อย่าดูแต่ซีรีส์! เพราะใน Netflix เขามีงานศิลปะด้วยนะ

    หากใครกำลังตามหาแรงบันดาลใจ ไอเดียดีๆ หรืออยากเสพงานศิลปะ แต่ว่าไม่อยากเดินทางฝ่าการจราจรสุดหนาแน่นและอากาศร้อนอบอ้าวเพื่อไปพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรี เราขอพาทุกคนไปสำรวจแหล่งเสพงานอาร์ตใกล้ตัวที่ใครหลายคนอาจลืมไปได้

    เพราะนอกจากซีรีส์ยอดฮิตอย่าง Sex Education, Kingdom หรือ You แล้ว Netflix เวอร์ชันไทยยังเป็นคลังงานศิลปะ ที่รวบรวมหนัง ซีรีส์ สารคดี และรายการทีวีสุดอาร์ตเอาไว้ไม่น้อย บางรายการถือว่าบันเทิงไม่แพ้ซีรีส์เรื่องใดๆ เลยก็มี และสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเข้าสู่แวดวงนี้ เรามี 10 โปรแกรมที่อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ และเรื่องราวศิลปะมากมายหลายรูปแบบ ทั้งสารคดีรวมนักสร้างสรรค์แห่งยุค หนังที่วางมุมกล้องสมมาตรทุกฉาก หรือแม้แต่รายการวาไรตี้สุดแหวกที่จะเปิดประสบการณ์คนดูไปพร้อมกัน

    แล้ว 'ศิลปะ' จะแต้มสีสันให้วันธรรมดาของคุณต้องเปลี่ยนไป


Abstract: The Art of Design

    งานของเขา คือโลกของเรา

    รวมเรื่องราวของเหล่าศิลปินสุดเจ๋งที่สร้างสรรค์ผลงานระดับโลกมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พอลลา เชอร์ (Paula Scher) นักออกแบบตัวอักษร, คริสตอฟ นีมันน์ (Christoph Niemann) นักวาดภาพประกอบ, พลาตอน (Platon) ช่างภาพ, ทิงเกอร์ แฮตฟิลด์ (Tinker Hatfield) ผู้ออกแบบรองเท้าไนกี้, ราล์ฟ กิลล์ส (Ralph Gilles) นักออกแบบยานยนต์, บียาเค่ อิงเกลส์ (Bjarke Ingels) สถาปนิก, อิลเซ ครอว์ฟอร์ด (Ilse Crawford) นักออกแบบภายใน และ เอส เดฟลิน (Es Devlin) นักออกแบบฉากเวที

    สารคดีชุด Abstract: The Art of Design (2017) สามารถดึงความคิด ทัศนคติแบบนามธรรมของศิลปินแต่ละคนออกมาได้อย่างลึกซึ้งและเข้าใจง่ายในเวลาเดียวกัน ทั้งยังอาศัยจังหวะการตัดต่อที่สนุกสนาน ชวนให้ติดตามตลอด 40 นาที และพร้อมจะคลิกดูเรื่องราวของศิลปินคนถัดไปทันทีที่หน้าเครดิตขึ้น

    หากใครกำลังตามหาแรงบันดาลใจ หรือแรงกระตุ้นในการทำงานแล้วล่ะก็ Abstract: The Art of Design มีคำตอบนั้นให้คุณอย่างแน่นอน


The World's Most Extraordinary Homes

    "I want a house to change my life"

    เติมเต็มความฝันในชีวิต ด้วยสารคดีบ้านสุดตระการตา อย่าง The World's Most Extraordinary Homes นำชมโดย เพียร์ส เทย์เลอร์ (Piers Taylor) สถาปนิกมือทองมากรางวัล และ แคโรไลน์ เควนติน (Caroline Quentin) นักแสดงผู้หลงใหลการออกแบบสถาปัตยกรรมเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งคู่จะพาชมบ้านหลากหลายดีไซน์ ที่ไม่ได้มีดีแค่งบก่อสร้างอันมหาศาล แต่ทั้งการออกแบบ ทัศนคติของเจ้าของบ้านและสถาปนิกเอง ก็น่าตื่นตาตื่นใจสมชื่อสารคดี ไม่ว่าจะเป็นบ้านกลางภูเขาที่ต้องเดินทางด้วยเคเบิลเท่านั้น บ้านกลางทะเลทรายตัดขาดจากโลกภายนอก บ้านใต้ดินติดทะเล หรือบ้านกลางป่าที่สร้างโดยไม่ตัดต้นไม้เลยสักต้น ต่างก็แฝงความท้าทายด้านการออกแบบที่สอดรับกับโจทย์สุดท้าทายจากเหล่าเจ้าของบ้าน เพื่อสร้างบ้านที่ไม่ได้เป็นแค่ที่พักพิงเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนชีวิตของใครก็ตามที่เข้าพักอาศัยอีกด้วย

    The World's Most Extraordinary Homes เป็นสารคดีชุดที่เคยเผยแพร่ในช่อง BBC Two มาแล้วตั้งแต่ปี 2017 และเข้าสู่ Netflix เวอร์ชันไทยเมื่อปี 2018 มีทั้งหมด 3 ซีซัน (ซีซัน 2 แบ่งออกเป็น 2 พาร์ต) แต่ละซีซันแบ่งออกเป็น 4 ตอน ตอนละ 45-60 นาที โดยซีซันแรกจะพาไปสำรวจบ้านท่ามกลางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ ส่วนซีซัน 2 จะเจาะลึกไปยังบ้านสุดแปลกตาในแต่ละประเทศที่น่าสนใจ เช่น อินเดีย อิสราเอล และโปรตุเกส เป็นต้น


Sky Ladder: The Art of Cai Guo-Qiang

    สร้างบันไดเพื่อไต่ขึ้นฟ้า

    คือความฝันของ ไช่กั๋วเฉียง (Cai Guo-Qiang) ศิลปินชาวจีน ผู้สร้างสรรค์ดอกไม้ไฟที่มีชื่อเสียงก้องโลก เขาเชื่อว่าศิลปะไม่เคยมีคำว่า ล้มเหลว หรือสำเร็จ มันเป็นแค่การสร้างงานชิ้นหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น ต่อให้โปรเจกต์บันไดไต่ฟ้าของเขาจะไม่เคยสำเร็จเลยตั้งแต่ปี 1994 ไช่ก็ไม่เคยหยุดความพยายามที่จะพาดบันไดนั้นขึ้นไปบนฟ้า

    Sky Ladder: The Art of Cai Guo-Qiang (2016) เป็นอีกหนึ่งสารคดีชีวิตศิลปินอันน่าประทับใจ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความใฝ่ฝัน ความทะเยอทะยาน และความคิดสร้างสรรค์สุดล้ำสมัยของไช่ ดำเนินผ่านเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่ก่อนจะจับดินปืน ผลจากความขัดแย้งทางการเมือง การออกเดินทางเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นเชื้อเพลิง เติมพลังให้ไช่กลับมาทำตามความฝันบนแผ่นดินเกิดอีกครั้ง โดยผลงานการกำกับของ เควิน แมคโดนัลด์ (Kevin MacDonald) ชิ้นนี้ สามารถแฝงจังหวะการเล่าเรื่องที่ชวนให้คนต้องติดตามไปตลอด 1 ชั่วโมง 19 นาทีได้ไม่ยาก

    สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าบันไดไต่ฟ้าของไช่จะสำเร็จ ยิ่งใหญ่ อลังการหรือไม่ ความพยายามของไช่ที่จะพาดความฝัน ปีนบันได เพื่อไต่ฟ้าไปต่างหาก ที่น่าจดจำที่สุด


The 100 Years Show

    "มาช้าก็ดีกว่าไม่มา... แต่ถ้ามาเร็วกว่านี้หน่อยก็ดีนะ"

    คำพูดติดตลกจาก คาร์เมน เอร์เรรา (Carmen Herrera) ศิลปินสูงอายุที่ต้องใช้เวลากว่า 50 ปี กว่าโลกจะสังเกตเห็นความสร้างสรรค์และงานศิลปะของเธอ อาจนิยามได้ว่า คาร์เมน เป็นศิลปินร่วมสมัยที่มีอายุมากที่สุดที่ยังคงวาดภาพอยู่ในปัจจุบันก็ว่าได้ แต่ความน่าสนใจในเรื่องราวของเธอ ไม่ใช่อายุ 98 ปี แต่เป็นการ 'ไม่' ประสบความสำเร็จด้านการขายงานศิลป์ของเธอต่างหาก

    The 100 Years Show สารคดีสั้น 29 นาที กำกับโดย อลิสัน เคลย์แมน (Alison Klayman) เล่าเรื่องราวชีวิตของหญิงที่รักในการวาดภาพสไตล์มินิมอล (Minimalism) และมักถูกโชคชะตากลั่นแกล้งให้พลาดจากการเป็นที่จับตามองอยู่เสมอ จนเมื่อก้าวเข้าสู่ช่วง 80 ปี คาร์เมนสูญเสียทั้งคู่ชีวิต เพื่อน และคนในครอบครัว แต่ความสดใส ร่าเริง และพลังชีวิตที่ยังฉายชัด ผลักดันให้แสงสปอตไลท์ส่องมาถึงเธอจนได้ การเล่าเรื่องเป็นไปอย่างเรียบง่ายสอดคล้องกับทัศนคติ วิธีคิด และเรื่องราวอัน (เคย) ไม่ประสบความสำเร็จของเธอออกมาสมบูรณ์แบบ จนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ารู้จักกับคาร์เมนเร็วกว่านี้ก็คงจะดี


Nailed It!

    ถ้าภาพขนมที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงาม คือหนึ่งในความจำเจของชีวิต งั้นก็ขยี้ขนมนั่นให้เละ แล้วฉีกกรอบเดิมๆ ออกไปเลย!

    นี่คือ Nailed It! รายการทำอาหารสำหรับมือสมัครเล่น ที่จะฉีกทุกกฎการทำอาหาร แล้วสร้างสรรค์วิธีการทำขนมหวานแบบใหม่ขึ้นมาแทน โดยมีกติกาว่า ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 คน ต้องทำขนมให้ตรงตามต้นแบบขนมหวานฝีมือของเชฟระดับโลกให้ได้ ใครที่ทำออกมาได้ใกล้เคียงและรสชาติดีที่สุด จะได้รับรางวัล 10,000 เหรียญกลับบ้านไปทันที แต่เชื่อเถอะว่า หน้าตาของขนมไม่ได้ใกล้เคียงกับต้นตำรับเลยสักนิด

    Nailed It! วาไรตี้โชว์ออริจินัลของ Netflix ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2018 และได้รับความนิยม และเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างล้นหลาม Nailed It! มีทั้งสิ้น 3 ซีซัน ความสร้างสรรค์ของรายการไม่ได้มีเพียงขนมหวาน แต่ยังรวมไปถึงกติกาต่างๆ อย่างการกดปุ่มเรียกตัวป่วน ปุ่มแช่แข็งคู่ต่อสู้ หรือแม้แต่ฝีปากของพิธีกร กรรมการ และแขกรับเชิญเองก็ตาม จนไม่แปลกใจว่าทำไมรายการนี้จึงคว้าคะแนน 91% จากเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ไปได้อย่างง่ายดาย


The First Line

    Like the one who fights in the first line.

    ใครก็ตามที่ชื่นชอบงานศิลป์ต้องเคยได้ยินเรื่องราวมหากาพย์ประติมากรรมหินอ่อนวิหารพาร์เธนอน หรือที่เรียกอีกชื่อว่า เอลกิน อันเป็นข้อพิพาทระหว่างอังกฤษและกรีกว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงของประติมากรรมชิ้นนี้กันอย่างแน่นอน

    ภาพยนตร์เรื่อง The First Line (2014) ฉายครั้งแรกที่ประเทศกรีซ กำกับโดย จอห์น วอร์ฮีส (John Voorhees) และ โคเอิร์ท วอร์ฮีส (Coerte Voorhees) โดยหยิบยกเหตุการณ์การต่อสู้คดีของสองทนายแห่งเอเธนส์ ที่ต้องการทวงคืนประติมากรรมหินอ่อนเอลกินหลังถูกขายให้แก่รัฐบาลอังกฤษ เมื่อปี 1816 จนตกอยู่ในการครอบครองของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอังกฤษมากว่า 200 ปี มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ โดยอาศัยวิธีการดำเนินเรื่องที่ตัดสลับระหว่างการค้นหาหลักฐานทางเอกสาร กับการไล่ต้อนจำเลยคนต่างๆ ของทนายทั้งสอง ดึงความสนใจของผู้ชมให้ลุ้นเอาใจช่วยตลอด 1 ชั่วโมงครึ่งได้อย่างอยู่หมัด


The Grand Budapest Hotel

    เปลี่ยนทุกสิ่งให้กลายเป็นความขี้เล่น เฉกเช่นหนังสือนิทานเล่มหนึ่ง

    เรื่องราวที่ถูกเล่าแบบทับซ้อนกันของ เมอซิเออร์ กุสตาฟ (Monsieur Gustave) รับบทโดย เรล์ฟ ไฟนส์ (Ralph Fiennes) ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์ บูดาเปสต์ (The Grand Budapest Hotel) ซึ่งคอยเอาอกเอาใจแขกที่มาเข้าพักเป็นอย่างดี และทุ่มเทถวาย 'ตัว' ให้เหล่าสตรีสูงอายุมากสมบัติโดยเฉพาะ แต่แล้ว ทุกอย่างกลับพลิกผัน เมื่อหนึ่งในหญิงไฮโซขาประจำของกุสตาฟถูกพบเป็นศพ และตัวเขาเองกลับตกเป็นผู้ต้องสงสัย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์นี้ ซีโร่ (Zero) รับบทโดย โทนี่ เรโวโลรี (Tony Revolori) คนสนิทของกุสตาฟ จึงต้องผันตัวจากพนักงานต้อนรับฝึกหัด มาเป็นคู่หูสืบหาความจริงของเรื่องราวทั้งหมด

    The Grand Budapest Hotel (2014) ภาพยนตร์คอเมดี้สุดร้ายกาจ เสียดสีสังคมร่วมสมัยออกมาอย่างตลกหน้าตาย พร้อมกับการกำกับภาพอันโดดเด่น สมชื่อ เวส แอนเดอร์สัน (Wes Anderson) ที่คราวนี้สาดสีโทนพาสเทลเข้าไปในทุกฉาก ลดความสมจริงด้วยมุมกล้องแบนๆ ราวกับเป็นภาพเคลื่อนไหวบนหนังสือเล่มหนึ่ง ผนวกกับจุดแข็งของเวสที่รังสรรค์ให้ทุกฉากสมมาตรกันหมด ทั้งยังใส่การเล่าเรื่องแบบซ้อนกันเป็นชั้นๆ เหมือนเปิดหนังสืออ่านไปทีละบทอีกด้วย สมกับที่คว้ารางวัลลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์เพลงหรือตลก (Golden Globe Award for Best Motion Picture – Musical or Comedy) ในปี 2015 และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย มานอนกอดไว้ได้สำเร็จ


The True Cost

    "People have no idea how difficult it is for us to make the clothing."

    ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นสุดล้ำบนตัวแบบที่เดินโฉบเฉี่ยวบนรันเวย์ หรือเสื้อผ้าทั่วไปที่มีไว้เพื่อสนองปัจจัย 4 ของมนุษย์ ต่างก็เป็นสิ่งล้ำค่าที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย หรือแม้แต่ชีวิตของเหล่าผู้ผลิตเสื้อผ้าในประเทศกำลังพัฒนาอย่าง บังกลาเทศ กัมพูชา อินเดีย เป็นต้น

    The True Cost (2015) กำกับโดย แอนดรูว์ มอร์แกน (Andrew Morgan) นับเป็นสารคดีไม่กี่ชิ้นที่เล่าเรื่องได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด ด้วยความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงโลกที่ความต้องการของทุนนิยมหมุนเร็วเกินกว่าความต้องการที่ 'จำเป็น' ของผู้บริโภค ทั้งยังเบียดเสียด เอาเปรียบ และทำร้ายชีวิตของแรงงานผู้สร้างสรรค์เสื้อผ้า และตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิตแบรนด์เสื้อผ้าต่างๆ ราวกับต้องการให้เหล่าผู้ชมตระหนักถึงเบื้องหลังของอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่น ที่ไร้ซึ่งกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ค่าแรงที่ถูกกดให้น้อยกว่ามาตรฐาน และเป็นธรรมต่อชีวิตของคนตัดเย็บเสื้อผ้าที่ใครหลายคนเผลอมองข้ามไป


The Guernsey Literary and Potato Peel Pie Society

    "If books do have the power to bring people together, this one may work its magic."

    กลุ่มคนบนเกาะเกิร์นซีย์ที่แอบกินหมูย่าง หลังถูกบังคับให้กินแต่มันฝรั่งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ถูกจับได้ จึงต้องปลอมเป็นสโมสรวรรณกรรมและพายเปลือกมันแห่งเกิร์นซีย์ และตามหาหนังสือมาอ่าน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตามที่อ้างไว้กับทหารนาซี แต่แล้ววันหนึ่ง ดอว์ซีย์ อดัมส์ (Dawsey Adams) รับบทโดย มิเคียล ฮิวส์แมน (Michiel Huisman) หนึ่งในกลุ่มสโมสร กลับเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่สามารถหาเล่มต่อจากบนเกาะแห่งนี้ได้แล้ว จึงส่งจดหมายหานักเขียนสาว จูเลียต แอชตัน (Juliet Ashton) รับบทโดย ลิลี่ เจมส์ (Lily James) เจ้าของคนเก่าของหนังสือเล่มนั้น เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณกรรมต่างๆ อันกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวปริศนาและความสัมพันธ์ของผู้คนบนเกาะ

    The Guernsey Literary and Potato Peel Pie Society (2018) กำกับโดย ไมค์ นีเวลล์ (Mike Newell) ภาพยนตร์ที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของตัวอักษรร้อยเรียงเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นศิลปะการเล่าเรื่องชั้นยอด ที่ต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าคนรักน้ำหมึกได้อีกมากมาย รวมถึงการนำเสนอมุมกล้องที่ถ่ายทอดความสวยงามของแต่ละสถานที่ออกมาได้อย่างมีมิติ ตรึงสายตาผู้ชมตลอด 2 ชั่วโมง


Saving Banksy

    "A wall is a powerful weapon. It's one of the nastiest things you can hit someone with."

    งานสตรีทอาร์ต กราฟฟิตี้ เป็นงานศิลปะสีเทาที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคำชื่นชมจากคนเดินผ่านไปมา กับเสียงก่นด่าว่าเป็นรอยของพวกมือบอน

    แต่ไม่ว่ากระแสจะไปทิศทางไหน ในโลกของกราฟฟิตี้ งานศิลปะบนกำแพงที่ใช้เวลารังสรรค์ไม่กี่นาทีบนท้องถนน แบงก์ซี (Banksy) นับได้ว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการ ที่ทุกคนต่างยอมรับนับถือ แม้ว่าจะไม่มีใครล่วงรู้ตัวจริงของเขาเลยก็ตาม

    Saving Banksy (2017) สารคดีความยาว 1 ชั่วโมง 8 นาที โดยมี คอลิน เดย์ (Colin Day) เป็นผู้กำกับและพาชมงานกราฟฟิตี้ของแบงก์ซี ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดสงครามความเห็นของผู้คนต่องานกราฟฟิตี้เท่านั้น แต่ยังตั้งคำถามต่อไปว่า หากการคงอยู่ของกราฟฟิตี้ อันเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีอายุสั้น กลับมีมูลค่าหลายล้านจนใครหลายคนไม่อยากให้ร่องรอยเหล่านี้ต้องถูกพ่นสีทับ และหวังจะนำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ หรือออกงานประมูลซักแห่ง แต่เหล่าคนคุ้นเคยกับแบงก์ซี กลับเชื่อในอะดรีนาลีนแห่งความอิสระของกราฟฟิตี้ที่ควรอยู่ในพื้นที่สาธารณะมากกว่าจะกลายเป็นของส่วนตัว เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นเช่นไร

จิรัชญา ชัยชุมขุน

มนุษย์เรียบๆ ง่ายๆ ที่หลงใหลในความคึกคัก วุ่นวาย ความบ้าบอของชีวิต ชอบคุยกับตัวเองผ่านตัวอักษรกับรูปถ่าย แม้สุดท้ายแล้วจะไม่เข้าใจตัวเองเลยก็ตาม