-รัธพงศ์ ภูรีสิทธิ์ ในเวลานี้
หลังจากที่อัลบั้ม ธาตุทองซาวน์ สร้างความจัดจ้านให้กับวงการเพลงไปเมื่อสองปีก่อน ด้วยแนวดนตรีหลากหลายที่อาจหาฟังไม่ได้บ่อยนักในประเทศไทย การกลับมาพร้อมกับอัลบั้ม ไฟกลางคืน นั้นค่อนข้างเรียบง่าย ฟังง่าย ย่อยง่าย และป็อปสุดๆ ขอใช้คำว่า ถ้าคุณถูกใจสักหนึ่งเพลงของเขา คุณน่าจะถูกใจอีกหลายเพลงในอัลบั้มนี้
ไฟกลางคืน เป็นคอนเสปต์อัลบั้มที่ได้แรงบันดาลใจจากนิตยสารที่รวบรวมลายแทงสถานที่ท่องราตรี ก่อนที่เขาจะนำมาผสมปนเปกับชีวิตส่วนตัวและชีวิตของผู้คนยามค่ำคืน โดยมีเส้นเรื่องหลักที่ว่าด้วยความรักและความสัมพันธ์ ประกอบกับดนตรีฟังสบาย แต่อุดมไปด้วยรายละเอียดและความหลากหลายของแนวเพลงเช่นเดิม
ส่วนตัวมีโอกาสได้ฟังบางเพลงที่ถูกปล่อยมาก่อนบ้าง แต่ Sunset In Pattaya และ หัวใจสีดำ เป็นสองเพลงแรกที่ตกให้เราเข้ามาฟังทั้ง 13 เพลงในอัลบั้มนี้ ก่อนจะพบว่า มอง 2568 ที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลง มอง ของ สุรชัย สมบัติเจริญ จะโดนเส้นจนอยากหาโอกาสไปฟังเขาเล่นสดซักครั้ง ขณะเดียวกัน การค่อยๆ ได้ไล่ฟังเพลงนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ก็ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเพลงสุดท้าย อย่าง เจิดจรัส เปลี่ยนไปทันที
ในโลกที่เราต่างวิ่งวุ่นอยู่ในวังวนแห่งความวุ่นวายและความสับสนในชีวิต การมีใครบางคนเป็นเหมือนไฟดวงเล็กๆ คอยนำทาง ก็อาจทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้าเต้นต่อไปได้ โดยไม่หมดหวัง

Talk : Understanding the Art Archive การเก็บรักษาที่ไม่ใช่เพียงการเก็บ แต่คือการสร้างอนาคตของศิลปะ
เลือกโดย ปิยนุช สันต์สัมพันธ์กุล ตำแหน่ง Editor of happening shop (BACC)
Understanding the Art Archive กิจกรรมเสวนาที่เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการภาพถ่าย "A Retrospective through Photography" โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินร่วมสมัยผู้ซึ่งใช้ Archive เป็นทั้งรากฐานและกระบวนการในการทำงานศิลปะ การเสวนานี้ทำให้เราได้รู้จักและเข้าใจแนวคิด Art Archive มากยิ่งขึ้น
ผู้บรรยายเล่าผ่านตัวอย่างงานของศิลปินในนิทรรศการ ทำให้เราเห็นภาพอย่างกว้างๆ ว่าการทำ Art Archive คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ มีบทบาทในกระบวนการสร้างสรรค์และกำหนดทิศทางผลงานอย่างไร การจัดทำ Art Archive ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำสูจิบัตรนิทรรศการ หนังสือ แคตตาล็อก ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ เช่น การจำลองนิทรรศการผ่าน Virtual Reality (VR) ที่ช่วยเก็บบรรยากาศนิทรรศการทั้งหมดไว้ ทำให้เราสามารถกลับไปดูนิทรรศการเหล่านั้นซ้ำได้อีก
การเสวนานี้ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ว่า Art Archive ไม่ได้เป็นเพียงการเก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ และยังส่งผลถึงวิธีตีความงานศิลปะในอนาคต การทำ Art Archive เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเลย

เวรชันสูตร Tang Makkaporn
เลือกโดย ชูกัญทา อุดกัน ตำแหน่ง Staff of happening shop (BACC)
เวรชันสูตรเป็นรายการจากช่องยูทูบที่ฉันดูและฟัง เวลาที่เดินทางมาทำงาน หรือกลับบ้าน ฟังแล้วรู้สึกเพลินๆ และตื่นเต้นดี รายการเวรชันสูตรจะเป็นรายการที่คุณหมอตังมาเล่าคดีต่างๆ ให้ฟัง บวกกับการได้ข้อคิดต่างๆ เช่น ทำให้เราระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น สิ่งที่ชอบมากที่สุดก็คือการที่ได้เห็นหมอตังดูนิ่งกว่าในติ๊กตอกและอินสตาแกรม
คำพูดที่เป็นซิกเนเจอร์ของหมอตังที่ติดหูและชอบมากก็คือ "และเรื่องราวในวันนี้ที่ตังจะมาเล่าให้ทุกคนฟัง~" เป็นน้ำเสียงที่ไม่มีใครเหมือนดีค่ะ และก็มีคำส่งท้ายทุกครั้ง ก็คือ " หากมีการตกบกพร่องประการใด หรือตอนเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง บอกชื่อสลับกัน เล่าให้เพื่อนๆ เรียบเรียงไทม์ไลน์ ไม่รู้เรื่องหรือว่า ทำให้เพื่อนๆ มึนๆ งงๆ โก่งโก๊งประการใดต้องขออภัยเป็นอย่างสูง" ทุกคนอ่านมาถึงต้องนี้คงเชื่อแล้วใช่ไหมล่ะคะว่า ชอบดูชอบฟังมากจริงๆ จนจำบทได้
สุดท้ายนี้ก็ฝากให้ทุกคนลองไปฟังกันดูนะคะ

เถื่อน Travel: Bad Bad World
เลือกโดย นภัส วิบูลย์พนธ์ ตำแหน่ง Creative Communication
'เถื่อนTravel: Bad Bad World' YouTube Series 8 ตอน จาก 8 สงครามทั่วโลกที่ใช้เวลาในการถ่ายทำกว่า 3 ปี ของวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล
นอกจากความรู้สึกที่หลากหลายทั้งกดดัน สงสาร หดหู่ ไปจนถึงความเข้าใจในที่สุด สิ่งหนึ่งที่ทำให้อยากแนะนำยูทูบซีรีส์นี้ให้ทุกคนได้ชมแล้วคือความพยายาม ความน่าสนใจและความแข็งแรงในการเล่าเรื่องที่เป็นอีกแง่มุมของวรรณสิงห์ ซึ่งรับผิดชอบภาระเบื้องหน้า และเบื้องหลังได้ดีมากจริงๆ
สุดท้ายแล้วยูทูบซีรีส์ชิ้นนี้อาจทำให้เรากลับมาสนใจคุณค่า และความซิมเพิลที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของชีวิตก็ได้

GalileOasis Art Space
เลือกโดย จิรัญญา ปรียาโชติ ตำแหน่ง Art Director
วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ถ้าได้ไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ บ้างก็ดีเหมือนกัน
GalileOasis เป็นหนึ่งในอาร์ตสเปซที่เราชอบมาหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ สุดสัปดาห์ เพราะบรรยากาศของที่นี่ทำให้มาแล้วรู้สึกสดชื่น ร่มรื่น ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ มีร้านกาแฟอย่าง Piccolo vicolo cafe' และร้าน Spacebar Zine ร้านหนังสืออินดี้ที่รวบรวมผลงานของนักวาดทั้งไทยและต่างประเทศไว้ให้เติมไฟในการทำงาน
ที่ขาดไม่ได้คืออีเวนต์ที่ทาง GalileOasis จัดขึ้น มีทั้งงานนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของศิลปิน เช่น nnene.iie, MR.HALFMAN และ pplaksana แล้ว ก็ยังมีงานที่รวบรวมศิลปินและแบรนด์ดีไซน์มาออกบูท ไม่ว่าจะเป็นงานสิ่งพิมพ์หรืองานเซรามิกที่เราสามารถเข้าร่วมเวิร์กช็อปต่างๆ ได้ด้วย

ซีรีส์ มีสติหน่อยคุณธีร์ Me and Thee
เลือกโดย กรกนก สุเทศ ตำแหน่ง Graphic Designer
"ราตรีสวัสดิ์นะคนดื้อ รีบนอนซะนะ อย่าดื้อกับหมอนใบนั้น ที่เธอใช้นอนฝันยามหนุน"
เราตัดสินใจดูซีรีส์ 'มีสติหน่อยคุณธีร์' ทันทีเพราะบทพูดข้างต้น
มีสติหน่อยคุณธีร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 'คุณธีร์' ทายาทมาเฟียเก่าที่ผันตัวจากค้าอาวุธมาทำธุรกิจน้ำหอมและเครื่องประดับแบรนด์อาเซนี่ เขาเกิดไปถูกใจ 'อารัญ' นายแบบที่ถูกจ้างมาถ่ายแบบให้บริษัทของตัวเองเข้า แต่เขาหล่อ เขารวย แต่! เขาไม่ถนัดเข้าสังคม ไม่รู้วิธีจีบใคร ปกติมักจะได้อะไรมาแบบง่ายๆ ด้วยเงินเสมอ คุณธีร์จึงตัดสินใจจ้าง 'พีช' ช่างภาพฟรีแลนซ์ที่เป็นคนสนิทของอารัญมาเป็นครูสอนใช้ชีวิตและสอนจีบให้กับเขา แต่ไปๆ มาๆ พีชกลับโดนคุณธีร์จีบซะเอง
'ไอ้นี่มันเพี้ยนหรือเปล่า?' นี่คือคำถามตั้งต้นก่อนเราไปดู
แต่พอเราดูไปเรื่อยๆ ก็ค้นพบว่าซีรีส์เรื่องนี้มีอะไรที่น่าสนใจกว่าที่คิดไว้ตอนแรก เส้นเรื่องสนุกและตลก มีหลายฉากที่แอบแซวความเป็นละครไทยอยู่ ที่ชัดสุดเลยก็คือการพูดจาของคุณธีร์ อย่างการเรียกชื่อจริงของพีช (พีชยรัตน์) แทบจะตลอดเวลาทั้งๆ ที่เรียกพีชเฉยๆ ง่ายกว่า หรือการเอาประโยคจากละครที่ตัวเองดูมาพูดในชีวิตจริงจนเป็นปกติ ประโยคที่เรายกให้เป็นอันดับหนึ่งเลยคือ…
"ได้โปรดเถอะสวรรค์! ได้โปรดเอาความเจ็บปวดทั้งหมดของเธอมาลงที่ผมแต่เพียงผู้เดียว!"
พีชเลยต้องคอยดึงสติคุณธีร์อยู่ตลอดทั้งเรื่อง ถ้าใครเป็นแฟนละครไทยจะรู้ว่ามีบทพูดที่โดนหยิบมาล้อหลายเรื่องมาก ฉากที่เซอร์ไพรส์เราแบบ 'เรื่องนี้ก็ด้วยเหรอ?' ก็คือฉากชุดน้ำเงินลายจุด ซึ่งหยิบมาจากละคร 'ข้างหลังภาพ'

การเติบโตของตัวละครก็เป็นอีกส่วนที่เราชอบ คุณธีร์ที่ถูกเลี้ยงมาด้วยละครตั้งแต่เด็ก ไม่ได้รับความรักจากครอบครัวอย่างเต็มที่ เพราะเกิดมาในครอบครัวมาเฟีย นอกจากงานก็มีแค่ละครที่คอยอยู่กับเขา คุณธีร์ถึงโตมาเป็นแบบที่ผู้ชมได้เห็นกันในช่วงแรก ส่วนพีชเองก็เป็นคนใช้ชีวิตแบบไม่หวือหวา เรียบง่าย ค่อนข้างอินโทรเวิร์ต เมื่อมาเจอกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเหมือนดนตรีคนละจังหวะที่ต่างปรับเข้าหากันจนเข้ากันได้ในที่สุด ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เนื้อเรื่องน่าสนใจ ชวนให้ผู้ชมลุ้นและเอาใจช่วยให้ทั้งสองคนรักกัน ต้องชื่นชมการแสดงของ ปอนด์ ณราวิชญ์ ที่เล่นเป็นคุณธีร์ได้เนียนจนคิดว่าน่าจะมีคนแบบนี้จริงๆ บนโลกใบนี้ และ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน ที่เล่นเป็นพีชได้อบอุ่น ทำให้เวลาที่คุณธีร์อยู่กับพีชจึงกลายเป็นคนซื่อๆ ที่ยังมีความเล่นใหญ่อยู่ (ขอสารภาพเลยว่าช่วงหลังเราเอ็นดูคุณธีร์ขึ้นเรื่อยๆ)
สำหรับใครต้องการดูอะไรที่เบาสมอง ปมตัวละครที่ไม่หนักมาก และชอบซีรีส์น้ำตากามเทพมาก่อน เราขอแนะนำเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะมันมีกลิ่นอายของเรื่องนั้นอยู่
หากใครดูเรื่องนี้ก่อนนอน เวลานอนก็อย่าดื้อกับหมอนที่ใช้นอนฝันยามหนุนล่ะ

ซีรีส์เรื่อง สาธุ ซีซั่น 2 (The Believers - Netflix)
เลือกโดย สิริการย์ ศิริโชคภัทรวงศ์ ตำแหน่ง Event Management
จากซีรีส์ตีแผ่ศาสนาพุทธเทียมสู่ซีรีส์ทริลเลอร์แบบเต็มตัวที่พูดได้เต็มปากว่าโคตรสนุกเลยล่ะ!
ถึงแม้ซีซั่นนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่องแต่ยังคงคอนเซปต์ 'ตีแผ่เบื้องหลังชาวพุทธปลอมๆ' และเล่นกับความเชื่อของผู้คนเป็นหลัก มาซีซั่นนี้การพัฒนาของตัวละครในเรื่องอย่าง วิน เกม และเดียร์ ถือว่าสมเหตุสมผลแล้วที่จะเล่าภาคต่อออกมาในรูปแบบนี้ แต่ที่ชวนให้เราขนลุกคือ 'พระดล หรือ พี่ดล' ที่แสดงโดย ปั๊บ-พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข เขาได้ถ่ายทอดความรู้สึกและความคิดของตัวละครที่บวชเรียนมาทั้งชีวิตแต่ต้องออกมาพลิกบทบาทใหม่ในสังคมเป็นคนธรรมดาต้องพบเจอกับกิเลสที่แท้จริงแล้วจะเป็นอย่างไรนั้น ทำให้เราอยากลองคิดตามไปกับเขา
ที่อดไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือภาพเปิด (Opening Title) ของแต่ละตอนที่ชวนให้น่าสนุกตั้งแต่ยังไม่เริ่ม นี้เป็นสุดยอดงานฝีมือของศิลปินคนไทยจาก กอล์ฟ-สารวุฒิ ปานหนู (Artist & Designer) ศิลปินที่มีลายเส้นไทยร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่ซีซั่นแรก และ เกม-ณัฐวัตร โยธาดี (3D Designer) ที่มาช่วยเสริมความยิ่งใหญ่ของใบบุญซีซั่นนี้ด้วยภาพปริ้น 3D ได้อย่างลงตัว
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ตั้งแต่ซีซั่นแรกหรือยังไม่ได้กลับมาดูซีซั่น 2 บอกเลยว่าไม่ควรพลาดที่จะกดเฟ้บเอาไว้ในลิสต์สุดยอดซีรีส์ไทยน่าดูแห่งปี

งานเปิดโกดัง Gluta Story EP. 4
เลือกโดย สุชาดา คาเมยาม่า ตำแหน่ง Staff of happening shop (Dadfa)
งานนี้เป็นการจัดของทีม Gluta Story รอบที่ 4 แล้วโดยมีศิลปินไทย Give.me.museum. มาร่วมงานด้วย ช่วยสร้างบรรยากาศน่ารักไปทั่วทั้งงาน<3 เคยมีโอกาสได้ไปรอบที่แล้วด้วย เป็นงานที่จัดได้ดีขึ้นทุกปีเลย หากคุณเป็น animal lover งานนี้ไม่ควรพลาดสุดๆ เป็นงานที่รวมตัว Pet creators ดังๆ ของไทย รวมไปถึงแก๊งค์ K9 ประเทศไทย และร้านค้ามากกกกกมายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่รักของเรา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ไทย ไปทุกครั้งก็ภูมิใจทุกครั้ง
ทีมงานได้จัดบูทช่วยหาบ้านให้น้องหมาน้องแมวด้วย เราเป็นหนึ่งในคนที่มีความฝันอยากทำอะไรแบบนี้มากๆ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ทำ พอเห็นทีม Gluta จัดอะไรแบบนี้ก็ใจฟูมากๆ ได้เห็นน้องๆ กลับไปบ้านที่อบอุ่น แต่ก็มีน้องๆ หลายตัวที่ยังหาบ้านไม่ได้ อยากเชิญชวนให้คนไทยกล้าที่จะเลือกหมาแมวจรที่บ้านเรามาเลี้ยงแทนที่จะซื้อจากที่อื่นๆ น้องหมาน้องแมวจรน่ารักไม่แพ้เลยน้า มีน้องๆ หลายตัวรออยู่บ้านที่อบอุ่นอยู่นะคะ

ซีรีส์เรื่อง สงคราม ส่งด่วน (Mad Unicorn - Netflix)
เลือกโดย เบญญาภา บัวเจริญ ตำแหน่ง Staff of happening shop (DADFA)
ซีรีส์ไทยคว้ารางวัล Best Screenplay จากเวที Asian Academy Creative Awards 2025 ซึ่งชัยชนะในสาขา บทซีรีส์ยอดเยี่ยม สะท้อนถึงคุณภาพของซีรีส์ไทยเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
นักแสดงนำที่มากความสามารถอย่างไอซ์ซึได้รับบท สันติ ที่ทุ่มเทให้เกียรติผู้กำกับและผู้ชม โดยการฝึกภาษาจีนในระยะเวลาเพียง 2 เดือน อบผิวและฝึกยกล้อมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้เข้ากับบทบาทเด็กบนดอยและคนทำงานขนส่ง อีกทั้งนักแสดงสมทบที่มาจากทีมงานในกองถ่ายเรียกได้ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่บุคลากรคุณภาพทั้งนั้น นับเป็นความตื่นเต้นที่ได้เห็นคนเก่งๆ มาปล่อยของให้เราได้ชมกัน โดยส่วนตัวแล้วเราประทับใจฉากที่เสี่ยวหยูคุยกับเลียมทางโทรศัพท์แล้วเลียมก็ปรากฏอยู่ตรงระเบียงของห้องที่อยู่ตรงข้าม จากนั้นก็สารภาพว่าตัวเองหวั่นไหวกับสันติ เป็นฉากที่ตรงไปตรงมา ยิ่งเสี่ยวหยูเคยบอกไว้ตอนต้นของซีรีส์ว่าตัวเองเกลียดคนโกหก ก็ต้องไม่เป็นคนที่โกหกซะเอง เป็นซีนที่ประทับใจในตัวเลียมที่ให้ความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ของทั้งสอง จนทำให้เสี่ยวหยูกล้าที่จะยอมรับความผิดของตัวเอง
สุดท้ายแล้วเราคิดว่าสงครามส่งด่วนเป็นซีรีส์ที่อัดแน่นไปด้วยไฟที่ลุกโชน ความฝัน ความเป็นไปได้สุดบ้าที่เดือดสุดๆ ในปี 2025นี้ สะท้อนให้เห็นว่า ในทุกๆ สังคมไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่แท้จริง งานภาพ เพลงประกอบจังหวะที่จุดไฟคนรุ่นใหม่ให้ลุกขึ้นมาเริ่มต้นความฝันและลงมือทำตั้งแต่วันนี้ จังหวะการเล่าเรื่องที่พาเราลุ้นระทึกจนไม่สามารถหยุดดูได้ เชื่อว่าหลายๆ คนดูแบบรวดเดียวจบ ไหนจะประโยคยอดฮิตจากสันติตัวเอกของเรื่องที่กล่าวไว้ว่า ผมอยากเป็น "หัวแถว" ยิ่งปลุกใจให้คนที่ไม่กล้าลงมือทำได้เริ่มออกมาตั้งแถวใหม่

Playground : EP Album จาก JUST" (พรประเสริฐ หลวงราช)
เลือกโดย พิมพ์ลภัส เสือชุมแสง ตำแหน่ง Home Team Staff
EP Album จาก JUST" พรประเสริฐ หลวงราช ศิลปินจาก สปป.ลาว ภายใต้สังกัดค่าย SMALLROOM กับ DEBUT EP. ซึ่งเพลงในอีพีนี้มาในแนวอาร์แอนด์บีนีโอโซลที่ฟังสบาย ติดหู
จริงๆ เราชอบทุกเพลงใน EP นี้เลย โดยเฉพาะเพลง A song of u ที่ปล่อยครั้งแรกในช่วงเทศกาลคริสต์มาสในปีที่ผ่านมา ฟังครั้งแรกแล้วชอบมาก ได้ฟิลเหงาๆ ท่ามกลางบรรยากาศ festive สุดๆ คงเป็นเพลงที่ถ้าเวียนมาฟังในช่วงเทศกาลไม่ว่าจะอีกกี่ปี ก็คงยังให้ความรู้สึกชอบเหมือนเดิมทุกครั้งที่ได้ฟังเลย
อีกเพลงที่ชอบ คือเพลง Loner feat. Fruity Lao Jazzanova ที่เพิ่งปล่อยให้ฟังครั้งแรกใน EP นี้เลย โดยที่เนื้อหาของเพลงนี้เล่าถึงรอบๆ ตัวเราที่ใครๆ ต่างก็อยากมีความรัก แต่สำหรับเราแล้ว การได้อยู่คนเดียวมันก็มีความสุขดีนะ ใครจะรักกัน ใครจะเข้ามาในชีวิตก็ไม่สน เหงานิดหน่อยแต่อยู่คนเดียวมันก็ดีนี่นา ฟังแล้วรู้สึกอื้มมม ดูเป็นเราดีนะ (ฮา) อยู่คนเดียวก็กินข้าวอร่อยดี ไม่มีใครแย่งกินด้วย :P

นิทรรศการ Clay no Tabi: A Journey Through Clay
เลือกโดย มาลินี จันทร์เลิศฟ้า ตำแหน่ง Editor of happening shop (Museum Pier)
นิทรรศการนี้เป็นนิทรรศการครั้งแรกของพี่ยุ้ย ศิลปิน Atelier Pakawan ผู้ปั้นงานเซรามิกและวาดภาพประกอบ เชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยผ่านตาปกหนังสือที่พี่ยุ้ยเป็นคนออกแบบอย่างแน่นอน
เนื่องจากชอบงานสีฟ้าของเขามากๆเป็นทุนเดิม การได้มานิทรรศการนี้ทำให้ได้เสพย์งานอย่างอิ่มเอมมากๆ เลย ระหว่างเดินในงานจะมีส่วนที่เล่าประสบการณ์ตอนไปเรียนปั้นที่ญี่ปุ่น ทำให้ได้เห็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มงานปั้นที่เล่าเรื่องแล้วนึกภาพตามอย่างน่าสนุก ทำให้อยากลองไปเรียนปั้นบ้างเลย สนุกกับการดูเครื่องมือต่างๆ ในการปั้นที่พี่ยุ้ยวาดและอธิบายประกอบไว้ ทำให้ได้เห็นว่าการทำเซรามิกมีขั้นตอนและใช้อุปกรณ์ต่างๆ มากกว่าที่คิด และมีแนวทางที่หลากหลาย
ในส่วนของผลงานที่นำมาแสดงก็ดูเพลินมาก เราชอบเดินดูน้องผู้หญิงตัวเล็กๆ สีฟ้า ที่จะอยู่ในงานชิ้นต่างๆ ทั้งในงานเซรามิก และงานวาด จะเจอน้องอยู่ในอิริยาบทที่หลากหลาย ทั้งยืนบนก้อนเมฆ แบกดอกไม้ แบกแจกัน ถือร่ม เดินเล่นท่ามกลางลายเส้นสีฟ้า ถ้าได้มีโอกาสไปดูงานของพี่ยุ้ยอยากให้ลองหาน้องสีฟ้าดูนะ มันสนุกมาก และได้เห็นผลงานในยุคต่างๆ ของพี่ยุ้ยตั้งแต่เริ่มปั้นด้วย
และส่วนที่ชอบมากๆ อีกอย่างของงานนี้คือชื่อผลงานและคำอธิบายของงานแต่ละชิ้น ที่อ่านแล้วเหมือนได้รับกำลังใจเลย

อัลบั้ม URDAWG : พร้อมพัง 2026 (B.G.A.F) - YENTED
เลือกโดย มัลลิกา คูหาทอง ตำแหน่ง Staff at happening shop (Museum Pier)
จริงๆ แล้วอัลบั้ม URDAWG ปล่อยออกมาเมื่อปี 2024 แต่ที่เราหยิบอัลบั้มนี้มาพูดในปีนี้ก็เพราะว่ามีอยู่เพลงๆ นึง ที่ Yented นำมาทำเป็นเวอร์ชั่น 2026 (ล่วงหน้าไป 1 ปีด้วย!) นั่นก็คือเพลง พร้อมพัง (B.G.A.F)
ถ้าเคยฟังอัลบั้ม URDAWG อาจจะเคยได้ยินเสียง K6Y, blvckhart หรือ Williams กันมาบ้าง แต่ พร้อมพัง 2026 (B.G.A.F) เวอร์ชั่นใหม่นี้จะมี SEXSKI และ P6ICK มาร่วมร้องด้วย เรียกได้ว่าเป็นปีแห่งการนำซาวนด์ของ Yented มาผสมผสานกับอะไรใหม่ๆ ที่ลงตัวเลยก็ว่าได้
สารภาพตามตรงว่าเราไม่ค่อยได้ฟังพร้อมพังเวอร์ชั่นแรกเลย แต่พอปลายปี 2025 นี้มี พร้อมพัง 2026 (B.G.A.F) ปล่อยออกมาแล้วเราก็หยุดฟังไม่ได้เลย <3 นอกจากพร้อมพังแล้วยังมีเพลงอื่นๆ อีก 9 เพลงนะ ขอฝากอัลบั้ม URDAWG และวง Yented ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะทุกคน :-D

ซีรีส์ Solar Opposites
เลือกโดย พรรณพรต รัศมีวรทัศน์ ตำแหน่ง Finance and Accounting
เวลากลับจากการทำงานแล้วรู้สึกอยากทำให้หัวโล่งๆ ก็จะหาหนัง การ์ตูน หรือ หนังตลกๆ ดู พอดีเห็นหน้าตาตัวละคร หนังเรื่องนี้ก็คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ ทำให้นึกถึง Rick and Morty แต่ดูไปแล้วก็ไม่เลวเท่า ดูวันละตอน ในวันที่เครียดๆ พอเป็นกระสัย ดูจบไปแล้ว บางทีก็เปิดขึ้นมาดูใหม่อีกในบางตอนที่ชอบ

Barter System Fair ตลาดนัดแลกพบ ครั้งที่ 2
เลือกโดย ฉัตรชนก ลาดมา ตำแหน่ง Executive Assistant of happening
ตลาดนัดแลกพบเป็นงานช่วงต้นปี 2025 ที่ทำให้เราประทับใจได้จนถึงตอนนี้เลย (แอบเสียดายที่จัดแค่ปีละครั้งล่ะT__T) งานนี้ทุกคนคือพกเอเนอร์จี้มาจากบ้านสุด ๆ และถูกต้องมากที่จะให้ชาวเอ็กซ์โทรเวิร์ตอย่างเรา (?) ได้ออกมาพบปะผู้คนที่ตั้งใจส่งมอบของสะสมสุดรักสุดหวง มันทำให้เราอยากแลกกับทุกชิ้นที่เอามาเลย เสียงในหัวมันดังตลอดว่า ถ้าเราถอยแปลว่าแพ้! เพราะตลาดนัดที่นี่คือเขตปลอดเงินสดและโนสแกน ไม่มีพร้อมเพย์หรือบัตรเครดิต มีแค่การยื่นหมูยื่นแมวที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่ถ้ายอมแพ้ในการเจรจาแล้วก็มีโต๊ะฝากวางให้คนที่สนใจรับของสะสมเราไปเลี้ยงได้ด้วยนะ การันตีว่าทุกคนที่มาคือไม่เสียเที่ยวแน่นอน เราได้เรียนรู้ผู้คนใหม่ๆ และได้รับการเยียวยาจิตใจจากเรื่องเล่าต่างๆ สิ่งของที่ได้รับแลกมาพร้อมกับความทรงจำเหล่านั้นทำให้เราอยากจะรักษามันไว้กับเรานานๆ ไม่ให้เจ้าของเก่าเสียใจเลย
ของชิ้นเก่าที่คุณค่าหายไปตามกาลเวลา คือสมบัติชิ้นใหม่อันล้ำค่าสำหรับใครหลายๆ คน