Numcha: นักร้องสาวผู้ชอบชงกาแฟและทำเพลงตามใจ จนโกอินเตอร์ได้ในปีเดียว

    หากแทนค่าเสียงเพลงของ​ Numcha ด้วยสิ่งรอบตัว เพลงของเธอคงเปรียบเสมือนแสงแดดในฤดูหนาว และสายลมที่ช่วยบรรเทาความร้อนในยามบ่าย เป็นเสียงเพลงที่พร้อมจะตกหลุมรักและผิดหวังไปกับความสัมพันธ์ของผู้ฟัง

    หลังจากที่ น้ำชา-ณัฐธชา ชูเกษ ได้ปล่อยซิงเกิลแรกในชีวิต 'Keep Cold' บอกเล่าความสัมพันธ์ของหญิงสาวที่พยายามจะเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเอง เมื่อปลายปี 2562 จนได้รับกระแสตอบรับจากผู้ฟังอย่างดี และมียอดเข้าชมกว่าสองแสนครั้งภายในหนึ่งสัปดาห์ จนมีเพลง 'Dirty Shoes' และ 'Kryptonite' ค่อยๆ ออกตามมาอย่างต่อเนื่อง

    แม้ว่าเธอจะพึ่งเข้าสู่วงการเพลงในฐานะศิลปินอิสระได้เพียง 1 ปี แต่การเดินทางของเธอกลับเป็นไปอย่างก้าวกระโดด ด้วยแนวเพลงฟังละมุนอย่าง Lo-fi/Soul และน้ำเสียงมีเอกลักษณ์ ประกอบกับเนื้อหาภาษาอังกฤษ จึงไม่แปลกใจเลยที่แต่ละเพลงจะได้รับความนิยมทั้งในหมู่แฟนเพลงชาวไทยและต่างประเทศ อีกทั้ง เธอยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับค่ายเพลงชื่อดังอย่าง 88rising โดยเธอเป็นศิลปินไทย 1 ใน 2 คน ที่ได้ทำการแสดงในเทศกาลดนตรีออนไลน์ Double Happiness Winter Wonder Festival อีกด้วย

    เราจึงถือโอกาสนี้ ชวนเธอมาพูดคุยถึงตัวตน ความฝัน และเรื่องราวระหว่างทาง ก่อนที่ความสำเร็จจะเดินทางมาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว

    วัยเด็กของน้ำชา เมื่อคุณแม่เปิดวิทยุให้ฟังระหว่างทาง เธอมักรับบทเป็นนักร้องประจำรถทุกครั้ง "เคยฟังเพลง 'ให้ตกน้ำ ตกรถ ตกเรือ ตกเตียง ตกสอบ สอบตก.. (B-King - แช่ง)' ไหมคะ" เธอหยุดหัวเราะ "หรืออย่างเพลงพี่เบิร์ด หมอกและควัน เราชอบมากเลย ตอนนั้นเราเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่รู้ว่าร้องเพลงสนุกดี ฟังดนตรีแล้วแฮปปี้จัง แต่ไม่เคยคิดนะว่าตัวเองจะมาเป็นนักร้องเหมือนทุกวันนี้"

    แม้เธอจะชื่นชอบเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก แต่ความฝันแรกของเธอคือการเป็นนักออกแบบ เด็กสาววัยมัธยมมุ่งมั่นกับการเตรียมสอบเข้าคณะด้านศิลปะ จนวันหนึ่งที่เธอหยุดพักและพูดคุยกับตัวเองเกี่ยวกับความฝันในอนาคตอีกครั้ง

    "ตอนแรกเราอยากเรียนออกแบบมาก เพราะเราชอบศิลปะ ชอบวาดรูป แต่เราก็ชอบร้องเพลงเหมือนกัน ก็เลยทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป จนเราติดคณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ พอกลับมาคุยกับตัวเองอีกครั้ง 'เห้ย เราชอบดนตรีมากกว่าว่ะ' เลยต้องไปเคลียร์กับแม่ว่า 'ขอเรียนดนตรีได้ไหม' เราชอบดนตรีจริงๆ และอยากจริงจังกับมัน โชคดีที่แม่สนับสนุน เราเลยได้เรียนดนตรีที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วนงานศิลปะเราก็ยังชอบอยู่นะ ยังคงชอบเสพย์งานอาร์ตสวยๆ อยู่ตลอด"

    เราขยับมาพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของเพลง Keep Cold ซึ่งเกิดขึ้นจากโปรเจกต์จบตอนปี 4 ที่นักศึกษาเอก Popular Music ต้องทำอัลบั้มเป็นของตัวเอง เธอกระซิบเบาๆ ว่า เพลงนี้เธอได้แรงบันดาลใจจากการแอบชอบใครคนหนึ่ง  "ด้วยความที่มันเหลือเวลาทำเพลงอีกแค่ 1 เดือน เราก็ยังไม่มีมู้ดที่จะแต่งอะไรดี พอดีตอนนั้นแอบชอบคนหนึ่งอยู่ ก็เลยลองแต่งถึงเขาดู เราใช้เวลาแค่คืนเดียว มันก็ออกมาเป็น Keep Cold เลย ตอนหลังๆ อาจจะมีไปปรับเนื้อเพลงให้เข้าที่บ้าง พอปล่อยเข้าไปในยูทูปของรุ่น อาจารย์ก็เข้ามาโหวตกันเยอะเลย แล้วก็มีคนเข้ามาฟังเกือบ 2,000 ครั้ง ในเวลาสั้นๆ เลยรู้สึกว่าน่าจะมีคนชอบนะ"

    เธอยอมรับว่า ตอนแรกไม่เชื่อว่าจะมีคนฟัง แต่ด้วยแรงสนับสนุนของเพื่อนๆ รอบตัว ทำให้เธอตัดสินใจทำเพลงนี้ร่วมกับเพื่อนๆ ที่มีสไตล์ตรงกัน นี่จึงเป็นก้าวแรกของเธอในฐานะศิลปินเต็มตัว

    "ตอนแรกเราไม่เชื่อนะ แต่เพื่อนๆ ก็บอกว่า 'ทำเถอะ' พอมานั่งนึกว่าในชีวิตเราอยากจะทำอะไร เราเองก็อยากเป็นศิลปิน
เป็นศิลปินก็ต้องมีเพลงของตัวเองใช่ไหม งั้นเอาอันนี้แหล่ะ ไหนๆ เพื่อนก็เชียร์ ลุยเลยแล้วกัน เราก็ชวนเพื่อนๆ มา Re-Arrange กันใหม่ แต่ยังใช้เนื้อเดิมในคืนที่แต่งวันนั้น ส่วนเอ็มวีก็เอามาจากเรื่องจริงที่เราเจอมา แต่ตีแผ่ออกไปในอีกแนวหนึ่ง จนกลายมาเป็น Keep Cold ที่ทุกคนฟังในปัจจุบันค่ะ"

    หากคุณลองฟังเพลงของน้ำชา จะพบว่าทุกเพลงมีพื้นฐานเป็นเพลงฟังสบาย ผสมผสานกับกลิ่นอายเพลง Neo-Soul, City-pop และ Alternative ซึ่งเป็นแนวเพลงที่เธอและเพื่อนๆ ชอบไว้อย่างลงตัว ถ้าคุณอยากฟังเพลงฟังสบายๆ ในวันพักผ่อน เราขอแนะนำเป็น Keep Cold ส่วนถ้าอยากรู้สึกสนุกขึ้นมาหน่อย Dirty Shoes ก็ดูเหมาะไม่น้อย ส่วนใครที่ถนัดเพลงช้า น้ำชาก็พึ่งปล่อยเพลง Kryptonite ที่หยิบไอเดียจากหนังเรื่อง Superman เปรียบเทียบคนที่แอบชอบเป็นแร่ธาตุ Kryptonite ที่ซุปเปอร์แมนแบบเราๆ พบที่ไรก็ต้องแพ้ทางให้ทุกที

    นอกจากเธอจะสนุกกับการทำเพลงและชมงานศิลปะแล้ว อีกหนึ่งงานอดิเรกที่ทำให้เธอหลงใหล คือ การทำกาแฟ "ตอนแรกเราไม่รู้ว่า ตัวเองชอบกินกาแฟ พอดีแม่มีแพลนจะเปิดคาเฟ่ เราก็เลยมีโอกาสไปเรียนทำกาแฟแบบงงๆ ปรากฎว่าเราเอ็นจอยมาก เลยกลับมาครีเอทเมนูที่ร้านหมดเลย ทั้งส่วนผสม รสชาติ เราเป็นคนปรุงเอง เขียนสูตรน้ำเอง ลองไปกินได้นะ ร้านชื่อ อารมณ์ คาเฟ่ ค่ะ" เธอพูดไปหัวเราะไป

    ใครที่อดใจรอเพลงใหม่จากน้ำชาไม่ไหว ลองแวะไปชิมเครื่องดื่มอร่อยๆ ฝีมือเธอบ้างก็ได้นะ

    เราปิดท้ายบทสนทนาด้วยการพูดคุยถึงความฝันในฐานะศิลปิน น้ำชาเล่าว่าเป้าหมายของเธออยากให้คนไทยที่ฟังเพลงสากลมีโอกาสได้ฟังเพลงท่ีเธอทำ "เราแค่อยากมีกลุ่มคนที่ชอบผลงานเรา มีงานเล่นเล็กๆ ที่คนไม่ต้องเยอะ แต่คนอยากมาฟังเพลงเรา อยากมาฟังสิ่งที่เราจะสื่อจริงๆ อันนั้นคือเป้าหมายในระยะสั้นค่ะ ส่วนระยะยาว เราอยากทำเป็นอัลบั้มให้เสร็จ อยากให้ทุกคนเอ็นจอยและมีงานเล่นเยอะขึ้น"

    ฟังดูแล้ว ความฝันของเธอก็สำเร็จไปไม่น้อย ไม่รู้ว่าในอนาคตความฝันของเธอจะใหญ่ขึ้นจากเดิมมากแค่ไหน แต่ในเวลานี้ เธอบอกกับเราด้วยรอยยิ้มว่า..

    "แค่ได้ทำสิ่งที่เราชอบที่สุดก็มีความสุขแล้วค่ะ"

Favorite Something
  •   500 Days of Summer (2009), Her (2013)
  •   Feel like making love - Roberta Flack, Can't take my eyes of you - Frankie Valli, Pluto projector - Rex Orange County
  •   Rupi Kaur
  •   Johnny Depp, Tom Misch, FKJ, Raveena, Yayoi Kusama

นิษณาต นิลทองคำ

กองบรรณาธิการที่กำลังใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน ชอบคุยกับผู้คน ท้องฟ้า และเสียงดนตรี เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลง ที่บางทีก็ปล่อยให้เพลงฟังเรา