เพื่อนหน้าถัดไป

Friendship

        พูดถึง 'เฟรนด์ชิพ' เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกไปถึงสมุดที่เคยยื่นให้เพื่อนเขียนความในใจ ตอนวันสุดท้ายของการเรียน ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง อยากบอกอะไรเพื่อน อยากขอบคุณ อยากขอโทษ หรือ สารภาพรักกับเพื่อนที่ตลอดมาไม่เคยรวบรวมความกล้าได้สักที นี่คือโอกาสสุดท้ายของคนปากแข็งทั้งหลาย การเผยความในใจลงไปเป็นตัวอักษรบนหน้ากระดาษเฟรนด์ชิพอาจง่ายดายกว่า

        เฟรนด์ชิพไม่ได้ทางการเหมือนหนังสือรุ่นเป็นเรื่องราวเฉพาะของเจ้าของเฟรนด์ชิพว่าจะได้รับข้อความอะไรจากเพื่อนๆ ที่ยื่นไปให้เขียน เรามีเฟรนด์ชิพเพื่อที่จะได้บันทึกมิตรภาพนั้นไว้เป็นความทรงจำด้วยตัวอักษร ที่ต่อให้กาลเวลาจะผ่านไป จนตอนนี้อาจไกลกันไม่พบหน้า ณ ที่ใดสักแห่งภายในบ้าน ลองกลับไปปัดฝุ่น เปิดเฟรนด์ชิพเล่มนั้นออกมากางดูอีกครั้ง กระดาษอาจจะเริ่มเหลืองไปบ้างแล้ว แต่มิตรภาพและความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้ในนั้นก็ยังชัดเจน

        กิจกรรม 'เฟรนด์ชิพ' ของ happening and friends ก็เกิดขึ้นมาจากการกลับไปเปิดอ่านมิตรภาพในสมุดเหล่านั้น 

        เราเชื่อว่า 'มิตรภาพ' เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิต และเราก็ยังเชื่ออีกว่าเรื่องราวมิตรภาพดีๆ ระหว่างเพื่อน สามารถส่งต่อพลังงานบวกให้กับคนอื่นๆ ได้ และเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงเติมคำว่า friends ให้กับเว็บไซต์ของ happening

        ด้วยเหตุนี้เราจึงจัดกิจกรรมที่ชื่อว่า 'เฟรนด์ชิพ' ในแบบฉบับของ happening and friends ขึ้นมา นี่คือ กิจกรรมที่จะทำให้คุณไม่ได้ 'ลุ้นรับ' สิ่งของ แต่คุณจะได้เป็นผู้ 'ลุ้นให้' สิ่งของกับเพื่อนของคุณ

กติกาการร่วมสนุกกับกิจกรรม Friendship

        ทุกๆ เดือน เราจะเลือกสินค้าจากแบรนด์ภายในเว็บไซต์ขึ้นมาหนึ่งชิ้น ถ้าคุณเห็นว่ามีเพื่อนคนไหนที่รู้สึกว่าเหมาะกับของชิ้นนี้ และจะต้องดีใจเมื่อได้รับแน่ๆ ก็ลองเขียนบรรยาย 'เรื่องราวมิตรภาพของคุณกับเพื่อน พร้อมเหตุผลที่ของชิ้นนี้ควรจะอยู่กับเพื่อนของคุณ' แล้วส่งมาให้เรา เจ้าของเรื่องราวที่ถูกเลือกจะได้รับสิทธิ์เป็น 'ผู้ให้' ของรางวัลนั้นกับเพื่อน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะเราจะอาสาเป็น Friend ที่ Ship (ส่งของ) ให้กับเพื่อนของคุณเอง นอกจากนั้นเรื่องราวมิตรภาพของคุณกับเพื่อน จะได้รับการบันทึกไว้บนหน้า 'เฟรนด์ชิพ' ของเว็บไซต์ happening and friends อีกด้วย

ตัวอย่างงานเขียนเพื่อร่วมกิจกรรม

เพื่อนหน้าถัดไป

        เคยกลับไปเปิดสมุดบันทึกเล่มเก่าหรืออ่านสเตตัสของโพสต์เฟซบุ๊กที่เด้งมาจาก On This Day กันบ้างไหมครับ บางข้อความเราแทบไม่เชื่อตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าเคยพิมพ์หรือเขียนลงไปอย่างนั้น อ่านแล้วก็รู้สึกอายแปลกๆ 

        ไม่มากก็น้อยประสบการณ์ชีวิตเปลี่ยนแปลงเราทุกคน ผมในวันนี้ก็ไม่อาจเขียนข้อความแบบผมในวันนั้นได้ บางถ้อยคำของคน มันเกิดขึ้นแค่ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเท่านั้น ดังนั้นต่อให้กาลเวลาจะทำให้ต่อมาประโยคที่เราบันทึกไว้ดูน่าอายหรือน่าจดจำ นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับมันคือบันทึกทางเดินที่ผ่านมาของชีวิตเรา และมีเพียงผู้ที่เลือกจะบันทึกเรื่องราวนั้นไว้เท่านั้น จึงได้รับสิทธิ์ย้อนกลับไปมองเห็นรอยทางการเติบโตของชีวิตตนเอง ผ่านตัวอักษร

        ด้วยเหตุนี้เมื่อทราบว่าสิ่งของในกิจกรรม Friendship ครั้งแรก คือสมุดบันทึกทำมือของแบรนด์ดิบดี (Dibdee Binder) ผมถึงอยากที่จะหยิบยื่นมันให้กับเพื่อนของผมคนหนึ่ง ให้เขาได้ใช้บันทึกชีวิตของเขาตอนนี้ ที่กำลังอยู่ในช่วงจังหวะสำคัญ เขากำลังต้องไกลจากบ้านเกิดไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาถึง 2 ปี เพื่อเรียนและทำงานครับ

        สำหรับผม การต้องไปอยู่ต่างประเทศนับว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตอย่างหนึ่ง และเพื่อนผมก็คงคิดแบบเดียวกัน ตั้งแต่วันแรกที่เขาไปถึงอเมริกา เขาก็เริ่มต้นโพสต์สเตตัสสั้นๆ เล่าประสบการณ์แปลกใหม่ในต่างแดน พร้อมรูปภาพ และลงท้ายจำนวนวันที่เขาอยู่อเมริกาบนเฟซบุ๊ก ทำอย่างนี้เป็นประจำทุกวัน ผมไม่เคยถามว่าทำไม อาจเพราะการอยู่ต่างประเทศมันน่าตื่นตา หรือบางทีมันก็อาจชวนให้หวั่นใจ และเขากำลังหาวิธีนับถอยหลังให้ถึงวันกลับบ้านอยู่ ผมไม่อาจแน่ใจ

        ตลอดช่วงเวลาที่เป็นเพื่อนกันมา ผมรู้จักนิสัยเพื่อนของผมคนนี้อยู่อย่าง เขาไม่ใช่คนที่แสดงความทุกข์ของตนเองให้ใครเห็น ใน 730 วัน จำนวนคร่าวๆ ของเวลา 2 ปี นอกจากเหตุการณ์ดีๆ ที่เขาเลือกโพสต์บนเฟซบุ๊กเป็นประจำ ผมไม่อาจทราบได้เลยว่ามีวันไหนบ้างในจำนวนนั้น ที่เขากำลังภาวนาให้มันผ่านไปไวๆ 

        ผมอยากให้เพื่อนบันทึกประสบการณ์ชีวิตช่วงนี้ของเขาไว้ ค่อยๆ กลั่นกรองแต่ละวันออกมาเขียน เป็นบทเรียนชีวิตในแต่ละหน้า หรือบางทีก็ให้มันเป็นที่ระบายในวันที่อยากจะหมุนเวลากลับบ้านให้เร็วขึ้น ก็ยิ่งดี

        ไม่ต้องไปสนใจหรอกว่าเรื่องที่บันทึกลงไป เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วจะดูเขลา กลัวกลับมาเปิดอ่านแล้วจะดูอาย ซึ่งผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นความตั้งใจของสตูดิโอดิบดีหรือเปล่า ที่เจาะคำบนปกทำให้เมื่อเปิดออกมาเห็นเป็นคำว่า 'อาย' แต่เมื่อไหร่ที่ปิดมันลง คำบนหน้าปกนั้นจะกลายเป็นคำว่า 'BIG' ซึ่งผมอยากให้ประสบการณ์ 2 ปี ของเพื่อนที่ถูกบันทึกลงไปจนครบทุกหน้า สักวันจะมีประโยชน์ต่อตัวเขา นี่ไม่ใช่ประสบการณ์ที่ใครจะมีก็ได้ มันเป็นบทเรียนล้ำค่าอย่างหนึ่งของช่วงชีวิตที่เขาได้มา และจะเป็นองค์ความรู้ที่จะส่งผลต่อบันทึกในหน้าถัดไปของชีวิตเขา สมกับประโยคบนหน้าปกของสมุดบันทึกเล่มนี้ BIG thoughts from small notebooks

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพ อิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่จังหวัดเชียงใหม่