Review: ชู้รักอังกฤษ

    ขอบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่หนังสือแนวโรมานซ์หรือนิยายประโลมโลก ทว่าชื่อหนังสือที่มีที่มาจากการสะกดคำผิดจาก สะระแหน่ (La menthe) กับ ทำจากดินเหนียว (en glaise) เป็น ชู้รักอังกฤษ (L'amante anglaise) เล่มนี้ เป็นหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนที่มีกลวิธีการเล่าในรูปแบบใหม่ที่ไร้ตำรวจกับนักสืบ มีเพียงคำบอกเล่าจาก 3 ตัวละครที่ดำเนินเรื่องและค่อยๆ เผยบุคลิกกับลักษณะของผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้

    มาร์เกอริต ดูราส ถอดคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญฝรั่งเศสออกมาเป็นบทละคร Les viaducs de la Seine-et-Oise (1959) หรือ สะพานรถไฟแห่งแซนน์-เอ-อวส ก่อนจะปรับเป็นหนังสือ L'amante anglaise (1967) หรือ ชู้รักอังกฤษ ด้วยการแบ่งออกเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนของ โรแบรต์ ลามี เจ้าของร้านกาแฟที่เป็นสถานที่จับกุมตัวฆาตกร, ปิแยร์ ลานน์ สามีของฆาตกร และ แคลร์ ลานน์ ผู้เป็นภรรยาและฆาตกร

    ด้วยความที่รูปแบบหนังสือเป็นเหมือนบทละคร จึงทำให้มีแต่บทพูดของตัวละครผู้ถามและผู้ตอบ โดยใช้เครื่องหมายขีด (–) แบ่งพาร์ทบทพูด และกำหนดรูปแบบตัวอักษรคำพูดของผู้ถามเป็นแบบตัวเอียง ซึ่งถ้าอ่านไวๆ ก็อาจทำให้เรางงงวยได้ว่าใครคือเจ้าของประโยคนั้นกันแน่

    จุดเด่นที่เราชื่นชอบในหนังสือเล่มนี้คือ จิตวิทยาที่แฝงมากับการสืบสวนของพวกเขาและเธอ แม้คำให้การจะดูไม่ปะติดปะต่อกันนัก ทว่าภาษาอันแข็งทื่อของคน 'ปกติ' และภาษาอันลื่นไหลของคน 'บ้า' กลับค่อยๆ ให้ความชัดเจนแก่ร่องรอยของคดีฆาตกรรมครั้งนี้ โดยเฉพาะแคลร์ ที่บุคลิกมีความซับซ้อนสูงมาก ทั้งเงียบ สันโดษ และเป็นอินโทรเวิร์ท นอกจากนี้จุดที่น่ากลัวคือ เซ็ตติ้งเรื่องเกิดที่เมืองเล็กๆ แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่าแคลร์เป็นฆาตกร แถมเธอน่าจะหนีได้โดยง่าย หากมิได้หลุด 'คำนั้น' ออกมาก่อน

    และอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การต่อสู้ของเพศหญิงต่อสังคมอุดมการณ์ชายเป็นใหญ่ ที่เห็นได้จากพฤติกรรมควบคุมผู้หญิงทั้งสองในบ้านของปิแยร์ และสภาพแวดล้อมในสังคมที่มองว่าการนอกใจมีเมียน้อยถือเป็นเรื่องปกติและยอมรับได้ ซึ่งการขบถต่ออุดมการณ์ชายเป็นใหญ่ในเรื่องนี้สะท้อนออกมาในรูปแบบที่ผู้หญิงในบ้านฝ่ายหนึ่งได้ฆ่าและถูกฆ่า เนื่องจากปิแยร์เป็นผู้ชายประเภทที่ยึดกฎระเบียบเป็นหลัก

    ทั้งยังมีสถานการณ์ในพาร์ทสืบสวนสุดท้ายที่เป็นของแคลร์ จากตอนแรกที่เธอเหมือนตกเป็นเบี้ยล่าง โดนไล่ต้อนจากผู้ถาม แต่แล้วสถานการณ์ก็พลิกผัน กลายเป็นเธอที่ควบคุมบทสนทนานี้แทน เราจึงมองว่าเธอคือตัวละครที่น่าสนใจมากทีเดียว

    จึงอาจพูดได้ว่าเราไม่ได้อ่านเรื่องนี้เพื่ออยากรู้ว่าใครเป็นฆาตกร แต่เราอ่านเพื่ออยากรู้ถึงสาเหตุและภาวะทั้งภายนอกภายในของตัวฆาตกรต่างหาก

    แม้ชู้รักอังกฤษจะเล่มไม่หนามาก อ่านจบได้ในคราเดียว แต่ปมปัญหาและเนื้อหาระหว่างทางของมันก็สามารถเรียกร้องให้เราครุ่นคิดทิ้งท้ายได้อีกยาวนาน


หมายเหตุ: หนังสือเล่มนี้เป็นฉบับแปลภาษาไทยจากต้นฉบับภาษาฝรั่งเศส

เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา

นักเขียนและกองบรรณาธิการที่พบเจอตัวได้ตามหอศิลป์และร้านหนังสือ ชอบกินแซลมอนและชาบู อยากแก่ไปเป็นคุณป้าใจดีและมีฝูงแมวห้อมล้อม