โลกส่วนตัวที่ไม่เป็นความลับกับ อิ้งค์-วรันธร

    หลังจาก EP อัลบั้ม Bliss ที่ประสบความสำเร็จจนพา อิ้งค์-วรันธร เปานิล ศิลปินเจ้าของเพลงฮิต เหงา เหงา ติดตรึงในใจแฟนเพลงหลายคนจนมีแฟนคลับมากมายแล้ว นี่คือการกลับมาอีกครั้งของ Princess of Synth Pop กับซิงเกิล ความลับมีในโลก (Secret) ที่มีความแปลกใหม่ของเสียงซินธ์ที่มีมิติขึ้น สอดรับกับทำนองและเนื้อเพลงสุดน่ารัก ชวนให้ฟังและยิ้มตาม กับลุคใหม่ที่มีสีสันโฉบเฉี่ยว ชวนสะกดตาสะกดใจ และน้ำเสียงใสๆ สุดน่ารักที่สะกดหูไปพร้อมๆ กัน

    จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้เธอจะติดโผอันดับต้นๆ ของศิลปินหญิงยอดนิยมในเมืองไทย ไม่ว่าจะภาพลักษณ์หวานผสมเท่ ความสามารถในการร้องและเล่นดนตรี รวมถึงผลงานเพลงที่ฟังได้ตลอด ไม่ตกยุคสมัย องค์ประกอบเหล่านี้คือความลงตัวที่ทำให้อิ้งค์เป็นศิลปินที่เพียบพร้อมทั้งสไตล์และความสามารถ

    หลายๆ คนคงรู้จักหญิงสาวคนนี้ในแง่มุมศิลปินมาเยอะพอสมควรแล้ว เราจึงอยากพูดคุยกับเธอถึงอีกมุมที่ไม่ค่อยมีใครรู้ เป็นโลกที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นมากนัก และเป็นความลับที่เธออนุญาตให้คุณล่วงรู้ได้

ซิงเกิลใหม่ 'ความลับมีในโลก'

    กระแสตอบรับก็เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เพลงนี้เป็นเพลงที่อิ้งค์รู้สึกว่าอยากให้ทุกคนได้เห็นอะไรใหม่ๆ ในตัวเรา ไม่ว่าจะลุค เสื้อผ้า หรือสไตล์ดนตรี ทุกอย่างได้รับการปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้น จากที่อิ้งค์เป็นสายซินธ์ป๊อปอย่างที่ทุกคนรู้จัก อิ้งค์ก็อยากเป็นซินธ์ป๊อปที่มีความเป็นตัวเรามากขึ้น อาจจะโมเดิร์นขึ้น เป็นซินธ์ป๊อปแบบที่อิ้งค์เองก็ชอบฟังในยูทูบ ระยะเวลาสามปีของการทำงานที่ผ่านมา อิ้งค์ก็ค่อยๆ โตขึ้น ได้รู้จักเพลงซินธ์ป๊อปหลากหลายแนวมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น เราก็เอามาปรับใช้กับเพลงนี้ได้

    ความลับมีในโลก เป็นซิงเกิลแรกที่อยู่นอกเหนืออีพีอัลบั้มที่แล้ว เราก็ใส่อะไรใหม่ๆ เข้ามาในเพลงนี้ได้เลย พวกสีสันและการแต่งตัวด้วย ทุกคนอาจจะเคยเห็นแค่สีขาว เทา ดำ ไม่ค่อยมีสีที่ฉูดฉาดมาก มีแค่ตอนเพลง เกี่ยวกันไหม ที่เป็นสีส้ม นอกนั้นเวลาไปตามงานต่างๆ ก็จะเห็นแค่ไม่กี่สี ซึ่ง ความลับมีในโลก ก็มาแดงเลย เป็นสีที่ตัวเองชอบอยู่แล้ว ด้วยตัวเพลง ตัวเป้าหมายที่อิ้งค์อยากให้มีความจัดจ้านมากขึ้น ก็เลยนำมาเป็นคอนเซปต์ คนก็จะเห็นอิ้งค์ใส่สีแดง ทาปากแดง แล้วก็มีลุคใหม่อย่างผมที่ดูโตขึ้น แต่ก่อนเป็นสาวหวาน แต่อันนี้ดูเปรี้ยวขึ้นนิดนึง

แฟนคลับประหลาดใจกับลุคใหม่

    เขาก็ค่อนข้างแปลกใจกัน ตอนแรกอิ้งค์ก็แอบกังวลว่าเขาจะโอเคกันไหม เพราะสามปีที่ผ่านมา อิ้งค์เป็นแบบหนึ่งมาตลอด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะ ก็แค่เดินขึ้นบันได ถึงชั้นสองแล้ว ทุกอย่างยังเป็นตัวอิ้งค์อยู่ แฟนคลับโอเคมาก หลายๆ คนก็ถามว่าไปตัดผมที่ไหน ใช้เสื้อผ้าของอะไร ทุกคนตื่นเต้นและดูชอบมาก เพราะไม่เคยเห็นอิ้งค์แบบนี้

พัฒนาการของตัวเองตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงนี้

    ทุกอย่างเลย รู้สึกว่าเปลี่ยนไปแทบทุกอย่าง จริงๆ ก็เป็นอิ้งค์คนเดิมแหละ แต่เปลี่ยนไปในเรื่องความรับผิดชอบ ความคิด และเรื่องเป้าหมายความกดดันต่างๆ ทำให้อิ้งค์ไม่หยุดนิ่ง เพราะรู้สึกว่ามีคนใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะมาก ตัวอิ้งค์เองก็อยากไปต่อ เพราะก็มีจุดที่รู้สึกว่างานตัวเองนิ่ง หรือเวลาเห็นคนอื่นทำอะไรใหม่ๆ ก็อยากทดลองสิ่งใหม่ๆ ที่ตัวเองชอบบ้าง เหมือนเพิ่มความขยันและความกระตือรือร้นให้ตัวเองมากขึ้น

    ที่ผ่านมาตอนเพลงแรกอาจไม่มีแรงกดดัน ความคาดหวังเราอาจไม่ได้เยอะ แต่พอมาถึงตอนนี้ อิ้งค์จะรู้สึกว่าอยู่แบบนั้นไม่ได้แล้ว รู้สึกว่ามีเป้าหมายหลายๆ อย่างที่อยากไปถึง มีการเซตเป้าหมายของแต่ละเพลง แล้วถ้าได้ตามเป้าที่ต้องการ อิ้งค์ก็ค่อนข้างพอใจ

ความลับมีในโลก เวอร์ชัน Boxx Session

    เป็นการทำงานที่สนุกค่ะ มีการวางแผนมาก่อนแหละ เพราะเพลงของอิ้งค์เป็นซินธ์ป๊อป ดนตรีแค่ 2-3 ชิ้นไม่พอ ต้องเขียนดาต้ากลองไว้ด้วย อย่างตัวอิ้งค์เองก็นั่งคุยกับพี่ๆ ที่อะเรนจ์เพลงว่าอยากได้แบบไหน ที่จริงเพลง ความลับมีในโลก มีสไตล์ที่จัดจ้าน เป็นเพลงที่ค่อนข้างโมเดิร์น พวกเสียงซินธ์ต่างๆ อาจทำให้ดูฟังยาก อิ้งค์อยากทำให้ฟังง่าย ฟังได้เรื่อยๆ เป็นเพลงป๊อปแบบโยกตามได้เนิบๆ อาจเป็นสไตล์ที่ทุกคนคุ้นเคยกับอิ้งค์มากกว่า

    ก่อนที่ทุกคนจะได้ฟังเวอร์ชันที่เล่น มีอีกหนึ่งเวอร์ชันก่อนหน้านั้น เหมือนปรับเปลี่ยนกันค่อนข้างมาก พอได้เวอร์ชันที่พอใจก็เซตไว้แล้วไปเล่นสด ก็เล่นแค่ไลน์ของตัวเองและพี่ๆ คีย์บอร์ดกับกีตาร์ ที่เหลือก็ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย อย่างครั้งนี้ก็ได้โน้ตบุ๊กมาช่วยเยอะ

แง้มมองชีวิตวันว่างของอิ้งค์

    ไม่ค่อยมีวันที่ว่างทั้งวันเท่าไหร่ แต่ถ้ามีวันที่ว่างทั้งวันจริงๆ อิ้งค์จะค่อนข้างชิลล์มาก อยากพักผ่อนเต็มที่ จะนอนแบบไม่ตั้งนาฬิกาปลุก หลังจากนั้นก็ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูหนัง ออกไปกินข้าวกับเพื่อนหรือครอบครัว เป็นเหมือนคนทั่วไป หรือบางทีก็หาอีเวนต์ดีๆ ไปเที่ยวไปดู แต่ที่ขาดไม่ได้เลยในทุกๆ วันคือ อิ้งค์ชอบดูหนัง จะหาอะไรดูไปเรื่อย ถ้าเป็นช่วงทำเพลงมีคอนเสิร์ต ก็จะออกไปทำเพลงแล้วกลับมาดู มีมุมพักผ่อนของตัวเองเหมือนกัน จะไม่ถึงขั้นกลับมาแล้วไม่ทำอะไรแล้ว ต้องหาเวลาสักครึ่งหรือหนึ่งชั่วโมงมานั่งพักผ่อน ทำนู่นทำนี่

ทีมซัมเมอร์

    อิ้งค์ชอบดูหนังที่สบายๆ ไม่เครียดเกินไป ไม่กดดัน ไม่ค่อยชอบดูหนังต่อสู้หรือทริลเลอร์ แต่ก็สลับๆ ดูได้บ้าง ถ้าเป็นวันธรรมดาก็จะหาอะไรสบายหัวดู ดูในเน็ตฟลิกซ์บ้าง ในแผ่นบ้าง แล้วก็ยืมเพื่อนดู

    หนังที่อิ้งค์ชอบมากและชอบตลอดกาลคือ 500 Days of Summer (2009) จริงๆ ก็ดูนานแล้ว และเพิ่งครบรอบ 10 ปีไปไม่นานนี้ ก็กลับไปดู มันเป็นหนังที่น่ารัก เป็นหนังที่ดี อิ้งค์ชอบนางเอก (Zooey Deschanel) มาก เป็นทีมซัมเมอร์

ช่วงนี้อินเกาหลี

    ทุกวันนี้อิ้งค์ฟังเพลงค่อนข้างไม่ได้มีตัวยึดขนาดนั้น ก็ยังชอบซินธ์ป๊อปอยู่ แต่ศิลปินไทยใหม่ๆ เราก็ฟัง จะได้รู้ว่าตอนนี้มีอะไรบ้าง เขาไปถึงไหนแล้ว อิ้งค์เป็นดีเจแคท (Cat Radio) ก็ได้ฟังทุกอาทิตย์อยู่แล้ว ทั้งแมสทั้งอินดี้ เหมือนได้เปิดโลกว่าตอนนี้เขาทำอะไรกันอยู่ ชอบศึกษา รู้สึกดีที่เจอเพลงเจ๋งๆ เดี๋ยวนี้อิ้งค์ไปฟังแนวเกาหลีหน่อยๆ เป็นซินธ์ป๊อป เคป๊อปอินดี้ ชื่อ ADOY กับ Offonoff  ถ้าเข้าไปโซนอินดี้เกาหลีก็จะลิงก์ๆ ตามเข้าไปดูได้เรื่อยๆ และก็ฟังตามมิวสิกสตรีมมิ่ง แต่บางทีหาในแอพฯ ไม่เจอก็จะไปเสิร์ชในยูทูบ บางทียอดวิวไม่ได้เยอะแต่เพลงเจ๋งมาก ฟังเพื่องานและศึกษาเพื่อตัวเองด้วย

5 สิ่งที่อิ้งค์ขาดไม่ได้

    อย่างแรกคือโน้ตบุ๊ก ขาดไม่ได้เลย จะพกในวันที่อิ้งค์มีเวลาว่างมากๆ หรือประชุมงาน เพราะมันง่ายดี บางทีใช้สมุดหรือกระดาษจดแล้วทำหาย แต่การเซฟทุกอย่างไว้ในคอมฯ มันง่ายและค่อนข้างสะดวก อย่างตอนเปิดเรเฟอเรนซ์เพลงหรือเอ็มวี สองคือสมาร์ทโฟน หูฟัง กระเป๋าตังค์ และสุดท้ายก็กล้องฟิล์ม เพราะว่าชอบถ่ายรูป

โน้ตบุ๊กของอิ้งค์

    อิ้งค์พก Dell New Inspiron 5480 เพราะพกพาง่าย น้ำหนักเบา อิ้งค์ชอบดูหนัง ฟังเพลง หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หาเรเฟอเรนซ์ในการแต่งตัว บางทีดูในสมาร์ทโฟนก็แบตฯ หมดง่าย แต่อันนี้ค่อนข้างทน นี่ไม่ชาร์จแบตฯ มาสามวันยังอยู่ได้ ใน Boxx Session ก็เอามาเขียนโปรแกรมกลอง เอามาเล่นกับดนตรีได้ เวลาพิมพ์ก็ง่ายกว่ามือถือ เพราะอิ้งค์ต้องมอนิเตอร์เฟซบุ๊กเพจ คอยดูฟีดแบ็กของแฟนๆ ซึ่งใช้โน้ตบุ๊กมันสะดวกกว่า จอใหญ่กว่า แล้วเสียงก็ดีมากๆ ฟังเพลงแล้วดีสุด ดีไซน์สวย บางๆ เรียบๆ พกไปไหนก็ไม่เทอะทะ