Tathata: แบรนด์กระเป๋าตามความเป็นจริง!

    ตถตา (Tathata) คือแบรนด์ไทยฝีมือสองสาวจากสองสถาบัน ที่สองหัวใจผสานกันเพื่อสิ่งเดียว นั่นคือการสร้างผลิตภัณฑ์ของพวกเธอให้ออกมาดีที่สุด และกลายเป็นที่ติดใจของคนทั่วโลกให้กลับมาซื้ออีกใบ และอีกหลายๆ ใบ

    โปเต้-วิภาวัส ดาราพงศ์สถาพร บัณฑิตจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาศิลปอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ กีวี่-กวิตา ศรีสันต์ บัณฑิตจากคณะมัณฑนศิลป์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คือเจ้าของเบื้องหลังความสำเร็จของตถตา 

    ทั้งหมดเริ่มต้นมาจากงานอดิเรกของโปเต้ช่วงที่เรียนจบใหม่ๆ เธอใช้เวลาช่วงว่างก่อนที่จะทำงานไปลงเรียนที่วิทยาลัยสารพัดช่าง เพื่อเรียนรู้เรื่องกระบวนการเย็บเครื่องหนังที่เธอสนใจ ประสบการณ์ในวิทยาลัยสารพัดช่างทำให้เธอได้ความรู้ใหม่ๆ และได้เจอกับผู้คนที่เข้ามาเรียนชั่วโมงละ 1 บาท เพื่อที่จะเข้ามาใช้เครื่องมือและเอางานเข้ามาทำ เทคนิคต่างๆ ที่เธอได้จากการเข้าไปทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ทำให้ต่อมาเธอสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับผลงานของเธอเองได้

    โปเต้เริ่มต้นทำงานในตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์ในออฟฟิศแห่งหนึ่ง และนำความรู้ที่ได้จากการไปเรียนที่วิทยาลัยสารพัดช่างมาพัฒนาทำเป็นกระเป๋าทำเองที่บ้านเป็นงานอดิเรกไปด้วย โดยมีพี่ชายของเธอเป็นผู้ออกเงินทุน 3,000 บาท สำหรับซื้ออุปกรณ์เริ่มต้น อีกทั้งยังตั้งชื่อแบรนด์ให้ด้วยว่า 'ตถตา' หนึ่งในคำสอนของท่านพุทธทาส ที่มีความหมายว่า เป็นจริงเช่นนั้นเอง

    โปเต้เริ่มต้นทำจนได้กระเป๋ามาจำนวนหนึ่ง เลยลองนำไปโพสต์ขายบนเฟซบุ๊กและขายได้เรื่อยๆ เธอจึงเริ่มตัดสินใจที่จะทำอย่างจริงจังมากขึ้น เลยหันไปชวนเพื่อนในที่ทำงานเดียวกันอย่าง กีวี่ อีกหนึ่งหุ้นส่วนของตถตาให้มาช่วย บ้านของกีวี่เป็นร้านขายอุปกรณ์ทำเครื่องหนังเจ้าเก่าแก่ในย่านเสือป่า ตั้งแต่เด็ก เธอมักจะหยิบของที่บ้านมาทำกระเป๋าหรือซองใส่มือถือเล่นอยู่แล้ว และอาจด้วยโชคชะตาบางอย่างที่ทุกอย่างก็ดูจะประจวบเหมาะ พอโปเต้ชวนให้มาทำแบรนด์ด้วยกัน เธอจึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมเป็นอีกหนึ่งหุ้นส่วนของตถตา    

    กระเป๋าของตถตามีจุดเด่นตรงคอนเซปต์ 'Fun+Tional Bag' ซึ่งเป็นการเล่นคำระหว่าง Fun กับ Functional เป็นส่วนผสมที่จะบอกว่า กระเป๋าของพวกเธอถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงรูปลักษณ์ที่ชวนสนุก ไม่น่าเบื่อ ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม เป็นกระเป๋าที่ไม่ได้สวยแต่รูป แต่ยังรวยซึ่งสมรรถนะ ขนาดที่บางรุ่นสามารถปรับได้มากสุดถึง 4 รูปแบบ (4 Ways Bag) คือทำให้เป็นได้ทั้งกระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพายคาดลำตัว กระเป๋าสะพาย หรือจะกระเป๋าเป้ ตามแต่เจ้าของจะสะดวกใช้ 

เรารู้สึกว่าไม่ค่อยมีแบรนด์กระเป๋าที่สื่อสารว่าเขาเป็นกระเป๋าที่สามารถปรับใช้งานได้หลายแบบ เราเลยคิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่เอามาสื่อสารตอนโฆษณาได้ คือเราพยายามจะหาวิธีการนำเสนอกระเป๋าของเรายังไงให้แตกต่างจากคนอื่นๆ และส่วนหนึ่งก็เป็นจุดยืนของแบรนด์เราที่เป็น Fun+Tional Bag"

    "เรารู้สึกว่าไม่ค่อยมีแบรนด์กระเป๋าที่สื่อสารว่าเขาเป็นกระเป๋าที่สามารถปรับใช้งานได้หลายแบบ เราเลยคิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่เอามาสื่อสารตอนโฆษณาได้ คือเราพยายามจะหาวิธีการนำเสนอกระเป๋าของเรายังไงให้แตกต่างจากคนอื่นๆ และส่วนหนึ่งก็เป็นจุดยืนของแบรนด์เราที่เป็น Fun+Tional Bag" กีวี่อธิบายแนวคิดการออกแบบกระเป๋าตถตา

    อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์อย่างกระเป๋านั้น ก็ถือเป็นสินค้ายอดฮิตที่หลายแบรนด์ผลิตออกมาแข่งขันกันจนล้นตลาด แต่สำหรับตถตาแล้ว พวกเธอมีมุมมองที่ต่างออกไป

     "เราเลือกที่จะทำผลิตภัณฑ์กระเป๋าในตลาดที่เหมือนคนจะทำเยอะมาก เป็น Red Ocean แต่หากมองให้ลึกลงไป มันยังไม่มีแบรนด์ไทยแบรนด์ไหนเลยที่สามารถพาตัวเองไปถึงระดับโลกได้ สมมตินึกถึงกระเป๋าเป้สมัยเรียน ก็ต้องแบรนด์ Outdoor ที่ใช้กันทุกวัย ทุกวัน แต่ยังไม่มีแบรนด์ไทยแบรนด์ไหนที่ดันตัวเองไปจนถึงจุดนั้น จุดที่คนทั่วโลกรู้จัก" โปเต้อธิบายจุดยืนและเป้าหมายของแบรนด์ตถตา

     และเพื่อที่จะครองใจผู้ที่ซื้อไปใช้แล้ว ให้กลับมาซื้อใหม่อีกครั้ง พวกเธอจึงตั้งใจในทุกรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ออกไป ทั้งในด้านความสวยงามและการใช้งานที่สามารถใช้ได้อย่างทนทาน จึงทำให้ปัจจุบัน ตถตามีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศมาติดต่อซื้อกระเป๋าของพวกเธอเดือนหนึ่งไม่ต่ำว่า 1,000 ใบ แถมมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 

    หากอยากรู้จักกับตถตามากกว่านี้ ทีม happening เคยสัมภาษณ์พวกเธอไว้ยาวๆ ในฉบับ happening 'Love and Piece' และเป็นบทสัมภาษณ์อีกชิ้นที่เราภูมิใจนำเสนออย่างยิ่งหากคุณจะตามไปอ่านกันต่อ

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพ อิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่จังหวัดเชียงใหม่

สุธิสาร์ ปฏิภาณเทวา

ช่างภาพ นักเขียนฟรีแลนซ์ ที่ชอบงาน Portraiture, Documentary, การดำน้ำ และการเดินทางเป็นชีวิต
ปัจจุบันนอกจากจับกล้องเขียนงานแล้ว มือของวิวยังจับจอบ จับเสียม มุ่งมั่นสร้างป่าและทำนาอยู่ที่ 'สวนแม่ทำป่า พ่อทำยา' อีกด้วย