happening จูงมือเพื่อนในแวดวงศิลปะบันเทิงไทย ไปอินเตอร์!

    สำหรับใครที่รู้จัก happening อยู่แล้ว เราคงเล่าไม่ยากว่า happening คืออะไร ทำงานในรูปแบบไหน แฟน happening บางคนรู้จัก happening ในรูปแบบของนิตยสารศิลปะบันเทิงราย 3 เดือน และในร่างของสำนักพิมพ์ที่ทำพ็อกเก็ตบุ๊กสำหรับวัยรุ่นที่ชื่นชอบงานอาร์ต ในยุคที่นิตยสารและสิ่งพิมพ์กำลังอยู่ในช่วงที่หลายคนเป็นห่วงกันว่าจะไปไม่รอด ชาวแฮพฯ ยังเดินหน้าทำนิตยสารต่อไป ควบคู่กับกระโดดไปหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ และลุกขึ้นมาทำโปรเจกต์สนุกๆ อีกเพียบ

    หลังจากซุ่มสร้างโปรเจกต์ใหม่ คือเว็บไซต์ happening and friends (ที่คุณกำลังเปิดอ่านอยู่นี้) มาพักใหญ่อย่างใจเย็น ตอนนี้ชาวแฮพฯ พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวผลงานและบอกเล่าแนวความคิดที่มี ซึ่งสองคนที่จะมาเล่าเรื่องราวและแถลงความในใจให้คุณได้อ่านกันในพื้นที่แห่งนี้ก็คือ วิภว์ บูรพาเดชะ บรรณาธิการบริหาร happening และ วรรณวนัช บูรพาเดชะ คู่ชีวิตของวิภว์ ที่มาทำหน้าที่บริหาร happening shop และทำงานคู่กับเขาในยุคหลัง 

พักหลังคุณทำงานเยอะมาก เพราะอะไรถึงทำงานเยอะขนาดนี้

    วิภว์: คนที่ทำงานหนัก ผมว่าถ้าธุรกิจไม่รุ่งเรืองมากก็คือกำลังลำบาก และผมคิดว่าผมไม่ใช่อย่างแรกนะ (หัวเราะ) แต่ถ้าจะใช้คำว่าลำบากซะทีเดียวก็คงจะไม่เชิง เพราะในความลำบากหรือเหนื่อยยาก เราก็ทำงานด้วยความสนุกอยู่ตลอด อย่างที่หลายคนก็รู้ดี ตอนนี้เป็นยุคที่นิตยสารน่าเป็นห่วงในแง่ของการหาหน้าโฆษณา เราเห็นจุดนี้เหมือนกัน แต่ทีนี้ ความดีงามของการทำนิตยสารใช่ว่าไม่มีเลย เรายังเชื่อในสื่อสิ่งพิมพ์และนิตยสารอยู่ และในเมื่อการหาโฆษณาจะไม่ใช่ปัจจัยแรกๆ ที่คนนึกถึง เราก็เลยไม่ทำนิตยสารเพื่อโฆษณาเป็นหลัก แต่ว่าจะทำเพื่อให้นิตยสารตอบโจทย์ผู้อ่านในแง่ของฟอร์แมตที่ผู้อ่านยังต้องการอยู่ การปรับตัวตรงนี้มีสูง ทำให้ต้องทำงานหนักเป็นธรรมดา ...แต่ก็แปลกดีเหมือนกัน ที่พอเราไม่โฟกัสกับโฆษณา หน้าโฆษณากลับดีขึ้นกว่าเดิม (หัวเราะ)

แต่แม้จะทำงานหนัก และทำงานนิตยสาร งานพ็อกเก็ตบุ๊กอยู่แล้ว happening ก็ยังทำงานในโหมดอื่นๆ ไปด้วย 

    วิภว์: ใช่ เราพบว่าจากเดิมที่ทำนิตยสารศิลปะบันเทิงไทยมา 10 ปี งานของเราจำเป็นต้องเติบโตไปในหลายๆ ส่วน หลังจาก happening ฉบับ 101 ที่เราปรับจากรายเดือนมาเป็นราย 3 เดือน มันเหมือนเราเริ่มตกตะกอนและทำความเข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น เราเลยเลือกทำงานแบบ Project-based คือตั้งประเด็นมาทำงานเป็นโปรเจกต์ๆ ไป โดยทุกโปรเจกต์จะมีความเป็น Art Project ด้วย เพราะเราชัดกับตัวเองแล้วว่าเรามาทางนี้แน่ งานที่เราทำเลยแตกแขนงไปตามจังหวะและโอกาส เราทำงานอีเวนต์ ทั้งแบบที่เราเป็นเจ้าภาพจัดเอง อย่างงาน happening@house และแบบที่มีลูกค้ามาจ้างให้เรา Curate ให้

    ด้วยความที่เราทำงานในสายศิลปะบันเทิง การคัดเลือกวงดนตรี จัดหาหนังที่เหมาะๆ การวางตัว Speaker ที่เข้ากับอีเวนต์ เลยเป็นสิ่งที่ทีมเราทำอยู่เป็นประจำ พอนานๆ เข้าจุดนี้ก็พาให้เรารู้จักเพื่อนฝูงและน้องๆ ที่เก่งๆ เยอะมาก สัมพันธภาพตรงนี้มันทำให้เราเดินไปต่อ จนมาเกิดเป็น happening shop ทั้งสองสาขา ที่หอศิลปกรุงเทพฯ และล่าสุดที่ช่างชุ่ย รวมทั้งจัดคอนเสิร์ตและทำรายการโทรทัศน์ตามโอกาสด้วย 

ที่ happening shop ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม

    วรรณวนัช: กะพริบตาไม่เท่าไหร่ ตอนนี้ happening shop กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 6 แล้วค่ะ ไวมาก สำนักพิมพ์ ค่ายเพลง วงดนตรีอิสระ ค่ายหนังแผ่น และนักออกแบบที่มาเข้าร่วมวางจำหน่ายชิ้นงานที่ร้านเราตอนนี้ทะลุ 200 รายไปแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต เรียกว่าอัดกันแน่นอยู่ในร้าน (หัวเราะ) เหมือนกับคนในแวดวงนี้เขาบอกต่อๆ กันว่าที่ happening shop เป็นพื้นที่ที่ยินดีสนับสนุนในเรื่องนี้ เรตของเราจะไม่เหมือนกับในห้างฯ แต่มีทราฟฟิกที่ดีมาก มากจนบางทีเราก็ตกใจว่าในร้านเรามีอะไรแจกหรือเปล่า คนมาอุดหนุนชิ้นงาน หนังสือ หรือเพลงของศิลปินอิสระเยอะกว่าที่เราคิดไว้ โดยเฉพาะที่สาขาแรก หอศิลปกรุงเทพฯ ชาวต่างชาติให้ความสนใจแทบจะตลอดทั้งปี เหมือนมันมีความเสถียรประมาณหนึ่งแล้ว 

ชาวต่างชาติเขารู้จัก happening shop ได้อย่างไร ทำไมเขาถึงไปอุดหนุนที่นั่น 

    วรรณวนัช: คงเป็นความเชื่อของเรา และความชัดของเราด้วย คือเราเชื่อว่าหอศิลป์ฯ เป็นที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสื่อสารเรื่องราวที่เป็น happening และตรงกับกลุ่มเพื่อนๆ ของเราด้วย คนที่รักงานศิลปะ ชอบดูนิทรรศการ ไม่ว่าชาติอะไรพอไปท่องเที่ยวก็จะไปที่หอศิลป์ฯ ของประเทศนั้นๆ ชาวต่างชาติมาเที่ยวกรุงเทพฯ ถ้าเขาสนใจศิลปะ ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะมาหอศิลปกรุงเทพฯ อยู่แล้ว

    หอศิลปกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในมิตรที่ดีของเรา ได้ทำงานร่วมกันและช่วยเหลือกันมานาน ตอนพี่วิพตัดสินใจไปเปิดร้านที่นั่นใหม่ๆ หอศิลป์ยังเงียบมากนะ แต่มันคงเป็นความเชื่อมั่นของแกว่าที่นี่คือที่ที่ใช่ happening shop ผ่านร้อนผ่านหนาวอยู่ราวๆ 4 ปีและได้พบว่า ในวันหนึ่ง ร้านของเราก็กลายเป็นที่รู้จักและได้รับการต้อนรับจากลูกค้าดีมาก ทั้งจากคนไทยเองและคนต่างชาติ เราพยายามจะหาเหตุปัจจัยเหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้เป็นอย่างนั้น คิดว่าโดยรวมคงเป็นเรื่องของการยืนระยะและการบอกต่อ ชาวต่างชาติบางคนเขาก็เขียนบล็อก เขียนลงโซเชียลฯ บอกเล่าให้เพื่อนฟังว่าถ้าจะมาหาเพลงไทยแบบหายากๆ หน่อย ก็มาที่ happening shop ได้ อะไรแบบนี้

นี่เลยนำพาให้ happening เริ่มขยายสาขาใช่ไหม

    วรรณวนัช: ใช่ จริงๆ แล้วเรามีความพยายามจะขยายสาขามาตั้งนานแล้ว มีคนมาชวนให้ไปร่วมด้วยก็หลายครั้ง แต่เราพยายามมองหาที่ที่ใช่สำหรับเราจริงๆ และไปเมื่อเราพร้อมจริงๆ อย่างที่ช่างชุ่ย แม้ว่าโครงการจะน่าสนใจมากและคุณลิ้ม (สมชัย ส่งวัฒนา) ก็ให้การต้อนรับพวกเราอย่างดี แต่เราก็ยังต้องทบทวนอยู่พักใหญ่กว่าจะตัดสินใจ คือ happening เป็นทีมเล็กๆ กำลังคนมีอยู่จำกัด เราพยายามจะไม่ขยับขยายเกินตัว เอาจริงๆ เราเจียมตัว เราไม่ได้รวยมาก (หัวเราะ)

    อย่างที่เราเปิดเว็บไซต์ happening and friends นี้ ก็คือคิดไว้นานแล้ว แต่ก็คือค่อยๆ สำรวจบริบทก่อน โทรถามเวนเดอร์และแบรนด์ต่างๆ ในร้านเราก่อนว่าเขาอยากได้อะไร ไม่อยากได้อะไร และทำมันออกมาในแบบที่พอดีๆ ทีมเราเป็นพวกคิดมากเหมือนกัน กว่าจะทำอะไรแต่ละอย่างคือคุยกันปรึกษากันนานมาก บางเรื่องก็รอให้ตกตะกอนก่อนแล้วค่อยสรุป มันเลยใช้เวลา การพาให้ชิ้นงานข้ามจากหน้าร้านออฟไลน์มาสู่ออนไลน์เป็นสิ่งที่เราฝันว่าจะต้องทำให้ได้ในวันหนึ่ง ไม่ได้ทำเพื่อให้ทางออนไลน์ดีแล้วทิ้งออฟไลน์ หรือทำเพื่อแข่งกัน แต่เราทำทุกอย่างเพื่อให้เอื้อกัน เพราะ happening เชื่อในสื่อหลายฟอร์แมตและเราเชื่อว่าการมีช่องทางหลายแบบควบคู่กัน น่าจะเป็นคำตอบของการทำธุรกิจยุคนี้ด้วย 

ในเว็บไซต์จะมีอะไรบ้าง นอกจากการต่อยอดจากหน้าร้านของ happening shop

    วิภว์: มันควรมีทุกอย่างที่รวมเป็น happening ครับ เราเติบโตมาจากคอนเทนต์นะ พวกเราทำนิตยสาร ทำหนังสือ ชอบอ่านงานเขียนดีๆ ชอบดูหนัง ฟังเพลง ชอบงานออกแบบสวยๆ พวกศิลปะทำมือ งานแอนะล็อกก็ชอบ นอกจากส่วน Online Select Shop แล้ว เรายังมีส่วนของบทสัมภาษณ์ สกู๊ป รีวิวให้อ่านกัน และมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทุกคนได้ร่วมเล่น ก็อยากให้ติดตามกันนะครับ 

    อันนี้เรารวบรวมความชอบจากทั้งทีมเรา ซึ่งมีคละอายุกันหลายวัย แต่ทุกคนเป็นคนร่วมสมัย และเราซิงก์กับผู้อ่านและลูกค้าที่ร้านของเราด้วย เราหยิบเอาความชื่นชอบของพวกเราทั้งหมดมาผสมรวมกัน โดยส่วนตัวอยากให้ happening and friends เป็นที่ที่ดีสำหรับคนที่ชอบทางนี้ อยากให้เป็น 'Thai happening Artists and Designers Hub' เพราะอย่างนี้เราเลยสื่อสารผ่าน 4 ภาษาซะเลย

เรื่อง 4 ภาษานี่ไอเดียมาจากไหน ทำไมถึงต้องเป็นไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน  

    วิภว์: ส่วนหนึ่งเกิดมาจากฐานลูกค้าของที่ร้าน และมาจากฐานคิดที่ว่าภาษาอะไรบ้างที่พอจะเดินทางไปทั่วโลกได้ พอเราเริ่มคิดว่าจะสื่อสารเรื่องของศิลปะบันเทิงไทยในโลกออนไลน์แบบจริงๆ จังๆ เรื่องการเข้าสู่ระดับสากลมันเลยมาแตะความคิด ...คือเราไม่ต้องภาษาเดียวก็ได้นี่ เรื่องแบบนี้ควรรู้กันมากกว่าแค่ในประเทศไทย เราเลยได้ไอเดียว่าต้องทำหลายภาษา 

    ซึ่งทีแรกเราคิดว่ามีแค่ภาษาไทยกับอังกฤษก็น่าจะพอ เพราะภาษาอังกฤษก็เป็นสากลมากพอแล้ว แล้วในอนาคตค่อยเพิ่มเวอร์ชันภาษาที่ 3 ที่ 4 แต่พอใช้เวลาคิดนานเข้าๆ เรากลับพบว่า 'จะรอเวลาทำไมล่ะ ทำไมไม่ทำตอนนี้เลย' มันอาจจะดูยากหน่อย แต่ก็น่าทดลอง ญี่ปุ่นก็เป็นชนชาติที่เราสนใจอยู่ เราร่วมงานกับชาวญี่ปุ่นหลายครั้ง และกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นก็น่าจะอยากติดตามศิลปินไทยผ่านช่องทางออนไลน์ บวกกับหยก (วรรณวนัช) เขาจบเอกภาษาจีนมาด้วย เขามั่นใจกับทางนี้ 

    วรรณวนัช: ที่เรียนมาได้ใช้แล้วจ้า (หัวเราะ) คือหยกเรียนภาษาจีนมา แล้วก็เคยเป็นเว็บดีไซเนอร์มาก่อน ...จริงๆ พี่วิพเอง ก่อนเป็นบรรณาธิการที่ HAMBURGER ยุคแรกๆ ก็เคยทำงานด้านออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์นะ มันเหมือนเราๆ พอจะมีฐานประสบการณ์ นานพอที่จะเห็นตอนดอทคอมรุ่งเรือง แล้วก็ฟองสบู่แตก ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะกลับมาทำงานด้านนี้อีก ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกดี มีอะไรที่เราอยากทำหลายอย่างในเว็บนี้ แน่นอนแหละ มันก็ยังมีอะไรที่ยังไม่รู้อีกมาก ต้องเรียนรู้ต่อไปอีกเยอะเหมือนกัน เราโชคดีที่มีทีมที่พร้อมจะเรียนรู้ทดลอง และไม่ขี้กลัว

ชื่อเว็บไซต์ happening and friends คำว่า 'friends' ที่ว่านี้หมายถึงใครบ้าง

    วรรณวนัช: เราตั้งใจหมายถึงเพื่อนของเรา ที่เป็นศิลปิน ดีไซเนอร์ นักสร้างสรรค์ ซึ่งหมายรวมถึงนักเขียนด้วย เพราะงานเขียนก็เป็นงานสร้างสรรค์สำหรับเรา 

    วิภว์: happening พยายามมาตลอดที่จะทำให้คนตระหนักว่าศิลปะและงานสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญ เพียงแต่ว่าในระยะแรกๆ เราอาจจะยังจับจุดไม่แม่นพอ ใช้เวลาเป็นทศวรรษเลย ช่วงแรกเราเน้นมากกับประโยคที่ว่า 'Entertainment is Art.' คือเรามองว่างานบันเทิงไม่ใช่เรื่องซุบซิบนะ จริงๆ มีแง่งาม มีมุมของงานศิลปะ ต้องผ่านความคิดความตั้งใจด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่ามันยากเหมือนกันนะ ที่จะสื่อสารเรื่องบันเทิงที่คนไทยคุ้นเคยในแง่มุมใหม่

    แต่พอเราจับจุดได้ เลยพบว่าจริงๆ แล้วถ้าเราตั้งหลักจากคำว่า 'ศิลปะ' ก่อน แล้วสำรวจว่าศิลปะในมุมมองของทีมเราคืออะไร จากนั้นค่อยลงมือทำงาน ก็พบว่าจริงๆ แล้วศิลปะสำหรับเราเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก เป็นเรื่องเพลง เรื่องหนัง ชิ้นงานออกแบบ หนังสือ การถ่ายภาพ หรืองานคราฟต์ พอพูดแบบนี้แล้วเข้าใจง่ายขึ้นเยอะ เราเลยเริ่มปรับทิศทางการทำงานกันใหม่ ตอนนี้เราโฟกัสมาก เราทำทุกอย่างที่จะสื่อสารเรื่องนี้ และบอกว่าศิลปะสำคัญต่อสังคมเรานะ ที่เราพูดนี่คือมันไม่ใช่แค่ในด้านจิตใจเท่านั้น แต่มันยังเป็นเรื่องของมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย

    จากการทำงานร่วมกับศิลปิน เราพบว่าการสนับสนุนพวกเขาที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่การเขียนประชาสัมพันธ์ให้เขาเท่านั้น แต่เรายังต้องทำให้เขาขายงานได้จริงด้วย แล้วในจุดที่เราทำได้ ทำไมเราจะไม่ทำ หยกเคยบอกกับผมว่า happening ต้องทำสิ่งนี้ เพราะเราทำได้ และเราพร้อมทุกอย่าง

    วรรณวนัช: แม้ว่ามันจะเหนื่อยชะมัด (หัวเราะ) จริงๆ แล้วมันคือการทำงานเป็นวงกลม การมีพื้นที่ให้จำหน่ายชิ้นงานเป็นหมุดหมายหนึ่ง แต่เราก็ต้องเอาทักษะหลักเรื่องคอนเทนต์ของทีมมาทำงานด้วย การที่ชิ้นงานจะขายได้ การเขียนสื่อสารให้ถูกกลุ่มก็ช่วยได้ และการเขียนคอนเทนต์บนเว็บไซต์เราทำด้วยความประณีตจากคนที่มีฐานเป็นคนทำหนังสือ ดังนั้นเรามั่นใจในความมืออาชีพนะ เชื่อว่าเราไม่ใช่แนว clickbait

    วิภว์: การทำงานหลายส่วนด้วยจำนวนคนแค่สิบกว่าคน มันก็เหนื่อยจริงๆ นั่นแหละ ทีมงานของเราต้องมีความสามารถหลายทาง และต้องเป็นคนไม่เกี่ยงงานด้วย สิ่งที่เราพบว่าน้องๆ ยุคนี้เก่งมากคือพวกเขามีทักษะหลากหลาย และสิ่งที่ทีมรุ่นพี่เก่งก็คือเรื่องทัศนคติและความอดทน น้องในทีมแฮพฯ คนแรกๆ ของเราเขาอยู่กับเราด้วยอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะทัศนคติ ความอดทน ความรักในงานที่ทำ เขาก็อยู่ไม่ได้นะ งานทางนี้ไม่ได้ร่ำรวยมาก คนที่อดทนเท่านั้นที่จะโตในที่สุด เราเชื่ออย่างนี้ 

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้พี่วิพไม่ล้มเลิกงานนิตยสารด้วยหรือเปล่า 

    วิภว์: ใช่ เรารักของเรา และอีกส่วนหนึ่งก็คือยังหาเหตุผลได้ไม่มากพอให้ล้มเลิก พี่ว่าคนเราทำอะไรต้องอึดนิดนึง นี่ก็ผ่านสิบปีไปแล้ว ผ่านช่วงแย่ๆ มาก็มาก ถึงตอนนี้หลายอย่างดีขึ้น และอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น เราจะเลิกทำไมกัน

    วรรณวนัช: โอเค เรายังไม่เลิกกันพี่ คบกันไปก่อน (หัวเราะ) เห็นด้วยกับพี่วิพ สำหรับเรา การอ่านนิตยสารไม่ใช่แค่เรื่องคอนเทนต์ มันคือการพักผ่อนด้วย อันนี้คือความเห็นส่วนตัวนะ เราไม่ชอบอ่านอะไรจากจอคอมฯ ถ้าไม่จำเป็น

ในเว็บไซต์มีอะไรพิเศษที่อยากบอกให้คนรู้กันไหม

    วิภว์: ก็จะเหมือนกับชื่อเว็บไซต์ happening and friends ก็คือเรากับเหล่าเพื่อน ลักษณะจะเป็นสังคมเล็กๆ และสำหรับคนที่แวะเวียนมาที่นี่ เราก็พยายามจะให้มีสิทธิประโยชน์บางอย่าง เหมือนเพื่อนมาบ้าน เราก็หาของกินดีๆ มาเสิร์ฟเพื่อนหน่อย (หัวเราะ) เราจะมีส่วน Rewards ที่คุณสามารถใช้แต้มสะสมมาแลกของกลับไป ซึ่งของที่เราเตรียมไว้ก็เป็นของที่เราชอบๆ กันนี่แหละฮะ บางชิ้นก็เป็นแรร์ไอเท็มด้วย ตรงนี้จะพิเศษนิดนึง โดยเราวัดจากตัวเองว่าถ้าเรามีแต้มแล้วเอาไปแลกของได้ เราจะอยากได้อะไร

    แล้วในฐานะของคนชอบเขียน นอกจากทีมเราจะเขียนรีวิวหนัง เพลง หนังสือ ให้อ่านกันเป็นระยะๆ แล้ว เรายังเปิดพื้นที่เล็กๆ ให้คนที่เป็นสมาชิกของเว็บไซต์สามารถเขียนรีวิวได้ด้วย ซึ่งสำหรับรีวิวคุณภาพในแต่ละเดือน ก็จะได้รับเลือกจากทีมงานให้เป็น 'Review of the month' อันนี้อยากสนับสนุนคนที่เขียนอะไรดีๆ ในโลกออนไลน์ คือไม่ใช่ว่าต้องชมอย่างเดียวห้ามตินะ แต่รีวิวของคุณน่าจะอ่านสนุกหรือเป็นประโยชน์กับวงการบ้าง  

    วรรณวนัช: แล้วอีกเรื่องที่เราตั้งใจมากๆ ว่าจะต้องมี เพราะมันเป็นอินเนอร์ ก็คือการแบ่งกำไรไปทำโปรเจกต์เพื่อสังคมเล็กๆ น้อยๆ คือหยกมองว่าถ้าเราบอกว่าศิลปะสำคัญ มันพัฒนาชาติได้ เราก็น่าจะทำอะไรบางอย่างที่เอื้อแวดวงนี้ในเชิงสังคมด้วย อาจจะแบ่งกำไรไปสร้างห้องสมุดศิลปะเล็กๆ หรืออะไรที่ทำแล้วได้ช่วยสังคมในส่วนนี้ขึ้นมาได้บ้าง แบบในฐานะของเอกชนตัวเล็กๆ เราก็อยากจะทำ

แล้วสำหรับโปรเจกต์เว็บไซต์นี้ ในแง่ของฟังก์ชันในเว็บ ทีมคาดหวังให้มันไปถึงจุดไหน วางเป้าหมายไว้ไหม

    วรรณวนัช: เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา ทีมเราจัดมีตติ้งเล็กๆ ชื่อ 'happening meet friends' ขึ้นมา แล้วชวนเพื่อนๆ กลุ่มแรกที่เราชวนให้เขามาอยู่ด้วยกันในเว็บมาเจอกัน สิ่งที่เราบอกกับเพื่อนๆ คือโปรเจกต์นี้จะเริ่มจากเล็กไปใหญ่ และในที่สุดมันจะไม่ใช่อะไรที่ใหญ่มากๆ คือเราพยายามจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเหล่า friends ที่เป็นเจ้าของชิ้นงาน หรือว่าผู้คนที่ผ่านเข้ามาอ่านและซื้อหาชิ้นงานในเว็บ ความคาดหวังของเราคือการเปิดพื้นที่ที่มีมวลความรู้สึกที่ดี เพิ่มพลังในการทำงานสร้างสรรค์ ได้ไอเดียได้ความรู้มาต่อยอดทำงาน เป็นกลุ่มคนที่รักและชอบศิลปะและงานบันเทิง แล้วส่งมันไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ คนที่เข้าเว็บอาจจะไม่เยอะมาก แต่จะต้องตรงกลุ่ม และเว็บจะต้องตอบสนองกลุ่มคนที่เราแคร์ได้สูง

    วิภว์: และแน่นอน เราคาดหวังรายได้ และคาดหวังให้มันเป็นพื้นที่ทำกินได้จริง ศิลปะสำหรับ happening จะต้องตอบทั้งสองโจทย์ คือทั้งทางใจ และทางเศรษฐกิจ ศิลปินก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล และต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ เราอยากทำตรงนี้ให้จริงจังพอสำหรับพวกเขา

คอนเทนต์ในเว็บไซต์จะอัพเดตบ่อยแค่ไหน และจะติดตามได้ทางไหนบ้าง

    วิภว์: เราไม่ตั้งเป้าว่าจะเป็นสื่อที่อัพเดตรวดเร็วฉับไว อาจจะเพราะเราไม่ถนัดด้วย ทีมงานเราคุยกันไว้ว่าจะใช้เวลาตกตะกอนก่อนสื่อสารอะไรบางอย่างเสมอ สกู๊ปของเราคงจะเน้นให้ไร้กาลเวลานิดนึง และเน้นเรื่อง 'คุณค่า' ให้มาก สำหรับคนที่สะดวกเข้าเว็บเรื่อยๆ ก็คลิกเข้ามาที่ happeningANDfriends.com ได้เลยฮะ หรือจะกดติดตามเราทาง เพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ก็ได้เหมือนกัน เราเปิดทุกช่องทางไว้รองรับทุกคนอยู่แล้วครับ

Facebook: https://www.facebook.com/happeningandfriends
Twitter: https://twitter.com/hapandfriends
Instagram: https://www.instagram.com/happeningandfriends