STATIONERY ที่รัก Fountain Pen มีหมึกซึมคู่กาย ก็เหมือนมีเพื่อนคู่ใจ

    หลังจากเราโดนป้ายยาให้หาซื้อดินสอและปากกาในเล่ม STATIONERY ที่รัก Pen & Pencil ผลงานของ หยอย-ศศิ วีระเศรษฐกุล  ศิลปินนักวาดภาพประกอบสีน้ำแสนหวาน เจ้าของนามปากกา Sasi การเดินทางของพระจันทร์ ก็คลอดหนังสือภาคต่อเล่มใหม่ STATIONERY ที่รัก Fountain Pen จากสำนักพิมพ์ Fullstop ออกมา ต้องบอกไว้ก่อนว่า ไม่จำเป็นต้องอ่านเล่ม Pen & Pencil มาก่อน ก็สามารถอ่านเล่ม Fountain Pen ได้ เพียงแต่ถ้าอ่านต่อกันจะได้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันดี เพราะ Pen & Pencil จะพาเราย้อนไปหาอดีต ตามหาดินสอ ยางลบ ที่เราขีดเขียนตั้งแต่ยังเด็ก อ่านไปอ่านมา เหมือนได้กลิ่นไม้อ่อนๆ หลังเหลาดินสอเสร็จลอยออกมา ส่วน Fountain Pen จะเป็นโลกของผู้ใหญ่ ที่เล่าผ่านลายเส้น และตัวละครน่ารัก พาไปสำรวจอาณาจักรของปากกาหมึกซึม ที่ดูคุ้นชื่อ แต่มีรายละเอียดยิบย่อยมากมาย สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งหมายถึงตัวฉันเอง
    เมื่อเอ่ยถึงปากกาหมึกซึม แวบแรกคงนึกถึง ปากกาคอแร้ง สวยๆ แพงๆ ที่อยู่ในตู้กระจกโซนเครื่องเขียน ซึ่งต้องขอพนักงานดูเท่านั้นถึงจะลองเขียนได้ แต่ถ้าลองเขียนแล้วเกิดเขียนไม่ติด ก็โป๊ะต่อหน้าพนักงานอีก เพราะมันเป็นปากกาที่เขียนยากสำหรับมือใหม่ ต้องฝึกควบคุมมือและสัมผัส ซึ่งดูยุ่งยากไม่น้อย หลายคนจึงกลัว ไม่กล้าลองปากกาหมึกซึมสักที ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงพาเข้าไปทำความรู้จักกับปากกาหมึกซึมอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ส่วนประกอบต่างๆ ของปากกา (ซึ่งศศิถึงกับเสียสละ LAMY 1 ด้าม มาจับแยกชิ้นส่วน เพื่อวาดภาพสวยๆ ให้ดูในหน้า 13-14 เลยนะ) ช่วยตามหาปากกาด้ามแรกสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน พร้อมสอนจับปากกาหัดเขียนจนเขียนสวย การดูแลรักษาปากกา การทำความสะอาดให้สภาพดีไปนานๆ  แนะนำหมึกเติมขวดยี่ห้อต่างๆ ที่สายวาดรูปอยากรู้อุปกรณ์ของศิลปินที่ชอบจะต้องกรี๊ด และการเทคนิคการใช้ปากกาหมึกซึมสำหรับงานภาพประกอบ ที่ช่วยสร้างระยะและมิติให้ภาพ ซึ่งเราจะได้เคล็ดลับทั้งหมดผ่านหนังสือเล่มนี้แหละ  
    ศศิเล่าให้ฟังในหนังสือว่า ปากกาหมึกซึมด้ามแรกของเขาคือ LAMY SAFARI NIB: M ซึ่งได้เป็นของขวัญจากรุ่นพี่หลังเรียนจบคณะสถาปัตย์ฯ ใหม่ๆ  แต่เมื่อลองเขียน ก็เขียนไม่เป็นเลยเหน็บกระเป๋าเสื้อเอาไว้ตลอด เวลาออกไปทำงานช่วยเพิ่มลุคสถาปนิกให้ดูเท่และอุ่นใจดี (ในอดีต หยอย-ศศิ เคยทำงานเป็นสถาปนิก แต่ลาออกมาเป็นนักวาดภาพประกอบเต็มตัว เพราะใจรักการวาดภาพ) เขาเหน็บไว้แบบนั้นเกือบปีจะถามวิธีใช้จากใครก็ไม่กล้าถาม (เห็นไหม ขนาดศิลปินที่เก่งขนาดนี้ ก็เคยมีวันเวลาที่ใช้หมึกซึมไม่เป็นมาก่อน) จนท้ายที่สุดเมื่อรู้วิธีใช้ เขาก็พบว่า "ทำไมมันลื่นขนาดนี้วะ!!!" เมื่อหลงรักปากกาหมึกซึมเข้าอย่างเต็มเปา เขาก็ตามหาด้ามใหม่ๆ มาใช้ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ นอกจากลองเขียน ลองเล่น ก็ยังสะสมความรู้ ศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ ของปากกาหมึกซึม นานกว่า 10 ปี ทำให้ STATIONERY ที่รัก Fountain Pen อันแน่นไปด้วยความรู้ความเข้าใจ ตามสไตล์คนรักปากกาหมึกซึม ยิ่งบวกกับ เสน่ห์ในการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรและภาพวาด ที่เป็นเอกลักษณ์ของหยอย ศศิ ก็ทำให้เล่มนี้อ่านเข้าใจง่าย ชวนให้ตกหลุมรักปากกาหมึกซึมมากขึ้นเรื่อยๆ 
    เหตุที่หยอยคลั่งไคล้ปากกาหมึกซึม นั่นเป็นเพราะว่าปากกาจะเป็นไปตามคาร์แรกเตอร์ของเจ้าของ ปากกา 1 ด้าม สามารถเลือกส่วนประกอบได้ตามใจ ยิ่งโดยเฉพาะส่วนหัว(NIB) ซึ่งถือเป็นหัวใจของปากกาหมึกซึม มีมากมายหลายแบบ ทำให้สามารถเลือกลักษณะเส้น เลือกความนุ่ม เลือกความลื่น ได้ตามชอบเลย แถมถ้าดูแลรักษาดีๆ ปากกาหมึกซึมจะอยู่กับเรายาวนานไปหลายปี เหมือนเติบโตคู่กาย พัฒนางานวาดและวาดเขียนคู่ใจไปด้วยกัน
    "แม้ว่าปากกาหมึกซึมจะเป็นปากกาที่ต้องเขียนให้ถูกองศา จับ GRIP ให้ถูกตำแหน่ง ต้องเสียเวลาทำความคุ้นเคย แต่เมื่อใช้เป็นแล้ว ก็จะใช้สนุกไปตลอดชีวิต คุณจะได้ลายมือสวยๆ เส้นสวยๆ ได้ปากกาที่ลื่นที่สุด มีระบบและกลไกที่ดีที่สุด รวมไปถึงเจอหัว(NIB) ที่ชอบ ตลอดเวลาทุกๆ ครั้งที่ลงมือเขียนเลยครับ" 
    หากอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฉันพบระหว่างทางอ่าน STATIONERY ที่รัก Fountain Pen แล้วทำให้ฉันหลงรักงานของศศิยิ่งขึ้น คือข้อความที่สื่อถึงความเข้าใจและข้อความให้กำลังใจตลอดทางว่า เราไม่จำเป็นต้องใช้ปากกาหมึกซึมก็ได้ จะเลือกใช้ดินสอ ปากกา หรือเครื่องเขียนรู้ใจยี่ห้อไหน ก็ช่วยสร้างความสุขและทำให้เราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ได้ 
    "สำหรับการบันทึก การคัดลายมือหรือการวาด ใครที่กำลังท้อแท้ ใครที่กำลังฝึกอยู่ ผมเอาใจช่วยทุกๆ ทางนะครับ ไม่ต้องเป็นปากกาหมึกซึมก็ได้ เขียนให้สนุกเป็นพอ เขียนเป็นเพื่อนกันต่อๆ ไปครับ" อ่านถึงบรรทัดนี้ ฉันอดยิ้มตามไม่ได้ เหมือนได้รับกำลังใจให้เขียนบันทึกและหัดวาดรูปในทุกๆ วัน 
    STATIONERY ที่รัก Fountain Pen เป็นหนังสือที่ฉันคิดว่าเหมาะกับคนที่อยากลองใช้ปากกาหมึกซึม แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง รวมทั้งนักเรียน นิสิตนักศึกษาสายศิลปะ ที่ชวนให้มีปากกาหมึกซึมไว้คู่กายสักด้าม เพื่อช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักมือการสัมผัสปากกากับกระดาษได้ดีขึ้น ที่สำคัญก็มีโอกาสน้อยนัก ที่เราจะเห็นหนังสือภาพรวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายของปากกาหมึกซึมตามที่ต่างๆ เอาไว้ ซึ่งฉันยังไม่เคยเห็นหนังสือเล่มไหน เก็บรายละเอียดได้มากเท่านี้มาก่อน ยิ่งพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งเหมือนเรากำลังศึกษาคลาสวิชา ปากกาหมึกซึม 101 ที่พอจบหลักสูตรแล้วได้รับความรู้เต็มหัวเลย (แต่คนเขียนบอกว่าโล่งหัว เพราะเขียนออกมาหมดแล้ว)
    หยอยเปรียบเปรยว่า เครื่องเขียนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เพราะเขาเติบโตมาพร้อมเครื่องเขียนหลายชิ้น ที่ช่วยพัฒนางานของเขาให้มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ต้องอาศัย ความพยายาม และการฝึกฝนด้วยเหล่าดินสอ ปากกา และปากกาหมึกซึมที่เป็นเพื่อนของเขา 
    การอ่าน STATIONERY ที่รัก จึงไม่ใช่แค่ทำให้เรารักเครื่องเขียน แต่ยังทำให้เรารักการเขียนและการวาดด้วยมืออีกด้วย

กมลพร สุนทรสีมะ

อดีตเติบโตมากับกองบรรณาธิการนิตยสารสำหรับเด็กเเละครอบครัว เชื่อมั่นในพลังมหัศจรรย์ของเด็กๆ ชอบดอกไม้ พืชใบเขียว มีหอศิลป์เป็นที่ชุบใจ ติดชาเย็นหวานน้อย พอๆ กับกลิ่นกระดาษ อนาคตอยากเลี้ยงลาบาดอร์ สีน้ำตาล