แน่นอนว่าเคล็ดลับที่ทำให้ซีรีส์เกาหลีครองใจแฟนๆ นั้นต้องมีหลายองค์ประกอบรวมกัน ไม่ว่าจะเป็น บท เพลงประกอบซีรีส์เพราะๆ โลเคชั่นสวยๆ ฉาก คอสตูม และการแสดงของนักแสดง โดยเฉพาะช่วงนี้ เราจะเห็นว่าซีรีส์ดังๆ หลายเรื่องถูกสร้างมาจากเวอร์ชั่นการ์ตูนในเว็บตูน (Webtoon) ทั้งนั้น
สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก เว็บตูน คือ แพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิตัลของเกาหลีที่มีหมวดหมู่ให้เราได้เลือกอ่านอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรแมนติก แฟนตาซี ระทึกขวัญ หรือว่าแนวย้อนยุค เรียกได้ว่าสนุกครบรส เหมาะกับคนทุกวัย ทำให้แพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก อีกทั้งยังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนมีการนำไปแปลเป็นหลากหลายภาษาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ จีน อินโดนีเซีย รวมถึงเวอร์ชั่นภาษาไทยของเราอีกด้วย
เมื่อเว็บตูนเติบโตขึ้น มีการ์ตูนที่เป็นที่รู้จักมากขึ้น แฟนๆ หลายคนก็เริ่มอยากเห็นลายเส้นบนหน้าจอ กลายมาเป็นนักแสดงจริงๆ ขณะที่บางบทก็มีศักยภาพจนถูกตาต้องใจเหล่าผู้กำกับ จนเกิดการนำบทจากเว็บตูนมาพัฒนาต่อ กลายเป็นซีรีส์ที่มีนักแสดงจริงๆ มาให้แฟนๆ ฟินกันต่อแบบยาวๆ
เราจึงถือโอกาสนี้ หยิบซีรีส์เกาหลี 11 เรื่องที่ถูกพัฒนาบทจากเว็บตูนมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน เผื่อว่าใครกำลังมองหาซีรีส์เรื่องใหม่ หรือถ้าใครเคยดูหมดแล้ว จะลองเปลี่ยนบรรยากาศไปอ่านเวอร์ชั่นการ์ตูนก็ได้เหมือนกันนะ

อีกสิ่งที่เราไม่พูดถึงไม่ได้ คือ เหล่านักแสดงที่ถอดแบบตัวละครในเว็บตูนออกมาอย่างเหมือนมากๆ โดยเฉพาะ ทรงผมเกาลัดของเถ้าแก่พัค แซรอย ซึ่งรับบทโดย พัค ซอจุน (Park Seo Joon) ที่ฮอตฮิตติดตาสุดๆ จนเกิดปรากฎการณ์ที่มีหนุ่มๆ หลายคนไปตัดผมตามในช่วงที่ซีรีส์กำลังออนแอร์อยู่อีกด้วย

โดยเวอร์ชั่นนี้ได้มีการดัดแปลงบทบางส่วนให้ต่างจากในเว็บตูน ที่เขียนโดย จองวอน (Jeongseo) โดยเฉพาะบทสรุปความรักของทั้งคู่ที่มีตอนจบแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ขณะที่งานอาร์ตในเรื่องนี้ก็จัดว่าสวยเลยทีเดียว เนื่องจาก ยูนาบี และ ปาร์คแจออน ต่างเรียนด้านศิลปกรรมศาสตร์ด้วยกันทั้งคู่ เราจึงได้เห็นงานอาร์ตสวยๆ ประกอบฉากมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฉากงานประติมากรรมที่นาบีปั้นเสร็จในคืนเดียว ฉากที่นางเอกสเก็ตช์ภาพพระเอกในคลาสเรียน หรือภาพวาดต่างๆ ในบ้านของนาบีที่นางเอกสาวอย่าง ฮันโซฮี ยังเป็นคนวาดขึ้นด้วยตัวของเธอเอง
นอกจากนี้ ฮันโซฮี (Han So Hee) และ ซงคัง (Song Kang) ยังเคยให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาเป็นแฟนคลับของเว็บตูนเรื่องนี้เหมือนกันอีกด้วย

เมื่อมีกระแสว่าจะถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์ หลายคนจึงให้ความสนใจและตั้งตารอดูเหล่านักแสดงเป็นอย่างมาก โดยทีมแคสติ้งก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะเหล่านักแสดงแต่ละคนนั้น มองแล้วนึกว่าหลุดออกมาจากในการ์ตูน โดยเฉพาะพระเอกแสนดีอย่าง ลี ซูโฮ รับบทโดย ชา อึนอู (Cha Eun Woo) เรียกได้ว่าเหมือนยันเงาเลยทีเดียว
ในซีรีส์ได้มีการดัดแปลงบท โดยขยายปมต่างๆ จากเว็บตูนให้เข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการบูลลี่ หรือปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน อีกทั้งยังปรับเนื้อเรื่องให้มีความกระชับมากขึ้น เพราะในการ์ตูนมีเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างยาว ยาวขนาดที่แฟนๆ ชาวไทยอ่านกันมาตั้งแต่ปี 2018 จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่จบเลย!

ต้องบอกว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ต่างจากเวอร์ชั่นการ์ตูนเท่าไหร่นัก โดยนักแสดงอย่าง พัค ซอจุน ได้ถอดคาแรกเตอร์เป็นรองประธานอีได้ใกล้เคียงกับเว็บตูนแบบสุดๆ จนเหมือนเขาเกิดมาเพื่อรับบทนี้โดยเฉพาะ ส่วนทางด้านนางเอกสาวอย่าง ปาร์ค มินยอง ก็เล่นเป็นเลขาคิมได้ราวกับ copy & paste เลยทีเดียว

อีกสิ่งหนึ่งที่คนพูดถึงในซีรีย์คือหนังสือภาพน่ารักๆ อย่าง Love is ของ Puuung ศิลปินวาดภาพประกอบชื่อดังของเกาหลี ที่ได้นิยามเรื่องราวความรักมาในรูปแบบภาพชุดสุดโรแมนติกสลับกับคำบรรยายเล็กน้อย และเป็นหนังสือที่ คังซอล และ โอยอนจู ทำกิจกรรมน่ารักๆ เพื่อเติมความหวานตามหนังสือเล่มนี้ด้วยกันอีกด้วย

ด้วยฉากแอคชั่นที่หลายคนต้องร้องว้าว เพราะถอดแบบจากในเว็บตูนออกมาให้คุณเห็นภาพที่ชัดเจนเลยทีเดียว ซึ่งทางทีมงานของซีรีส์นั้นได้ให้ความทุ่มเทกับฉากนี้เป็นอยากมาก ไม่ว่าจะเป็นตัวของผู้กำกับเอง หรือตัวของโชเฟอร์หนุ่มสุดเท่อย่างอย่าง คิมโดกี ซึ่งรับบทโดย อีเจฮุน (Lee Je Hoon) ที่เขาได้ไปเรียนแอคชั่น และการดริฟท์รถ เพื่อทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความสมจริงเป็นอย่างมาก!
แต่อย่างไรก็ตาม ในซีรีส์นั้นได้มีการปรับบทให้มีความกลมกล่อมมากขึ้น อีกทั้งยังมีซีนตลกๆ เข้ามา แตกต่างจากในเว็บตูนที่บางประเด็นหรือบางฉากเรียกได้ว่ามีความตึงเครียดและหดหู่มากๆ ถ้าใครอยากรู้ว่าแต่ละเวอร์ชั่นจะมีความสนุกแตกต่างกันอย่างไร เราขอแนะนำให้คุณลองดูและอ่านทั้งสองแบบเลย!

สำหรับใครที่เคยได้อ่านเว็บตูนเรื่องนี้มาก่อนแล้ว คงจะจำภาพหลอนที่การ์ตูนเรื่องนี้ฝากไว้ได้เป็นอย่างดี แฟนๆ บางคนอาจจะต้องมีการหยุดอ่านเพื่อพักหายใจกันเลย เรียกได้ว่ายิ่งได้อ่านก็ยิ่งหลอนไปพร้อมๆ กันกับตัวละคร แถมในซีรีส์เรื่องนี้ก็ยังได้มีการเพิ่มดีเทลความหลอน ด้วยการสร้างสรรค์ฉาก และการเพิ่มตัวละคร เช่น เพื่อนบ้านบางคน และคู่แฝด ที่เว็บตูนไม่มี เพื่อให้เรื่องมีมิติมากขึ้น แถมเรื่องนี้ ซอมุนโจ ซึ่งรับบทโดย อีดงอุค (Lee Dong Wook) ได้พลิกบทบาทเป็นฆาตกรโรคจิตได้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม หรือว่าสายตา ดูแล้วหลอนสุดๆ เห็นแล้วก็แทบจะลืมภาพจำของอปป้าไปเลย

ตัวโปรดักชั่นของเรื่องนี้บอกได้คำเดียวว่าอลังการแบบสุดๆ เพราะทางซีรีส์ได้ขนทีมงานบางส่วนที่มาไกลถึงฮอลลีวูดเลยทีเดียว เราจึงได้เห็นฉากที่มี CGI แบบจัดเต็มในหลายๆ ฉากด้วยกัน รวมถึงตัวของสัตว์ประหลาดเองก็เหมือนจริงมากๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะท่างทางการเดิน หรือคลาน
หากคนไหนที่ยังไม่ได้อ่านซีรีย์เรื่องนี้เว็บตูน มาก่อน อาจจะสับสนกับปมของตัวละครในช่วงแรก เนื่องจากทางซีรีส์มีการปรับเนื้อหาให้กระชับ จึงไม่ค่อยได้หยิบเรื่องราวภูมิหลังของตัวละครมาเล่าเหมือนในเว็บตูน ใครที่เคยได้ลองอ่านเวอร์ชั่นของการ์ตูนแล้วอาจจะมีความอินกับเรื่องราวของตัวละครมากกว่า อีกทั้งทางซีรีส์ได้มีการเพิ่มเติม และการดัดแปลงบทบางส่วนให้แตกต่างจากในเวอร์ชั่นการ์ตูน เช่น การเพิ่มตัวละครเข้ามาเพื่อเพิ่มอรรถรสในการดูให้สนุกมากยิ่งขึ้น

โดยในซีรีส์ได้ อีกวางซู (Lee Kwang Soo) มาเป็นนักแสดงหลักที่รับส่งความฮาที่ทำให้คุณขำจนเหนื่อยกับมุกที่เหนือชั้น ขณะเดียวกันก็ยังได้รับข้อคิดและแรงบัลดาลใจดีๆ ที่ทางซีรีส์ได้สอดแทรกไว้เพื่อเติมไฟในการใช้ชีวิตให้กับเหล่าคนดูแบบเราๆ แถมซีรีส์เรื่องนี้ยังตีแผ่ชีวิตของนักเขียนการ์ตูนให้ใครหลายๆ คนได้รู้จักมากขึ้นด้วยว่ากว่าจะประสบความสำเร็จนั้น เขาต้องผ่านอุปสรรคและความกดดันมามากแค่ไหน

สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้ถูกรีเมคมาจากเว็บตูนโดยตรง แต่เป็นการทำควบคู่กันระหว่างเว็บตูนและ Studio N โดยเวอร์ชั่นการ์ตูนนั้นจะเล่าถึงจุดเริ่มต้นความรักของทั้งคู่ในช่วงวัยมัธยม ซึ่งแต่งโดยคุณนักเขียนอย่าง ฮันคยองชัล (Han Kyoung Chal) และส่วนของซีรีส์จะเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ที่ทั้งคู่ต้องจำใจกลับมาเจอกันอีกครั้งในวันที่เติบโตขึ้นหลังจากที่ได้เลิกรากันไป
เราขอแนะนำให้ทุกคนลองอ่านเว็บตูนและดูซีรีส์ไปควบคู่กัน เชื่อว่าคุณจะยิ่งอินกับเรื่องราวของพวกเขามากกว่าเดิม เพราะมันทำให้เข้าใจและเห็นถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตของทั้งคู่ ราวกับว่าเราได้เติบโตไปพร้อมกับพวกเขาเลยทีเดียว แถมฉากในซีรีส์ก็มีแต่งานอาร์ตสวยๆ ทั้งนั้น เชื่อว่าใครเป็นสายชอบดูงานอาร์ต ต้องชอบฉากในเรื่องนี้แน่นอน

จุดเริ่มต้นของความหายนะในครั้งนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนมัธยมฮโยซาน ที่มีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส เหล่านักเรียนเลยต้องร่วมมือกันต่อสู้หาทางเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ ซึ่งก็คือเพื่อนๆ ของพวกเขาที่ได้รับเชื้อนั่นเอง โดยซีรีส์เรื่องนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพียงแค่เข้ามาภายใน 1 วัน ก็ได้ชาร์ตอันดับ 1 ของซีรีส์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมมากที่สุดบน Netflix ทั่วโลกมาครอบครองแล้ว ไม่ต่างจากตอนที่ติดอันดับเรื่องยอดนิยมในเว็บตูนเลย!
นอกจากนี้ All Of Us Are Dead ยังได้สอดแทรกปมปัญหาสังคมในโรงเรียนไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน การบลูลี่ การแบ่งชนชั้น หรือแม้กระทั่งความกดดันจากการเรียน ซึ่งซีรีส์ได้ขยายปัญหาจากในเว็บตูนให้คุณได้เห็นภาพชัดขึ้น โดยซีรีส์ได้ทำการเนรมิตฉากของโรงเรียนขึ้นมาใหม่ให้มีขนาดเท่ากับโรงเรียนจริงเพื่อใช้ในการถ่ายทำโดยเฉพาะ แถมทางทีมงานยังเก็บดีเทลของฉากและตัวละครได้อย่างดี อย่าง นักแสดงที่ถอดคาแรกเตอร์และการแต่งตัวมาจากเว็บตูน แต่ตอนจบของทั้งสองเวอร์ชั่นนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จะต่างกันอย่างไรนั้น ทุกคนต้องลองไปชมกันดูนะ
86046 VIEWS |
นักศึกษากราฟฟิกดีไซน์ผู้แพ้ทางให้กับ ขนมหวาน สตอเบอร์รี่ สารพัดของกุ๊กกิ๊ก และเชื่อเสมอว่าถึงแม้ใจเราจะสลายฮะมุงแต่ปิ้งย่างจะเยียวยาทุกอย่างเอง