ระย้า แห่ง 'รถไฟดนตรี' ค้นพบศิลปินที่จะกลายมาเป็นตำนานได้อย่างไร?

    ปลายเดือนเมษายน ปี 2561 ทีม happening ได้โอกาสนั่งคุยยาวๆ กับ 'ระย้า' ประเสริฐ พงษ์ธนานิกร นักจัดรายการวิทยุระดับตำนานของเมืองไทย และเจ้าของค่ายเพลงรถไฟดนตรี เพื่อจัดทำบทสัมภาษณ์ลงในหนังสือ happening 'Vinyl Republic 3' ประเด็นที่พูดคุยก็คือเรื่องราวการตกหลุมรักแผ่นเสียง ที่ทำให้เขากลายมาเป็นคนดนตรีตลอดชีวิต

    วัยรุ่นยุคนี้อาจไม่รู้ว่าค่ายเพลงรถไฟดนตรีถือเป็นหมุดหมายสำคัญอย่างหนึ่งของวงการเพลงไทย ค่ายเพลงแห่งนี้เคยเป็นต้นสังกัดของศิลปินระดับตำนานในบ้านเรามาแล้วหลายราย ฟรีเบิร์ดส, ชรัส เฟื่องอารมย์, สาว สาว สาว, ฤทธิพร อินสว่าง, พราย-ปฐมพร ปฐมพร และตำนานเพลงเพื่อชีวิต ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ โดยช่วงทศวรรษ 2526-2535 ถือเป็นช่วงพีกของค่ายเพลงแห่งนี้ ก่อนที่ยุคหลังจะหันมาเน้นเพลงเพื่อชีวิตและลูกทุ่งเป็นหลัก

    ในหนังสือ happening 'Vinyl Republic 3' เราลงบทสัมภาษณ์ยาวเหยียดของระย้าอย่างเต็มอิ่มไปแล้ว แต่ก็ยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจหลายส่วนตกค้างไม่ได้ตีพิมพ์อยู่ ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือเรื่องราวการค้นพบศิลปินระดับตำนานที่ระย้านำมาเป็นศิลปินในสังกัดรถไฟดนตรีนั่นเอง

    ต่อไปนี้คือเรื่องราวเสี้ยวประวัติศาสตร์ของวงการเพลงไทย จากความทรงจำของ 'ระย้า' ประเสริฐ พงษ์ธนานิกร

ชรัส เฟื่องอารมย์ จากหนุ่มแบงก์สู่นักร้องหัวก้าวหน้า

    "ช่วงปี 2522-2523 ผมจัดรายการวิทยุแล้วดังมาก บริษัท ไฟว์สตาร์ ที่เป็นค่ายหนังที่ใหญ่ที่สุดตอนนั้น เขามักจะมาขอให้รายการผมจัดฉายหนังรอบปฐมทัศน์ให้กับแฟนรายการตอน 6 โมงเช้า มีดนตรีไปเล่น แล้วก็ฉายหนัง

    "วันหนึ่งมีหนังไทยที่ ไพโรจน์ สังวริบุตร เป็นผู้กำกับเรื่องแรก ชื่อว่า ไฟในทรวง ไฟว์สตาร์บอกให้เราไปจัด เราก็ไปจัด พอจัดเสร็จปุ๊บหนังก็ฉาย เราก็ไปเคลียร์บัตรกับทางโรง หนังฉายไปเกือบครึ่งเรื่องแล้ว ไพโรจน์เขาก็ชวนไปดูหนัง ผมไปถึงนั่งดูก็เป็นตอนที่พระเอกผิดหวังจากนางเอก กำลังเดินในซอยมืดๆ เดินล้วงกระเป๋าคอตกกลับบ้าน ดนตรีก็ขึ้นมา เป็นเสียงร้องของ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา 'ดารารายพร่างพรายนภา ส่องฟากฟ้าไกล สุริยาทอแสงจ้า ขจรไกล ทั่วในสายชล ท้องฟ้างามตระการตา แต่ฉันหม่น ชีวิตต้องมนต์ ดลพบเธอ' ผมก็คิดในใจว่าเพลงนี้ใครแต่งวะ มันไม่เหมือนเพลงไทยทั่วไป ไพโรจน์เขาก็บอกว่า 'คนแต่งชื่อแต๋ม เป็นเพื่อนกัน เป็นมือสมัครเล่น ปกติทำงานประจำอยู่ที่ธนาคาร' ผมก็บอกว่า 'ไอ้นี่ไม่ธรรมดานะ ไปเรียกมันมาคุยได้ไหม' ก็นัดไปคุยที่บ้านไพโรจน์ ก็ได้เจอกับ แต๋ม-ชรัส เฟื่องอารมย์ วันนั้นเขาก็เอากีตาร์มาตัวหนึ่ง เล่นเพลงที่แต่งไว้หลายเพลงให้ผมฟัง ผมบอกว่ามันทำเป็นอัลบั้มได้นะ แต่ไม่ให้เขาร้องเองนะ ตอนนั้นผมกะว่าจะให้ วินัย พันธุรักษ์ ตอนนั้นเขาดังที่สุดจากวง ดิ อิมพอสซิเบิ้ล ชรัสขอให้ตุ่น (พนเทพ สุวรรณะบุณย์) ทำดนตรีให้เป็นแนวป๊อปแจ๊ซหรือบอสซาโนวา ซึ่งตอนนั้นในเมืองไทยยังไม่มีใครทำ

    "ก่อนเข้าห้องอัด ผมก็ไปดูเขาซ้อมกันที่โรงแรมแมนดาริน ระหว่างที่เขาซ้อม แต๋มก็ไปร้องไกด์ แล้วผมก็ฟังไปฟังมาหลายๆ รอบ ตุ่นก็บอก 'ทำไมแต๋มไม่ร้องเองวะ' แต๋มก็หันมาถามผมว่า 'คุณระย้า ผมร้องได้ไหม' ผมก็บอกว่า 'โห ไหวเหรอวะ' คือหน้าแต๋มมันแก่ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะ (หัวเราะ) แต่ในที่สุดผมก็โอเค ให้แต๋มร้องเอง ก็กลายเป็นอัลบั้มชุดแรกของเขาที่ชื่อว่า แฟลช และ ชรัส เฟื่องอารมย์ (2524)

    "พออัดเสร็จ ผมชวน ทวีพงศ์ มณีนิล มาฟัง ตอนนั้นเขาเป็นนักแต่งไทยที่ดังที่สุดจากเพลง น้ำตาร่วงหลังพวงมาลัย แกมาฟังแล้วก็บอกว่า 'โอ้ย คุณระย้า ทำเพลงแบบนี้อีก 5 ปีค่อยขาย' คือแกว่ามันล้ำเกินไปสำหรับเมืองไทยตอนนั้น (หัวเราะ) จำได้ว่าผมปั๊มเทปขาย 5,000 ก๊อบปี้ ตีกลับมา 4,000 กว่า เจ๊งสนิท (หัวเราะ) กว่าจะเริ่มขายได้ก็อีกราว 6 ปีให้หลัง คือตรงกับที่คุณทวีพงศ์แกพูดจริงๆ (หัวเราะ) แต่มันก็เป็นงานที่ผมรักมาก รวมทั้งอีก 2 ชุดต่อมาของชรัสด้วยคือ ผีเสื้อ (2525) และ แมลงปอ (2526) ที่ผมคิดว่าผ่านมาเกือบ 40 ปียังไม่มีใครทำได้แบบนี้เลยนะ สำหรับผมแล้วมันคืองานเพลงที่สุดยอดจริงๆ โดยเฉพาะชุด แมลงปอ นี่ผมคิดว่าเป็นงานที่ดีที่สุดของรถไฟดนตรีเลยทีเดียว"

สาว สาว สาว ที่เกือบจะมีแค่ สาว สาว

    "ระหว่างที่ทำชรัสอยู่ ผมก็คิดว่าเพลงไทยนี่มันไม่เคยมีวัยรุ่นร้องเพลงไทยเลยนะ เราอยากหาวัยรุ่นอายุซัก 17-18 มาร้อง ก็ถามอาจารย์วิรัช อยู่ถาวร เป็นผู้อำนวยการสยามยามาฮ่าที่สอนดนตรี ขอเด็กๆ ที่หน้าตาไม่ต้องสวยหล่อมาก แต่ต้องร้องเพลงเก่ง อาจารย์บอก 'ไม่มีหรอก เพราะที่สอนนี่มันเด็กใหม่ๆ แต่รู้จักอยู่คนหนึ่งนะ ร้องเพลงใช้ได้ ลูกไอ้แดง (ฉันทนา กิติยพันธ์) ผมทำเพลงโฆษณาให้มันร้อง' พอฟังแล้วผมสนใจเลยให้พามาคุย พอถึงวันนัด ปรากฏว่าพี่เม้า (สุดา ชื่นบาน) กับพี่แดงก็พาแหม่ม (พัชริดา วัฒนา) กับแอม (เสาวลักษณ์ ลีละบุตร) มาสองคน แอมถือกีตาร์โปร่งมา สมัยนั้นผู้หญิงถือกีตาร์โปร่งไม่ใช่ธรรมดา เขาก็เล่นกีตาร์ร้องเพลงสากลให้เราดู ร้องสองคนประสานเสียงกัน ผมก็บอกว่าจะเอาสองคนนี้มาออกเทปนะ แต่คุยไปคุยมาพี่แดงบอกว่า 'คุณระย้าขา ขออีกคนได้ไหม' ผมก็บอกว่า 'ผมอยากได้สองคนน่ะ สามคนมันเยอะไป' 'น่า ขออีกสักคน มันอยู่โคราช เป็นญาติกัน มันไม่ค่อยสวยนะ ตัวดำๆ แต่มันร้องเพลงดี' ในที่สุดผมก็ให้ลองพามาให้ดู ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ เขาก็พาปุ้ม (อรวรรณ เย็นพูนสุข) มาหาผม ตอนปุ้มเดินมาก็ตัวดำๆ ผมหยิกๆ ผอมๆ ผมก็คิดในใจว่าจะไหวเหรอ แต่พอให้ร้องเพลง โอ้โห เสียงเขาเพราะมากเลย ก็เลยกลายเป็นวงสามคนในที่สุด

    "สาว สาว สาว ชุดแรก รักปักใจ (2524) ผมเจ๊งพินาศ ขายไม่ได้เลย (หัวเราะ) เพราะวิทยุแทบไม่ได้เปิดเพลงให้ ผมก็มานั่งคิดว่าทำไมมันขายไม่ได้นะ ดนตรีมันผู้ใหญ่ไปหน่อยหรือเปล่า มันไม่เข้ากับเด็กหรือเปล่า จนต่อมาผมเริ่มจัดรายการวิทยุเพลงไทย รายการก็มีชื่อเสียง ผมก็บอกให้คนส่งเดโมเข้ามาให้ผมฟังได้ จำได้ว่าวันหนึ่งหยิบเอาเทปคาสเสตต์ที่มีคนส่งเข้ามา ฝนกำลังตก นั่งฟังอยู่ที่บ้าน บรรยากาศกำลังดี เป็นเพลงร้องว่า 'ก๊อก ก๊อก ก๊อก เปิดประตู เปิดออกดูว่าใครมา ก็อยู่สบายแล้วนี่นา แล้วใครจะมาเปิดประตูหัวใจ...' นี่คือเพลง ประตูใจ แล้วก็มีเพลง รักคือฝันไป อยู่ในนั้นด้วย ผมรู้สึกว่ามันเหมาะกับวงสาว สาว สาว เลยเอาเพลงมาให้วง แล้วมันก็กลายเป็นอัลบั้ม ประตูใจ (2526) ที่ดังระเบิด"

ปฐมพรก่อนจะเป็นพราย

    "พราย-ปฐมพร ปฐมพร นี่ทีแรกเขามาเป็นวง มีสมาชิก 5 คน ทำเพลงมาแล้ว ผมก็คิดว่าโอเค เพลงใช้ได้นี่ ในนั้นมีเพลง ไม่ได้มามือเปล่า ด้วย แต่ระหว่างนั้นวงแตก ก็เลยเหลือคนเดียว ก็ต้องมาทำดนตรีใหม่ คือผมคิดว่าเขาเป็นคนที่มีของนะ แล้วผมก็ชอบคนแบบนี้ ก็เลยให้เขาทำอัลบั้ม ไม่ได้มามือเปล่า (2532) 

     "พอเขาทำอัลบั้มชุดที่สองชื่อชุด พราย (2534) เขามาบอกว่า 'พี่ระย้า ผมจะเอารูปนี้เป็นปก' ซึ่งเป็นรูปผู้หญิงแก้ผ้า แต่ยืนเอียงข้าง ทำท่าคล้ายๆ จะกระโดดน้ำ ผมก็บอกว่า 'จะบ้าเหรอ (หัวเราะ) ทำแบบนี้ก็โดนด่ายับสิ' ปฐมพรเขาก็บอกว่า 'ทำไมล่ะ ถ้าออกไปแล้วใครมาด่าผมนะ ผมจะถามมันว่า คุณดูแล้วคุณเกิดอารมณ์ทางเพศไหม ถ้าคุณดูแล้วคุณรู้สึกว่าเกี่ยวกับอารมณ์ทางเพศนี่แสดงว่าจิตใจคุณต่ำ' (หัวเราะ) คือผมฟังแล้วก็ยอมให้ไอเดียของเขานะ (หัวเราะ) แต่ว่าไม่ได้หรอก ให้ทำแบบนั้นไม่ได้ เดี๋ยวคนอื่นจะพานมาด่าบริษัท ปกอัลบั้มชุดพรายก็เลยเป็นภาพวาดภาพนั้นไป"

พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ กับโอกาสครั้งที่สอง

    "ตอนนั้นหงา (สุรชัย จันทิมาธร) เขาทำเพลงประกอบเรื่อง น้องเมีย ทีนี้เราเป็นคนจัดจำหน่าย ก็ได้คุยกับหงาเรื่อยๆ วันหนึ่งหงาเขาก็บอกผมว่า 'คุณระย้า ฝากน้องคนสิ มันร้องเพลงดีนะ แต่มันเคยออกเทปมาหนึ่งชุดแล้วขายไม่ได้ ก็ชุด ถึงเพื่อน (2530) ตอนนี้มันทำชุดที่สองเสร็จแล้ว แต่ไปมาทุกค่ายไม่มีใครเอา' ผมก็ให้เขาพามาเจอกัน พอมาถึง เขาก็เปิดเทปให้ฟัง โอ้โห เรื่องอื่นไม่รู้นะ รู้แต่ว่าปู (พงษ์สิทธิ์ คำภีร์) ร้องเพลงดีฉิบหายเลย ผมก็ฟังๆ ไป จนมาถึงเพลง ตลอดเวลา เป็นเพลงสุดท้าย ก็รู้สึกว่าเพลงนี้เพราะมากๆ ระดับเดียวกับ Wonderful Tonight ของ เอริก แคลปตัน เลย

    ผมบอกเขาว่า 'โอเค มาทำอัลบั้มกัน แต่มีบางเพลงต้องแก้นะ' ปูเขาบอกว่า 'ผมไม่อยากแก้' ผมก็บอกว่า 'ถ้าไม่แก้พี่ไม่ทำ' มีบางเพลงต้องแก้ อย่างเพลง คืนเปลี่ยว เนื้อเพลงเดิมคือการไปเที่ยวกลางคืนแล้วเจอผู้หญิง แล้วพาไปนอน นอนเสร็จรุ่งเช้าต่างคนต่างไป ชื่อก็ไม่ถาม เนื้อเพลงเก่าเป็นแบบนี้ ผมบอกเขาว่า 'เฮ้ย คุณเป็นผู้ชายแบบไหนวะ พาผู้หญิงไปนอน ชื่อยังไม่ถามเลย มันน่าเกลียด ใช่ไหม' เขาก็ยอมไปแก้ แล้วเพลง ยอดชาย นี่ผมก็ให้เขาเก็บไว้ก่อน เนื้อมันแรงเกินไป เป็นเรื่องของข้าราชการสุจริตที่ถูกยิงตายข้างถนน ตอนนั้นปูอายุแค่ 23 ยังไม่เหมาะที่จะพูดเรื่องนี้

    "อัลบั้มนี้ออกขายธันวาคมปี 2533 ขายไป 4 เดือนยังขายไม่ได้เลย ไปขอเขาเล่นที่ไหนก็ไม่ให้เล่น วิทยุก็ไม่เปิดให้ แต่ผมมั่นใจว่าเพลงเราดี ผมบอกให้ทำมิวสิกวิดีโอเพลงแรกคือ อยู่บนดิน ครีเอทีฟของเรา 7-8 คนก็ท้วงว่า ผมเคยพูดว่าพวกเพลงอนุรักษ์ธรรมชาตินี่มันจะขายไม่ได้นะ แต่ผมกลับคิดว่าเพลงนี้ปูเขาไปขอให้นักร้องรุ่นพี่คนอื่นๆ มาร้องด้วยหลายคน ทั้ง ศุ บุญเลี้ยง, หงา, ฤทธิพร อินสว่าง ฯลฯ ดังนั้นเวลาทำมิวสิกวิดีโอก็ต้องมีภาพคนเหล่านี้อยู่ด้วย คนดูก็ต้องสงสัยว่าไอ้นี่เป็นใคร ทำไมมีคนพวกนี้มาร้องเพลงด้วย พอเพลงที่สอง ผมก็บอกให้ทำมิวสิกวิดีโอเพลง ช่างมันฉันไม่แคร์ ซึ่งปูเอาเพลงเก่าของหงามาร้อง ครีเอทีฟในบริษัทก็บอกว่า 'ไหนพี่บอกว่านักร้องใหม่ร้องเพลงเก่าจะไม่เกิดไง' ผมก็บอกว่า 'เพลงนี้ปูเกากีตาร์ร้องกับหงาคนละท่อน มันเหมือนการยกระดับปูให้เท่าหงาเลยนะ' แล้วหลายคนถามว่าทำไมไม่ทำมิวสิกวิดีโอเพลง ตลอดเวลา ก่อน อันนี้ผมบอกได้เลยว่าศิลปินเพื่อชีวิตต้องสร้างตัวตนก่อน ถ้าเปิดตัวด้วยเพลงรัก คนฟังเพลงเพื่อชีวิตจะปฏิเสธทันที นั่นล่ะ พอทำสองเพลงแรกไป เราก็ค่อยทำมิวสิกวิดีโอเพลง ตลอดเวลา เป็นเพลงที่สาม"

    "พอเพลง ตลอดเวลา ออก ยอดขายก็เริ่มขยับ แล้วมาแจ้งเกิดจริงๆ ตอนที่ปูไปทำเพลงประกอบละครโทรทัศน์เรื่อง ตะวันชิงพลบ ซึ่งกระแสทั้งหมดมันก็ส่งเสริมกันพอดี ยิ่งตอนนั้นเราให้ปูไปเล่นคอนเสิร์ตตามสถาบันต่างๆ เราให้สโลแกนว่า 'คำภีร์ขวัญใจคนรุ่นใหม่' เจาะกลุ่มนักศึกษาที่ฟังเพื่อชีวิตไปเลย ก็เป็นการสร้างจุดต่างให้กับศิลปินได้นะ"


อ่านบทสัมภาษณ์เต็มๆ ของ ระย้า-ประเสริฐ พงษ์ธนานิกร กับประสบการณ์ในแวดวงดนตรีไทย ทั้งการเป็นดีเจ และคนทำเพลง รวมทั้งเรื่องการเป็นนักสะสมแผ่นเสียงได้ใน happening 'Vinyl Republic 3'

วิภว์ บูรพาเดชะ

ผู้ก่อตั้งนิตยสาร happening, บรรณาธิการบริหารนิตยสาร happening, กรรมการบริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (bacc), นักเขียน, นักแต่งเพลง, นักฟังเพลง และนักอ่านตัวยง

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพผู้ชื่นชอบการวาดรูปและรับงานวาดภาพประกอบบ้างประปราย เธอมีความตั้งใจกับตัวเองว่าจะออกไปเที่ยวนอกประเทศให้ได้ปีละครั้ง