happener Picks 2021: งานศิลปะและสิ่งสร้างสรรค์ที่โดนใจทีมแฮพฯ ที่สุดในปี 2021!

    หลายคนคงคิดเหมือนกันว่าปี 2021 นี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็ถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเทศกาลปีใหม่กันแล้ว โดยระหว่างที่เราต่างโดนหน้าที่เร่งรัดให้ทำงานสำเร็จตามเดธไลน์ที่ตั้งไว้อยู่นั้น ยังมีผลงานศิลปะ นิทรรศการ หนังสือ ภาพยนตร์ ดนตรี รายการ แบรนด์สินค้า และสิ่งสร้างสรรค์ใหม่ๆ ออกมาให้แวะเวียนไปรับชมกันตลอดทั้งปี
    ทีมแฮพฯ มีโอกาสสัมผัสกับผลงานศิลปะประเภทต่างๆ และส่ิงน่าสนใจที่เกิดขึ้นในปีนี้มากเหมือนกัน เราจึงนำชิ้นงานที่โดนใจแต่ละคนมาบันทึกไว้ตรงนี้ เหมือนธรรมเนียมที่เราเคยรวบรวมเก็บไว้ทุกๆ ปีที่ผ่านมา
เทศกาล Bangkok Illustration Fair 2021
เลือกโดย วิภว์ บูรพาเดชะ ตำแหน่ง Editor in Chief

    ปกติจะไม่เลือกงานที่ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่ปีนี้อยากบันทึกไว้จริงๆ เพราะภูมิใจและได้เห็นความสัมฤทธิ์ผลของงานนี้มากๆ ซึ่งก็คืองาน Bangkok Illustration Fair 2021 ที่ทาง happening ได้ร่วมกันจัดกับ What If และ Decembell เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้เราจะจัดอย่างยากลำบากเพราะสถานการณ์โควิด 19 ซึ่งทำให้ต้องปรับแผนกันอยู่หลายกระบวนท่า แต่การจัดงานที่รวบรวมผลงานของเหล่านักวาดมาแสดงร่วมกันในครั้งนี้ก็ทำให้เราได้ผลงานหลายพันชิ้นมาจัดแสดงออนไลน์ และสามารถเชื่อมโยงมาเป็นการพบปะกันระหว่างศิลปินและผู้ที่สนใจจะทำงานร่วมกับศิลปินที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครด้วย เป็นการสร้างโอกาสให้กับนักวาดได้เป็นจำนวนมาก มีทั้งการต่อยอดไปทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ การได้แสดงนิทรรศการของตัวเองในพื้นที่ต่างๆ ไปจนถึงการได้ร่วมงานกับแวดวงศิลปะในต่างประเทศด้วย ถือว่าเป็นงานที่น่าภูมิใจ และยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหลายๆ ฝ่าย ทั้งคนในแวดวง และทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เป็นความร่วมมือจากผู้ที่ปรารถนาดีต่อแวดวงนักสร้างสรรค์ของไทยในทุกภาคส่วนที่ทำให้เรามีกำลังใจมีความตั้งจะทำให้ดียิ่งขึ้นๆ ในปีต่อๆ ไปครับ

นิทรรศการ MemOyoU (Memorandum Of Understanding) - Santi Lawrachawee
เลือกโดย วรรณวนัช บูรพาเดชะ ตำแหน่ง Editor in Chief: Online & Offline Shop
    การได้ใช้เวลาในนิทรรศการ MemOyoU ของอาจารย์ติ๊ก-สันติ ลอรัชวี ที่ CASE Space Revolution เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เหมือนการได้ชุบชีวิตให้สดชื่นขึ้นและหย่อนใจให้สงบลงไปพร้อมๆ กัน มวลบรรยากาศบางอย่างในการรับชมงานทำให้จินตนาการว่าเราได้บินไปชมนิทรรศการศิลปะดีๆ ที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่จริงๆ แล้วแค่ไปเดินเที่ยวที่แกลเลอรีเล็กๆ ในย่านเจริญกรุงเอง!
     ความทรงจำ 10 ปีและประสบการณ์ชีวิตของอาจารย์ติ๊กถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของภาพถ่ายขาวดำ การจดบันทึก การจัดวาง และหนังสือในรูปเล่มชวนมอง เป็นหนังสือเล่มหนาเตอะที่มีสันหนังสือหนากว่าความกว้างหน้าปก แถมยังใช้ฟอนต์ตัวเล็กจิ๋วพิมพ์ตัวอักษรที่มีความหมายเฉพาะกาลไว้ภายในเล่มด้วย 
     การติดตั้งนิทรรศการก็สวยงามและเต็มไปด้วยรายละเอียด เป็นงานที่ดูน้อยๆ ทางสายตาแต่มากล้นทางความรู้สึก เรารู้สึกได้ดำดิ่งลงไปลึกๆ และนิ่งเงียบ สงบ สุข แต่บางคราก็เศร้าปนเป ภาพแม่น้ำหลายสายที่แขวนไว้ดูมีเนื้อเรื่องและรูปทรงที่ชวนให้ไหลเรื่อยไปกับมัน กิมมิกช้ินเล็กๆ ถูกเรียงรายไว้ ทั้งการซ่อนข้อความไว้ในกระดาษแผ่นเล็กในรูบนผนัง องศาของการจัดแสง รวมทั้งการจัดและการวางสิ่งต่างๆ ในพื้นที่ ...เมื่อได้เดินเข้าไป เรารู้สึกเหมือนได้เข้าไปในพื้นที่เฉพาะที่มีมวลความรู้สึกบางอย่างอุ้มเราเอาไว้
     ได้แอบไปเดินดูงานนี้ถึงสองหน ซึ่งโดยส่วนตัวรู้สึกว่า คำว่า 'แอบ' ดูเหมาะกับกาลเทศะนี้มาก เพราะ MemOyoU ดูจะซ่อนหลายอย่างไว้ และรอให้ผู้ชมไปค้นหาซ้ำหลายๆ ครั้ง
รายการ Street Woman Fighter
เลือกโดย นิษณาต นิลทองคำ ตำแหน่ง Editorial Staff
    ส่วนตัวรู้สึกประทับใจที่รายการนี้เปิดพื้นที่ให้นักเต้นได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เราได้เห็นนักเต้นระดับประเทศมาโชว์สกิลผ่าน Dance Battle ได้ทำความรู้จักกับสไตล์การเต้นหลายๆ รูปแบบ ผ่านเพลงหลายๆ แนว ได้เห็นกระบวนการคิด การทำงานของนักเต้น ก่อนที่จะกลายมาเป็นท่าเต้นที่เราเห็นกันบนหน้าจอ
    อีกส่วนที่รู้สึกประทับใจคือ รายการนี้ถือว่าสร้างปรากฎการณ์ให้กับสังคมเกาหลีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นท่าเต้นเพลง Hey Mama ที่สนุกจนคนทั่วโลกต้องลุกขึ้นมาเต้น แถมเรายังได้เห็นคอนเสิร์ตจากเหล่านักเต้นในรายการ Street Woman Fighter ไปจนถึงการต่อยอดไปสู่รายการ Street Dance Girls Fighter ที่ส่งต่อความฝันให้เด็กเกาหลีได้มาโชว์ศักยภาพด้วย ถือเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าให้กับประเทศมากๆ
     พอได้เห็นนักเต้นในเกาหลีถูกยอมรับแบบนี้แล้ว ก็หวังว่าประเทศไทยจะมีรายการดีๆ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสังคมแบบนี้ได้บ้างเหมือนกัน
เพลง มะลิ โดย CGM48
เลือกโดย ณัฐพร ก้อนมณี ตำแหน่ง Creative Communication
    "ดอกมะลิดอกน้อย ค่อยๆ เรียงร้อยไป
    จะดูงดงามและเป็นได้เหมือนมาลัย"

    'มะลิ (Jasmine)' เพลงออริจินัลเพลงแรกของ CGM48 วงน้องสาวจากจังหวัดเชียงใหม่ของ BNK48 และนี่ยังเป็นครั้งแรกของวง 48 Group ในประเทศไทยที่ได้มีเพลงออริจินัลของตัวเองเป็นเพลงหลัก ที่สำคัญเพลงนี้ชิไฮนิน (ผู้จัดการวง) ของวง CGM48 อย่าง อิซึรินะ รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ และร่วมออกแบบชุดเซ็มบัตสึในครั้งนี้ด้วยตัวเอง

    สิ่งที่ทำให้ชอบเพลงนี้ที่สุดคือความลงตัวทั้งในเรื่องของดนตรี การเรียบเรียงเนื้อเพลง มีการใส่ภาษาถิ่นลงไปในเพลง ท่าเต้น หรือแม้แต่เรื่องราวในมิวสิกวิดีโอที่อาจจะดูธรรมดาแต่ตอนที่ได้รับชมครั้งแรกก็แอบน้ำตาซึมในความซึ้งใจและภูมิใจในตัวของสมาชิกทุกคนได้เหมือนกัน
    เพลงนี้ผสมผสานระหว่างดนตรี J-Rock สไตล์ไอดอลญีปุ่น ความเป็น T-POP และเสียงเครื่องดนตรีของชาวเหนือล้านนาได้อย่างลงตัว แถมในมิวสิกวิดีโอสมาชิกแต่ละคนยังได้มีการแสดงพิเศษเกี่ยวกับวัฒนธรรมภาคเหนืออีกด้วย และด้วยตัวเนื้อเพลงที่พูดถึงเรื่องราวของมิตรภาพ ความพยายามและความไม่ยอมแพ้ บวกด้วยความน่ารักสดใสของสมาชิก CGM48 ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยา การปลอบโยน และรู้สึกว่านี่แหละไอดอลที่เราอยากจะเอาใจช่วย!
อัลบั้ม 4EVE Special Album 'Trick or Treat' 
เลือกโดย ธารี ไชยวุฒิกรณ์วานิช ตำแหน่ง Graphic Designer
    จริงๆ เราไม่ใช่คนที่ตามวงการเพลงไทยสักเท่าไร ส่วนใหญ่จะฟังแต่เพลงเกาหลี เสพอาร์ตจากโปสเตอร์ มิวสิกวิดีโอ และอัลบั้มสวยๆ แต่ในปีนี้เราก็ได้เจอกับวง 4EVE วงเกิร์ลกรุ๊ปคนไทยที่ทำอาร์ตเวิร์คสวยมากๆ เป็นคอนเสปต์อาร์ตสำหรับอัลบั้มพิเศษ 'Trick or Treat' ที่ปล่อยมาในช่วงวันฮาโลวีน 
    ที่ตื่นเต้นเพราะไม่ค่อยเห็นวงไทยที่โปสเตอร์และอัลบั้มสวยๆ แบบนี้ออกมาให้เห็น (หรือเราอาจจะไม่เคยเห็นเอง) แต่ประทับใจมากๆ ตั้งแต่ปล่อยไทโปโลโก้ โปสเตอร์ ภาพโปรโมทเดี่ยว มิวสิกวิดีโอ เพลง และที่สุดเลยคืออัลบั้ม ทำดีมาก คู่สีที่เลือกใช้ มู้ดแอนด์โทนโดยรวมที่ทำออกมา ของข้างใน ทำเอาคนที่เรียนดีไซน์อิ่มใจมากๆ เลยค่ะ เซฟซ้ำๆ ไปหลายที เอาไปทวิตอีกหลายๆ รอบเลยค่ะ 
    ปล. ขอบคุณภาพอัลบั้มสวยๆ จากคุณสุกาญจณา ก้อนทอง

    ติดตามซัพพอตสาวๆ 4EVE ได้ตามช่องทางนี้ Instagram : 4eve_official

ซีรีส์ I Told Sunset about You & I Promised You the Moon
เลือกโดย จุฑาเนตร ชาติทองแดง Staff of happening shop Dadfa
    มากกว่าซีรีส์คือ สัญญะที่ซ่อนอยู่ ซีรีส์ที่เป็นมากกว่าซีรีส์
    จริงๆ แล้วซีรีส์เรื่องนี้ออนแอร์ครั้งแรกช่วงปลายปี 2020 ชื่อเรื่องว่าแปลรักฉันด้วยใจเธอ (I Told Sunset about You)  และคาบเกี่ยวมายังปี 2021 ชื่อเรื่องว่าแปลรักฉันด้วยใจเธอพาร์ท 2 (I Promised You the Moon) ที่บอกว่ามากกว่าซีรีส์คือสัญญะที่ซ่อนอยู่คือ การดำเนินเรื่องที่มักจะสร้างและซ่อนสัญญะชวนให้คนดูได้คิดและลองวิเคราะห์ตาม เปิดเรื่องมาก็เริ่มมีสัญญะในแต่ละฉากแล้ว ความรู้สึกของเราคือตัวซีรีส์ได้พูดถึงอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเจนเดอร์ LGBTQ+ การก้าวผ่านวัย (coming of age) ชีวิต ท้องถิ่น และสถาปัตยกรรม 
    เรารู้สึกว่าซีรีส์เรื่องนี้มันครบและเป็นมากกว่าซีรีส์วาย ชอบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของตัวละครและสถานที่ รวมถึงการใช้สัญญะในการสื่อความหมาย ความรู้สึก ของตัวละครในแต่ละตอนที่ถ่ายทอดออกมาได้น่าติดตามและชวนคิดวิเคราะห์ตามไปกับเนื้อเรื่อง ด้านมู้ดแอนด์โทนในพาร์ทแรกจะมีกลิ่นของความท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต มิตรภาพ ความเชื่อและศาสนา โทนสีของซีรีส์ในพาร์ทแรกจะดูอุ่นๆ ค่อนไปทางโทนร้อน ส่วนพาร์ทสอง ซีรีส์จะเริ่มมีกลิ่นของคนเมืองในกรุงเทพ วัยและชีวิตที่ต้องจากบ้านเกิดเข้ามาเรียนในกรุงเทพ การเริ่มต้นทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย การเริ่มทำสิ่งใหม่หรือการลองผิดลองถูก จึงเป็นสีโทนเย็นเป็นส่วนใหญ่ 
    ทั้งสองพาร์ทให้ความรู้สึกที่ต่างกันในด้านเนื้อเรื่องและมู้ดแอนด์โทน แต่ทั้งสองพาร์ทก็ยังเป็นมากกว่าซีรีส์วายที่เราเคยได้ดูมา สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูลองไปหาดูกันได้นะหรือจะลองอ่านบทความที่พูดถึงสัญญะในเรื่องนี้ก่อนก็ได้ แต่ระวังนะอ่านแล้วอาจจะต้องรีบไปหาดูทันที!
ซีรีส์ Kotaro Lives Alone コタローは1人暮らし ละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นที่สร้างมาจากมังงะของมามิ สึมูระ กำกับโดย คานะ มัตสึโมโตะ
เลือกโดย ปิยนุช สันต์สัมพันธ์กุล ตำแหน่ง Editor of happening shop (BACC)
    ซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่โผล่ขึ้นมาในลิสต์แนะนำแบบงงๆ บวกกับการอยากหาอะไรแนวใหม่ๆ ดูแก้เบื่อและเพิ่มพลังใจในช่วงที่ออกจากบ้านไม่ได้ โดยซีรีส์จะเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครหลักอย่างโคทาโร่ ซาโต้ เด็กชายที่ย้ายมาเช่าห้องอยู่คนเดียวในอพาร์ตเมนต์ชิมิซุ ซึ่งการมาของเขาทำให้เหล่าเพื่อนบ้านที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ต่างพากันสงสัยว่าโคทาโร่คุงทำไมถึงมาอยู่คนเดียวแบบนี้ ตัวเนื้อเรื่องเล่าว่าโคทาโร่คุงมาอยู่คนเดียวเพราะไม่ต้องการพึ่งพาใครและอยากจะแข็งแกร่งขึ้น 
    ความสนุกอยู่ตรงที่การติดตามดูชีวิตของโคทาโร่คุงในแต่ละตอน ที่ได้พบเจอสถานการณ์ต่างๆที่มีทั้งสุขและเศร้า สไตล์การพูดที่ได้รับอิทธิพลมาจากการ์ตูนเรื่องโปรดแถมมีดาบซามูไรพกติดตัวตลอดเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ตกหลุมรักในความน่ารักของโคทาโร่คุง รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของเหล่าเพื่อนร่วมอพาร์ตเมนต์ที่แต่ละตัวละครก็จะมีปมมาให้เราได้คอยลุ้นเอาใจช่วยไปด้วย แต่ละตอนจึงไม่ใช่แค่โคทาโร่คนเดียวที่แข็งแกร่งขึ้น แต่โคทาโร่เองก็เป็นคนที่ทำให้เพื่อนร่วมอพาร์ตเมนต์ทุกคนต่างก็แข็งแกร่งขึ้นและก้าวข้ามปมในใจของแต่ละคนไปได้ ทำให้เห็นว่าที่จริงแล้วทุกคนต่างก็มีส่วนช่วยกันและกันให้เติบโตขึ้นไปและแข็งแกร่งขึ้น โดยรวมแล้วคิดว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์อุ่นๆ ที่ยกให้เป็นซีรีส์สุดประทับใจในปีนี้เลย
แอนิเมเต็ด ซีรีส์ Arcane 
เลือกโดย สิรินญา บุญสิทธิ์ ตำแหน่ง Graphic Designer
    จากเกมแนว MOBA ชื่อดัง League of Legends ที่ตัวละครแต่ละตัวถูกสร้างขึ้นด้วยเนื้อเรื่องเบื้องหลัง ทำให้ราวกับมีชีวิตอยู่จริงในจักรวาล Runetera ซึ่งตลอด 10 กว่าปีมานี้ แฟนเกมได้เห็นตัวละครที่ตนเองชื่นชอบโลดแล่นอยู่ในซินีมาติกสั้นๆ หรือในสื่ออื่นๆ ที่ทาง Riot Games ทำขึ้นพิเศษตามโอกาสต่างๆ และด้วยคุณภาพงานสร้างที่ดีเยี่ยม ทำให้แฟนๆ ต่างรอคอยวันที่ซินีมาติกขนาดยาวที่เล่าเรื่องความเป็นไปของจักรวาลนี้แบบเต็มๆ จะได้เกิดขึ้นสียที

    Arcane เป็นแอนิเมเต็ด ซีรีส์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของ Riot Games และ Netflix โดยหยิบเอาเรื่องราวความสัมพันธ์ของภูมิภาค Piltover และ Zuan มาบอกเล่าผ่านสายตาของตัวละครสำคัญที่มาจากในเกมส์อย่าง Jinx, Vi, Caitlyn, Jace, Victor และ Ekko ฯลฯ โดยการเล่าเรื่องมี 9 ตอน จะถูกแบ่งออกเป็น 3 องค์ ซึ่งแต่ละองค์ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตัวละครทุกตัวมีความเป็นมนุษย์และมีการพัฒนาอย่างชัดเจน ที่ถึงจะไม่รู้จักหรือไม่ได้เล่นเกมส์มาก่อนก็มีอารมณ์ร่วมกับการนำเสนอนี้ได้ รวมถึงงานเพลงที่แฟน Riot Games การันตีคุณภาพเรื่องนี้จนมักจะโดนล้อเลียนว่าเป็นค่ายเพลง ก็ได้ศิลปินชื่อดังอย่าง Imagine Dragons และศิลปินมากความสามารถคนอื่นๆ มาสรรค์สร้างเพลย์ลิสต์ที่ฟังแล้วปลดล็อคสกินหูทองคำไปตามๆ กัน และสำคัญที่สุดเลยคืองานภาพที่ผสมผสานหลายๆ เทคนิคไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะสองมิติหรือสามมิติ กลายเป็นความแปลกใหม่ และบ้าพลัง ถือได้ว่าเป็นการยกระดับคุณภาพให้กับวงการแอนิเมชันขึ้นไปได้อีกขั้นเลยก็ว่าได้ 

    ซึ่งแน่นอนว่าครั้งแรกที่ซีรีส์ปล่อยสู่สายตาทุกคน เมื่อได้เห็นตัวละครที่ชื่นชอบมีชีวิต ก็ทำเอาแฟนๆ บ้าคลั่ง ดีใจ สมกับการรอคอยที่แสนนาน หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้เล่นเกมส์นี้ ก็อาจจะถูกตกกับเคมีของตัวละครแต่ละตัวได้ง่ายๆ จนอาจจะต้องลองแกล้งๆ เข้าไปเล่นเกมส์นี้ซักหน่อย (ผู้เขียนเป็น Main Caitlyn การได้เห็นเจ้าคัพเค้กจับปืน วางท่าแบบในเกมก็ฟินสุดๆ แล้ว) Arcane จึงถือเป็นซีรีส์คุณภาพเยี่ยมเรื่องหนึ่ง ที่ทุกองค์ประกอบต่างสวยงาม สมบูรณ์ และขอยกให้เป็นที่สุดของเราในปีนี้
Noma's Solo Exhibition 'The Garden of Trace'
เลือกโดย จิรัญญา ปรียาโชติ ตำแหน่ง Graphic Designer
    มีโอกาสเห็นงานของคุณ Noma ศิลปินชาวเกาหลีเป็นอาร์ตบุ๊คเล่มใหญ่ในร้านขายของพรีออเดอร์เกาหลี ในช่วงที่เราโหยหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากอะไรสักอย่าง เราเห็นภาพโปรโมทอาร์ตบุ๊คเป็นภาพวาดที่เลือกใช้สีที่สบายตา ฝีแปรงที่ศิลปินปล่อยไว้บนงาน อารมณ์ของภาพที่ให้ความอบอุ่น คาแรคเตอร์ตัวละครที่ดูละมุน ทำให้เรารู้สึกว่า "ฉันจะต้องได้อาร์ตบุ๊คเล่มนี้" แล้วก็ได้เห็นว่าคุณ Noma มีการจัดแสดงผลงาน 'The Garden of Trace' ของเขาครั้งแรกที่ประเทศเกาหลี แอบรู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไปดู คิดว่าถ้าครั้งหน้ามีโอกาสและสถานการณ์โรคระบาดดีขึ้น อยากลองไปดูของจริงสักครั้ง
ภาพยนตร์ Sully
เลือกโดย พรรณพรต รัศมีวรทัศน์ ตำแหน่ง Finance and Accounting
    ภาพยนตร์เรื่อง Sully หรือชื่อไทยว่า ซัลลี่ ปาฏิหาริย์ที่แม่น้ำฮัดสัน เป็นหนังปี 2016 ที่นำมาลง Netflix ให้ดูกัน นำแสดงโดย ทอม แฮงส์ รับบทกัปตันเครื่องบินแอร์บัส 320 ซึ่งเกิดอุบัติเหตุนกบินเข้าเครื่องยนต์ เขาจึงตัดสินใจนำเครื่องลงจอดในแม่น้ำฮัดสัน โดยไม่มีใครเสียชีวิต แต่เขากลับถูกตรวจสอบเนื่องจากการตัดสินใจครั้งนี้
    พอได้มานั่งดูหนังอย่างจริงจังก็ประทับใจกับภาพ การถ่ายทอดเรื่องราว ลำดับเหตุการณ์ ซึ่งทำออกมาได้ดีมาก ทั้งสนุกและตื่นเต้น ข้อคิดที่ได้รับคือการมีสติ และแม้ว่าเราจะทำดีสักแค่ไหนก็ยังมีคนมองหาข้อเสียของเราอยู่ดี
นิทรรศการ Another New Year Blooms
เลือกโดย กิตติญา ธรรมมา ตำแหน่ง Webmaster
    2021 เป็นปีที่เราแทบจะไม่ได้ออกไปไหน เชื่อว่าหลายๆ คนคงคิดถึงการออกไปมองโลกนอกบ้านแบบเราแน่ๆ ระยะเวลาผ่านไปรวดเร็วราวกับกดเร่งความเร็ว จวบจนเกือบปลายปีเราก็ได้ออกไปดื่มด่ำคาเฟอีนในคาเฟ่แถวบ้านเสียที และได้เจอกับโปรเจกต์หนึ่งที่กระชากหัวใจไปเต็มๆ 

    Another New Year Blooms เป็นโปรเจกต์ที่ 'น้อยหน่า' แห่ง Bloomink. (บลูม-อิงค์)  ทำร่วมกับ XY Team ช่วงทำ pre-thesis น้อยหน้ามี direction ที่เธอชอบมาก คือ การทดลองทำที่รองแก้ว เมื่อวางเครื่องดื่มเย็นๆ ทิ้งไว้ ไอน้ำจะควบแน่นรวมกันเป็นหยดน้ำแล้วไหลลงที่รองแก้ว กราฟิก ภาพ หรือสีที่ซ่อนเอาไว้ก็จะค่อยๆ ละลายเปลี่ยนไป ตอนนั้นเธอคิดว่ามันคงจะเหมาะกับร้านกาแฟสักที่ แล้วในที่สุดเธอก็ได้โคจรมาทำโปรเจกต์นี่ที่ร้าน XXXYYY

    น้อยหน่าออกแบบกระดาษรองแก้วที่ซ่อนคำอวยพรปีใหม่ไว้ หยดน้ำรอบแก้วๆ ที่ไหลลงบนกระดาษรอง จะทำให้หมึกของตัวหนังสือที่เป็นสีละลายออกมาเป็นดอกไม้บาน และคำอวยพรที่ซ่อนไว้ก็จะปรากฏขึ้น! 
    "WISH YOUR EVERY WAIT HAS A WORTH"
    นี่คือคำอวยพรที่เราได้ เราตื่นเต้นมาก หยดน้ำหยดแรกที่ไหลลงกระดาษ หมึกที่ค่อยๆ ละลายออก และคำอวยพรที่ปรากฏขึ้นแก่เรา เรายังจำช่วงเวลานั้นได้ดี Small Happening Project ที่ทำให้หัวใจเราพองโต เลยขอยกให้เป็นชิ้นงานศิลปะที่เราชอบที่สุดในปีนี้ นอกจากนี้ XY Team ยังทำแจกันเหล็กกล่องกัลวาไนซ์เตรียมไว้สำหรับนำดอกไม้กระดาษรองที่ Bloom แล้วไปช่วยกันปักไว้จนกลายเป็น Blooming Garden ของทุกคน 
    ไม่ว่าใครที่กำลังรอคอยสิ่งใดในปีหน้า เราเชื่อว่าทุกการรอคอยมีค่าเสมอ และขอให้ทุกคนได้มีช่วงเวลาที่ผลิบาน แม้มันอาจจะใช้เวลาดั่งดอกไม้กระดาษรองแก้วที่รอคอยหยดน้ำหยดลงถึงไปถึงได้ผลิบาน แต่เมื่อผลิบานแล้วมันก็สวยงามคุ้มค่ากับที่เรารอคอยใช่ไหมล่ะ
แบรนด์ Anotherspecs
เลือกโดย มาลินี จันทร์เลิศฟ้า ตำแหน่ง Editor of happening shop (Dadfa Branch)
    หลังจากได้ไปตัดแว่นที่ร้านนี้ก็คิดไว้เลยว่าจะเลือกมาเป็น happener Picks ในปีนี้ 
    ปกติจะมีร้านแว่นร้านประจำตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ที่ชอบเอากรอบแว่นวินเทจไปตัด แล้วก็ซ่อมแว่นให้เราได้ด้วย ซึ่งได้หายไปจากที่ตั้งเดิม ช่วงปีที่แล้วได้พยายามตามหาเพราะสายตาเริ่มเปลี่ยนมองแว่นเดิมไม่ชัดแล้ว และหาร้านแว่นร้านอื่นๆด้วย แต่ก็ไม่พอใจที่จะตัดกับร้านไหนเลยที่ไม่ใช่ร้านเดิม จนไปเจอร้านแว่น Anotherspecs ในอินสตาแกรม มีแว่นหลายแบบที่ถูกใจและสามารถเลือกปรับแต่งสีเลนส์ หรือชนิดเลนส์ที่เราต้องการได้ด้วย คล้ายๆ กับร้านแว่นร้านเดิมของเรา ก็เลยลองไปตัดแว่นกับที่ร้านนี้ดูละกัน 
    พอได้ไปแล้วก็ประทับใจบริการของที่ร้านมากๆ เลย พี่เขาจะแนะนำกรอบแว่นให้ลองหลายกรอบจนกว่าจะได้อันที่เราพอใจ ไม่กดดัน และได้วัดสายตาที่ละเอียดแบบที่ไม่เคยได้วัดจากร้านแว่นร้านไหน เราไม่ได้เปลี่ยนแว่นมา 4 ปี สายตาเปลี่ยนไปเยอะมาก (ทางร้านแนะนำให้มาเช็กสายตา 2 ปีครั้งน้า) ก็ให้ลองหลายๆ สายตาแล้วเลือกอันที่สบายตาที่สุด เพราะถ้าเลือกตามที่สายตาเปลี่ยน มันจะเปลี่ยนเยอะไปจนทำให้เราเวียนหัวได้ และปรับแว่นให้พอดีกับหน้าและหูด้วย พอได้แว่นนี้มาใส่ก็สบายตาและสบายหัวมากๆ เลย 
    ถึงแม้ปีนี้จะเป็นปีที่ไม่ค่อยได้ทำอะไร ไม่ได้ไปไหน มีช่วงต้องเวิร์กฟรอมโฮมแต่พอได้มองโลกชัดขึ้นอีกครั้ง และเวลามองกระจกเห็นแว่นที่ได้ไปตัดมาจากร้าน Anotherspecs หลังจากที่ตามหาแว่นที่พอดีมานานก็สปาร์คจอยแล้ว
อัลบั้ม  你在開玩笑嗎? ARE YOU KIDDING ME? ศิลปิน 鹿洐人 HumanHart 
เลือกโดย วชิรญาณ์ ทับวัง ตำแหน่ง Staff of happening shop (BACC Branch) 
    鹿洐人 HumanHart เป็นวงร็อกจากไต้หวัน ที่มีกลิ่นอายของความผสมผสานกันระหว่างร็อกและทำนองของเพลงตะวันตกเก่าๆ อัลบั้ม 你在開玩笑嗎?ARE YOU KIDDING ME? เป็นอัลบั้มแรกที่ถูกทำออกมาอย่างเป็นทางการ จริงๆ แล้ว รู้จักวงนี้ได้เพราะได้ดูภาพยนตร์เรื่องนึงเกี่ยวกับเพลง ที่ Xie Boan นักร้องนำของวงแสดงเป็นหนึ่งในตัวละครหลัก ฟังเสียงร้องของเขาครั้งแรกก็รู้สึกได้ถึงความมีเอกลักษณ์มากจริงๆ เป็นเสียงที่จำง่ายมาก คือได้ยินเสียงนี้ก็รู้เลยว่าเป็นเขา ถึงแม้จะมีความแหลมของเสียงที่ค่อนข้างสูง แต่ก็มีความนุ่มนวลมากเวลาร้องเพลงที่มีทำนองแบบช้าๆ จนทำให้หลงใหล หลังดูจบก็ไปหาช่องทางการติดตามทันที เลยทำให้รู้ว่าเขามีวงดนตรี และก็เป็นนักร้องนำเช่นเดียวกัน และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการตามวงนี้อย่างจริงจัง 
    โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้เป็นคนชอบฟังเพลงร็อกสักเท่าไร เพราะทำนองที่ไม่คุ้นหู บวกกับเสียงร้องที่เปล่งออกมาได้อย่างบ้าคลั่ง แต่พอได้บังเอิญฟังเพลง 爛笑話 A Bad Joke หนึ่งในเพลงของอัลบั้มนี้ก็รู้สึกโดนตกเข้าอย่างจังกับท่อนโซโลของกีตาร์อะคูสติก จนทำให้คนที่ไม่ชอบเพลงร็อกอย่างเรา ก็สามารถดื่มด่ำกับจังหวะดนตรีที่ที่ไม่เคยชินหูและโยกหัวตามจังหวะเพลงได้ หลังจากนั้นก็ตามฟังทุกการแสดงสดที่มีคนมาอัพโหลดในยูทูบทำให้ชอบทุกเพลงในอัลบั้ม คิดว่าตลอดปีที่ผ่านมาก็ได้เพลงจากอัลบั้มนี้ช่วยฮีลจิตใจได้มาก โดยเฉพาะทำนองของดนตรี รวมถึงการเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยพลังของนักร้องนำอย่าง Xie Boan ที่มีเอกลักษณ์อย่างโดดเด่น 
    ตั้งใจว่าหากทุกอย่างดีขึ้นก็จะไปตามฟังให้ได้ถึงไต้หวันอย่างแน่นอน อดใจรอไม่ไหวที่จะได้ไปฟังสด และดื่มดำพร้อมโยกไปกับดนตรีร็อก! 

    ช่องทางการติดตาม 鹿洐人 HumanHart 

หนังสือ 'ไอโกะ' แปลว่าความรัก โดย ไอโกะ ฮามาซากิ
เลือกโดย ดุสิตา อิ่มอารมณ์ ตำแหน่ง Head of Editorial & Content
    การเลือกหยิบหนังสือ 'ไอโกะ' แปลว่าความรัก ไปอ่านระหว่างรอคิวรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะความรู้สึกซึ่งรื้นขึ้นมาจากหัวใจไปจุกอยู่บริเวณคอนั้น ...ไม่อาจกลั้น มันค่อยๆ ล้นออกเป็นน้ำตาในที่สาธารณะอย่างไม่เหมาะสมกับบริบทรอบข้างสักเท่าไร โดยเฉพาะตอนนั่งอยู่ในพื้นที่รอสังเกตอาการ คนอื่นอาจเห็นแล้วคิดไปว่านี่คืออาการข้างเคียงของการฉีดวัคซีนหรือเปล่า เมื่อกลับมานั่งอ่านต่อที่บ้านจนจบ จึงพบว่าเหมาะที่จะยกให้เป็นหนังสือที่เราชอบของปีนี้เลยทีเดียว
    'ไอโกะ' แปลว่าความรัก จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ผีเสื้อ เป็นหนังสือประเภทนวนิยาย 1 ใน 19 เล่มที่ได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2564 รอบแรก หนังสือเล่าเรื่องราวในครอบครัวของหญิงสาวผ่านบันทึกประจำวันของเธอ โดยระบุวันที่และเดือนไว้ท้ายบันทึกแต่ละบท นอกจากบันทึกของเธอยังมีการบันทึกที่เขียนถึงบุคคลที่ 3 ซึ่งผู้เขียนเรียกว่า 'เด็กหญิงสวมชุดผ้าฝ้าย' แทรกอยู่เป็นระยะ บันทึกแต่ละบทเรียบเรียงแบบไม่เรียงลำดับเวลา แต่อ่านไปแล้วเห็นภาพใหญ่ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระหว่างทางค่อยๆ ทิ้งเบาะแสถึงความสัมพันธ์ของพวกเธอว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร รวมถึงทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจของเราไปพร้อมกัน
    หนังสือแนวบันทึกที่เคยอ่านมานั้นจะมีเส้นเรื่องที่นำไปสู่จุดเริ่มต้นและจุดจบบางอย่าง แต่ 'ไอโกะ' แปลว่าความรัก เป็นเหมือนบันทึกที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของครอบครัวธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งสามารถสั่นสะเทือนความรู้สึกของเราเป็นระยะ นับตั้งแต่บันทึกบทแรกไปจนถึงบันทึกสุดท้าย จนอดไม่ได้ที่จะย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในครอบครัวของตัวเอง ที่มีช่วงเวลาของความสุข ความเศร้า ความยากลำบาก ความเข้าใจ ที่สมาชิกทุกคนร่วมฟันฝ่ามาด้วยกัน โดยแต่ละหมุดหมายที่บันทึกอยู่ในทรงจำของเรานั้นรวมๆ แล้วเรียกว่า 'ความรัก' อย่างแน่นอน