ชายหนุ่มผู้ทำให้ช่างชุ่ยเป็นช่างชุ่ย

    เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินข่าวหรือแม้กระทั่งได้ไปยลโฉมสำรวจดินแดนศิลปะและไอเดีย แลนด์มาร์กแห่งใหม่ย่านฝั่งธนฯ ที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นโดยแนวคิดของ ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของแบรนด์แฟชั่นใหญ่ของไทย Flynow ที่ต้องการเนรมิตพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ใหญ่ครั้งนี้ นอกจากเหล่าทีมงานหลากหลายคนที่ลิ้มไว้วางใจแล้ว ยังมีสถาปนิกใหญ่ที่รับหน้าที่ก่อร่างสร้าง 'ช่างชุ่ย' ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างแปลกตา นำของเก่ามาทำเป็นอาคารใหม่ จนสามารถเรียกความสนใจจากผู้คนอย่างที่ได้เห็นกัน

    หนุ่ม-เอกวิทย์ คูวิวัฒนชัย สถาปนิกที่เติบโตในบ้านชาวจีน ผู้ใช้ช่วงเวลาในวัยเด็กเหมือนกับเด็กหลายๆ คนที่รู้จักอาชีพแค่เพียงครู หมอ พยาบาล และตำรวจ ทว่าคุณแม่ของเขา ที่ทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ได้สังเกตเห็นนิสัยชอบจัดวางพื้นที่ของลูกชาย จึงได้ไปศึกษาและแนะนำให้เขาเรียนต่อด้านการออกแบบ จนสุดท้ายก็ได้เป็นหนึ่งในนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรม สาขาสถาปัตยกรรมภายใน  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


    "ตอนเรียน เราไม่มีพื้นฐานทางวิจิตรศิลป์เหมือนเด็กที่เรียนมาโดยตรง ก็จะสู้เขาไม่ได้ เราไปเก่งวิชาด้านคิดไอเดีย จะได้คำชมเยอะ อย่างเช่นคิดไอเดียว่าบ้านของหมอต้องออกมาหน้าตาเป็นไง เป็นสเก็ตช์ดีไซน์ ถ้าเป็นโปรเจกต์จะได้คะแนนดี" นักออกแบบหนุ่มเล่าย้อนถึงความถนัดในช่วงวัยเรียน ซึ่งหลังจากเรียนจบ เขาก็ได้ทำงานตรงสาย โดยเริ่มต้นด้วยการทำงานตกแต่งภายในกับบริษัทออกแบบเล็กๆ แห่งหนึ่ง แม้ว่าเขาจะยืนกรานกับตัวเองว่าไม่อยากอยู่ภายใต้คำสั่งใคร แต่ด้วยสถานการณ์ที่ถูกตัดเงินจากทางบ้านหลังเรียนจบ ซึ่งทำให้เขาต้องกู้ยืมแม่จนเป็นหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้เขาตัดสินใจสมัครงานและก้าวเข้าสู่โลกเฟิร์สจ็อบเบอร์ในตอนนั้น

    ชีวิตช่วงทำงานของหนุ่มแปรปรวนและโลดโผนไม่น้อย เนื่องจากเขาต้องเผชิญปัญหาเรื่องเงินเดือนในวิกฤติปี 40 จนทำให้ต้องลาออกและครุ่นคิดถึงการผันตัวไปเป็นพ่อค้าขายไอศกรีมหน้าโรงเรียน ทว่าสุดท้ายแล้วชายผู้รักอิสระก็กลับสู่วงโคจรชีวิตหนุ่มออฟฟิศอีกครั้งในตำแหน่งเดิมกับบริษัทออกแบบที่ติดอันดับชั้นนำของไทยในขณะนั้นอย่าง P49 Design เพื่อลบคำสบประมาทที่เคยมีคนว่าเขาว่าคงทำงานในออฟฟิศใหญ่ๆ ไม่ได้ ทำอยู่พักหนึ่งเขาก็ลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์อีกครั้ง ก่อนจะมองหาลู่ทางในการสร้างเม็ดเงินอย่างก้าวกระโดด ซึ่งวิธีที่เขาคิดออกในตอนนั้นคือ การเปิดสตูดิโอเป็นของตัวเอง เพราะจะได้ทำทั้งงานออกแบบและรับเหมา


    แต่การเป็นเจ้าของกิจการไม่ได้ง่ายอย่างที่หนุ่มวาดฝันไว้ เมื่อเขาได้ร่วมหุ้นเปิดบริษัทกับเพื่อนถึงสองครั้งสองคราแล้วไม่เวิร์ก ท้ายที่สุด สถาปนิกผู้รักอิสระก็ได้ออกมาตั้ง  XiA Design & Consultant Co.,Ltd. ที่เป็นบริษัทรับออกแบบภายใต้ชื่อเล่นจีนของตัวเองที่อากงตั้งให้ โดยมีภรรยาช่วยดูแลและร่วมกันออกแบบ นอกจากเขาจะได้ออกแบบให้แบรนด์ดังอย่าง Flynow แล้ว เขายังได้รับเลือกให้ออกแบบร้าน Sirivannavari ของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ รวมถึงมีผลงานออกแบบออฟฟิศ คอนโดฯ และสำนักงานต่างๆ อีกร่วมกว่าร้อยแห่งในระยะเวลาแค่ 3 ปีที่เปิดบริษัท

    สำหรับโครงการช่างชุ่ย แรกเริ่มหนุ่มได้ถูกชักชวนให้มาร่วมเป็นนักออกแบบภายใน เป็นเพียงหนึ่งในทีมออกแบบที่นี่ ทว่าหลังจากที่สถาปนิกประจำโครงการถอนตัว เขาก็ได้เข้ามาดูแลด้านการออกแบบสถานที่แทน และรับหน้าที่เป็นผู้รับเหมา ทำให้ชื่อของหนุ่มปรากฏอยู่ใน 3 ช่างในช่างชุ่ย อันได้แก่ ช่างสถาปนิก ช่างออกแบบภายใน และช่างรับเหมา ซึ่งเมื่อเขาได้ก้าวกระโดดมาทำโปรเจกต์ที่ใหญ่ขนาดนี้ บวกกับทำงานร่วมกับผู้คนหลายพ่อพันแม่ ทำให้มีความกดดันและเครียดไม่น้อย ทว่าเขาได้ยึดหลักการทำงานสำคัญอยู่ 2 เรื่องไว้ในใจตลอดเวลา

    "เรื่องแรก ต้องเห็นความเดือดร้อนเขาเป็นความเดือดร้อนเรา เงินขาดมือเราก็ต้องดูให้เขาอยู่ให้ได้ คือถ้าเขาทำงานไม่ได้ งานเราก็ไม่เดิน ต้องให้ใจเขา สองคือเรื่องส่วนตัว เราต้องเข้าไปช่วยเขาดูแลอะไรไหม เช่น ลูกป่วยหรือว่ามาทำงานที่นี่ ที่นอนไม่มี น้ำไฟไม่พอใช้ก็ไปดูแล ลูกป่วยเอาเงินให้ไป คืนไม่คืนไม่รู้ก็ให้ไปก่อน" ช่างใหญ่อธิบาย


    และเมื่อถามถึงความรู้สึกของเขาหลังจากได้เห็นโครงการที่ปลุกปั้นมากับมือจนถึงตอนนี้ ช่างหนุ่มแห่งช่างชุ่ยก็ยิ้ม

    "เพราะอยู่กับมันมาทุกวัน คนก็บอกว่าโครงการเปิดแล้ว คนมาเที่ยวเยอะเลย แฮปปี้ล่ะสิ ผมก็ครับๆ แต่เรายังรู้สึกว่ามันไม่สมบูรณ์ มีความสุขระดับหนึ่งแต่ไม่เต็มร้อย แต่พอไปย้อนดูรูปกระบวนการที่เราทำมา ตั้งแต่ผืนป่า ปรับพื้น ก่อสร้าง ฝนตกน้ำท่วม เราก็คิดว่าเจ๋งว่ะ"

    ชายนักออกแบบเล่าถึงความตั้งใจในอนาคตที่อยากสานต่อ นั่นคือการก้าวสู่วงการเล่นหุ้นอย่างจริงจัง เพื่อจะได้สร้างแหล่งรายได้เพิ่มขึ้นจากอาชีพที่ทำอยู่ บวกกับถ้ามีโอกาสก็อยากเล่นอสังหาริมทรัพย์ เพราะเมื่อมีครบทั้ง 3 ส่วนนี้แล้วจะทำให้เขามีอิสรภาพทางการเงินและมีชีวิตช่วงบั้นปลายที่มีความสุขและพึงพอใจ นี่แหละคือชีวิตที่เขาอยากออกแบบให้ตัวเอง

Favorite Something
  •   The Godfather (1972), The Shawshank Redemption (1994), Fight Club (1999)
  •   Ed Sheeran, Moderndog, Proud, Metallica, Oasis
  •   Jack Ma Biography, Jony Ive, Steve Jobs and Richard Branson : Like A Virgin
  •   Vincent van Gogh, Claude Monet, Thawan Duchanee, Prateep Kochabua

เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา

นักเขียนและกองบรรณาธิการที่พบเจอตัวได้ตามหอศิลป์และร้านหนังสือ ชอบกินแซลมอนและชาบู อยากแก่ไปเป็นคุณป้าใจดีและมีฝูงแมวห้อมล้อม