เป็นเวลาพักใหญ่แล้วที่กล้องฟิล์มกลับมาได้รับความนิยมในบ้านเรา อีกทั้งปัจจุบันยังเกิดกระแสความนิยมการถ่ายภาพที่เรียกกันว่า Street Photography หรือ การถ่ายภาพแนวสตรีท สองกระแสในแวดวงถ่ายภาพตอนนี้ที่กำลังขยายความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่งของคำตอบนั้นเกิดจากการกระทำของชายผู้นี้ ซัน-อาทิตย์ เลิศรักษ์มงคล
จากอดีตนักแต่งเพลง ผู้ดูแลสื่อออนไลน์ให้กับค่ายเพลงใหญ่ และโปรดิวเซอร์ผู้ปลุกปั้นศิลปินดัง อย่าง ฟิล์ม รัฐภูมิ ปัจจุบันเขาหันมาจับกล้องฟิล์ม ถ่ายทอดผลงานผ่านภาพถ่ายแนวสตรีทที่เขาสนใจ ลงมือเขียนบทความให้ความรู้เรื่องกล้องฟิล์มในบล็อกส่วนตัว http://artyt.me ก่อตั้ง ฮัสแบนด์แอนด์ไวฟ์ (Husband and Wife) ร้านค้าขายอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้กล้องฟิล์ม ถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายภาพสตรีทให้กับเว็บไซต์ สยาม.มนุษย์.สตรีท (http://www.siamstreetnerds.com) และเจ้าของพ็อกเก็ตบุ๊กบันทึกการเดินทางถ่ายภาพแนวสตรีทที่อินเดีย พาราณสี.มนุษย์.สตรีท

เรื่องราวบนเส้นทางถ่ายภาพของซันเริ่มต้นขึ้นในวันที่เขาตัดสินใจย้ายบ้าน
"พ่อของผมเป็นคนเล่นกล้อง กล้องถ่ายรูปเลยอยู่ในชีวิตผมมาตั้งแต่เด็ก พ่อชอบสอนผมถ่ายรูป มันเป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตของเด็กรุ่นผม ที่ใครก็ต้องอยากเล่นกล้อง พ่อของผมมีกล้องทุกแบบเลย สมัยก่อนบ้านของผมเปิดเป็นเกสต์เฮาส์ เวลามีแขกที่เป็นฝรั่งมาพัก เขามักชอบเอากล้องมาขาย และถูกมาก แต่ตอนนั้นผมก็ไม่เคยรู้หรอกว่ามันคือกล้องอะไรบ้าง ไม่ได้สนใจเลย จนกระทั่งพ่อผมเสียได้ประมาณ 10 ปี ผมกำลังย้ายบ้าน ผมเลือกที่จะเก็บกล้องสะสมของพ่อไปด้วย แล้วผมก็เกิดสนใจ เลยหยิบกล้องของพ่อขึ้นมา ลองหาฟิล์มมาใส่ถ่ายเล่นๆ แล้วรู้สึกว่ามันสนุกว่ะ" ซันเล่าด้วยท่าทีสบายบนโซฟาหนังกลับตั้งอยู่ภายในร้านฮัสแบนด์แอนด์ไวฟ์ ซึ่งเขาเนรมิตพื้นที่ส่วนหนึ่งในบ้านย่านราชพฤกษ์ของเขาทำเป็นร้าน
ด้วยความชื่นชอบของเก่าเป็นทุนเดิม จากความสนุกกลายเป็นหลงใหล ซันเริ่มลงลึกไปในแง่มุมประวัติศาสตร์ของกล้องต่างๆ ที่มีจินตนาการตามกล้องไปถึงสภาพแวดล้อมในยุคของมันว่าเป็นยังไง มีตากล้องคนไหนเคยจับกล้องตัวนี้มาบ้าง ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มตามหาซื้อฟิล์มต่างๆ จากเมืองนอกมาทดลองถ่ายเป็นจำนวนมาก ซันเริ่มสั่งสมความรู้มากขึ้นและทยอยแชร์ประสบการณ์ลงบนบล็อกส่วนตัวของเขา ตั้งแต่ความรู้พื้นฐานจนถึงความรู้เชิงประยุกต์ต่างๆ ที่เขาพยายามย่อยสิ่งที่หลายคนคิดว่ายากให้มันง่าย ขณะเดียวกันฟิล์มที่เขาสั่งมาจำนวนมากก็เริ่มเกินการใช้งาน ซันจึงตัดสินใจเริ่มขายฟิล์มบนเว็บไซต์
"ตอนแรกที่ขาย ผมไม่คิดเลยว่าจะให้มันเป็นธุรกิจ แต่ปรากฏว่ามันมียอดที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ และผมตัดสินใจกับตัวเองตอนนั้นได้แล้วว่าตัวเราชอบสิ่งนี้ และใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับมัน ซึ่งตอนนั้นผมได้ออกจากงานประจำที่ทำมานานแล้วด้วย มันเหมือนการหาตัวเองเจอ เลยตัดสินใจเปิดร้านฮัสแบนด์แอนด์ไวฟ์"
ระยะเวลา 4 ปี ที่ซันเปิดร้าน เขาพบเห็นผู้คนรอบข้างที่เข้ามาในธุรกิจเดียวกันล้มหายไปไม่น้อย


"มีบางคนขายฟิล์มมาก่อนผม แล้วกลายมาเป็นลูกค้าผมทีหลัง เขาก็ถามว่า ผมขายไปได้ยังไง? การขายฟิล์มมันเหนื่อยมากเลยนะครับ ต้องใช้ทุนเยอะ กำไรยาก แต่ผมชอบ และพยายามคิดโมเดลให้มันพออยู่รอดได้ ผมอยู่ในแวดวงทำธุรกิจมาก่อน ผมถูกสอนมาให้รู้ว่าการที่จะทำให้ร้านสามารถอยู่ต่อไปได้ยาวๆ คือคุณต้องรู้ว่าทุนของคุณคืออะไร และผมก็เห็นว่าเมืองนอกก็มีร้านที่เขาอยู่ได้ ผมว่าเราต้องมีเป้าหมายว่ากำลังทำอะไร ฮัสแบนด์แอนด์ไวฟ์อยากเป็นร้านที่ขายของให้คนที่รักกล้องฟิล์มได้ทุกอย่างจริงๆ ผมจะเลือกแต่ของที่มันดีที่ตัวผมเองก็ใช้ มันไม่ใช่ธุรกิจที่ทำให้รวยหรอก เลิกคิดว่าจะรวยจากสิ่งนี้ ตัดไปได้เลย แต่มันก็ทำให้ชีวิตอยู่รอดได้ และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ผมว่ามันก็โอเคแล้ว ผมถึงตัดสินใจเลือกทางนี้ แล้วค่อยมาคิดวิธีการพัฒนาให้มันไปต่อยังไงอย่างยั่งยืนที่สุด"
เนื้อหาบนบล็อกที่จำนวนเพิ่มขึ้น ตามประสบการณ์ด้านกล้องฟิล์มของเขา สอดคล้องกับสินค้าของร้านฮัสแบนด์แอนด์ไวฟ์ที่มีประเภทมากขึ้น จากเดิมที่ขายแต่ฟิล์ม พอซันเริ่มสนใจการล้าง สแกนฟิล์มเอง และเขียนลงบล็อก ก็มีผู้คนเข้ามาอ่านและสนใจติดต่ออยากซื้ออุปกรณ์ในบทความของเขา ลูกค้าหลายคนและสินค้าของร้านซันจึงมีที่มาแบบนี้
วันนี้ธุรกิจที่เขาเริ่มไว้กำลังขยับขยายใหญ่ขึ้น ร้านฮัสแบนด์แอนด์ไวฟ์กำลังเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ ย้ายจากพื้นที่บริเวณบ้านของซัน ไปอยู่ที่เมืองทองธานี
"ผมตัดสินใจแล้วว่าทิศทางชีวิตของผมต่อไปจะทำสิ่งนี้ อยากทำให้มันจริงจังขึ้น เลยตัดสินใจหาทำเลที่มันสะดวก ร้านแห่งใหม่ผมก็ยังคงใช้วิธีคิดจากร้านเดิม คือยึดตามความชอบของตัวเอง ส่วนหนึ่งผมชอบหนังสือ ในร้านก็จะมีโฟโต้บุ๊กดีๆ ขาย ซึ่งหายากมาก ไม่ค่อยมีคนเอาเข้ามา มีอุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องฟิล์มจำหน่ายมากกว่านี้ มีฟิล์ม มีน้ำยาต่างๆ ให้เลือกมากขึ้น มีบริการล้าง สแกน อันนี้คือหลักๆ นอกจากนั้นผมตั้งใจจะเปิดโรงเรียนสอนการถ่ายภาพ Modern Photography ในพื้นที่ร้าน ผมรู้สึกว่าเมืองไทยมีแต่การสอนเชิงเทคนิค เชิงอุปกรณ์ พวกรูรับแสง โบเก้ อะไรต่างๆ ผมว่าทำให้วงการถ่ายภาพไม่โต งานภาพถ่ายมันเกิดจากไอเดีย ฉะนั้นคอร์สในโรงเรียนผมจะสอนเรื่องการสร้างไอเดีย มีหลายๆ คนที่เชี่ยวชาญมาช่วยสอน เพราะว่าการถ่ายภาพที่แท้จริง พอคุณเข้าใจกล้องที่ใช้แล้ว สิ่งที่ต้องโฟกัสมันอยู่ที่วิธีการสร้างงาน"

นอกจากบทบาทการเป็นเจ้าของธุรกิจขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องฟิล์มที่เริ่มต้นจากการหยิบกล้องฟิล์มของพ่อมาลองถ่าย ความหลงใหลในการถ่ายภาพจากกล้องฟิล์มยังทำให้ซันกลับมาถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้เขาค้นพบตัวเองว่าสนใจการถ่ายภาพแนวสตรีท
"เวลาดูภาพที่ถ่าย ผมสังเกตว่าผมชอบถ่ายคน ชอบให้มีคนอยู่ในภาพ แต่ผมรู้สึกว่าถ่ายยังไงมันก็ไม่ดีสักที แล้วบังเอิญเจอน้องที่เล่นเพจ Street Photo Thailand ผมลองเข้าไปดูก็โห รูปถ่ายเหล่านี้มันอะไรกันวะเนี่ย ผมเลยลองลงภาพบ้าง แต่ไม่ผ่าน ก็อะไรวะ แล้วต้องถ่ายยังไง ไม่มีใครสนใจรูปผมเลย เป็นอย่างนี้อยู่เป็นปี แล้วยิ่งถ่ายฟิล์มด้วยก็ลำบากเข้าไปอีก กระทั่งทางเพจเขาเปิดเวิร์กช็อป เลยสมัครเข้าไป อยากรู้ว่าตัวผมจะเข้าใจไหม ถ้าไม่อีกก็จะเลิกถ่าย ในเวิร์กช็อปทำให้ผมได้รู้จักช่างภาพและทิศทางการเรียนรู้ภาพถ่ายแนวสตรีทที่ถูกต้อง มันได้จุดประกายบางอย่างให้ผมสามารถงมทางถูก หนึ่งคือช่างภาพสตรีทที่ใช่ มันทำให้เราเห็นงานสตรีทที่ถูกต้อง สองคือเขาพาเดินและพาถ่ายพร้อมบอกว่าอันไหนดี ไม่ดี หลังจากวันนั้นผมก็บ้าคลั่งกับการถ่ายภาพสตรีท" เขาบ้าคลั่งถึงขนาดที่ว่าเคยตัดสินใจเดินทางไปเมืองพาราณสีเพื่อฝึกการถ่ายภาพสตรีทแนวเลเยอร์ (Layer) จนออกมาเป็นพ็อกเก็ตบุ๊กบันทึกการเดินทาง พาราณสี.มนุษย์.สตรีท

นอกจากนั้นความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพแนวสตรีทที่เขาได้รับยังเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาตัดสินใจเขียนบล็อกให้กับ สยาม.มนุษย์.สตรีท
"ผมรู้สึกว่าปัญหาของคนไทยที่เริ่มสนใจถ่ายภาพสตรีท มันไม่มีแหล่งความรู้ที่ยื่นมือมาดึงคนที่เพิ่งเริ่มไปหาคนที่ถ่ายเป็นและดี มันมีช่องว่างบางอย่างอยู่ มันขาดคนพายเรือส่งระหว่างช่องว่างนั้น ผมเลยเริ่มต้นตรงนี้"
คงไม่ผิดอะไรนักหากกล่าวว่าความรู้ด้านการถ่ายภาพแนวสตรีทที่เขาเขียนคือตำราการถ่ายภาพสตรีทฉบับภาษาไทยอันแรก ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ศึกษาเป็นแนวทาง และไม่ต่างอะไรกับที่ซันเคยเป็น พอกลุ่มคนรุ่นใหม่สามารถงมทางได้ถูก ทุกวันนี้เราถึงได้เห็นชื่อของตากล้องสตรีทชาวไทยรุ่นใหม่จำนวนมากที่มีผลงานน่าสนใจและกำลังไปชิงรางวัลจากต่างประเทศ
ทุกวันนี้ซันยังคงสนุกกับการสะพายกล้องออกไปถ่ายรูปในสถานที่ต่างๆ ศึกษาหาความรู้น่าสนใจมานำเสนอ บนบล็อกและเว็บไซต์ สยาม.มนุษย์.สตรีท และในเร็ววันนี้ประสบการณ์ทั้งหมดของเขาจะกลายเป็นบทเรียนในโรงเรียนที่เขากำลังสร้างควบคู่กับร้านฮัสแบนด์แอนด์ไวฟ์แห่งใหม่ สถานที่ที่เขาตั้งใจจะทำให้เป็นที่ผลิตตากล้องน่าสนใจใหม่ๆ และเป็นภาพใหญ่ในชีวิตที่เขากำลังโฟกัส

5191 VIEWS |
นักเขียน และ ช่างภาพ อิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่จังหวัดเชียงใหม่