การเดินทางผ่านยุคสมัยของ Marshall แบรนด์เครื่องเสียงที่รู้ใจศิลปินและคนรักดนตรี

    หากจะบอกว่าการถือกำเนิดของแอมป์ มาร์แชล (Marshall) มีส่วนในการขับเคลื่อนดนตรีร็อกยุค 60s คงไม่ผิดนัก ทั้งแง่ของความดังที่เพิ่มอรรถรสในการแสดงสด การตอบสนองความต้องการของศิลปินให้สามารถได้ยินเสียงดนตรีที่ตัวเองกำลังเล่นแข่งกับเสียงแฟนเพลงในคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ได้ และเนื้อเสียงเฉพาะที่มีคาแรกเตอร์สื่อถึงความเป็นร็อกแอนด์โรลแบบตรงใจ ทำให้มาร์แชลเป็นเครื่องเสียงคู่ใจของนักดนตรีระดับโลกมากมาย อีกทั้งยังเดินทางข้ามกาลเวลามาอยู่เคียงข้างศิลปินทุกแนวได้อย่างไม่มีวันตกยุค
    เมื่อพื้นที่ของการฟังดนตรีขยายวงกว้างจากการแสดงสดในไนท์คลับ วิทยุ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องเล่นเทป และเวทีคอนเสิร์ต สู่คนฟังที่สามารถคัดสรรเพลย์ลิสต์ที่ตัวเองชื่นชอบทางมิวสิกสตรีมมิง และเครื่องวิทยุไม่ใช่อุปกรณ์เดียวสำหรับการฟังเพลงอีกต่อไป เทคโนโลยีเครื่องเสียงย่อมขยับเข้าไปสู่ทุกพื้นที่ของคนฟังเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อผู้คนสามารถพกพาเสียงดนตรีไปกับพวกเขาได้ทุกที่ เราจึงเห็นการตอบสนองต่อการมีดนตรีอยู่เคียงข้างทุกช่วงเวลาและสถานที่ ผ่านลำโพงบลูทูธ หูฟังอินเอียร์ หูฟังบลูทูธ และเครื่องเสียงของมาร์แชลไปพร้อมๆ กัน

    แพน-หทัยชนก อรรถบุรานนท์ ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์มาร์แชล เล่าถึงเส้นทางของแบรนด์ที่มีจุดเริ่มต้นจากเครื่องเสียงที่รู้ใจศิลปิน มาสู่เครื่องเสียงที่อยู่เคียงข้างทุกคนในยุคนี้ว่า "อัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) มาร์แชล ซึ่งเรียกว่าเป็นปรัชญาของแบรนด์คือคำว่า 'Rock and Roll at Heart' ด้วยความที่แบรนด์เกิดมาจาก จิม มาร์แชล (Jim Marshall) ซึ่งเขามีพื้นฐานการเป็นนักดนตรี ที่สร้างสรรค์แอมป์ขึ้นเพื่อศิลปินในยุคนั้น โดยเฉพาะสำหรับการแสดงไลฟ์คอนเสิร์ต ปรัชญาของแบรนด์จึงเริ่มต้นมาจากความเป็นร็อกแอนด์โรล" คุณสมบัติของแอมป์มาร์แชลมีความโดดเด่นที่ความดังของเครื่องดนตรี กีตาร์ เบส และกลองที่เคลียร์ชัด ทำให้ศิลปินเลือกนำมาใช้ในคอนเสิร์ตใหญ่เรื่อยมา

    เมื่อวิถีชีวิตและพฤติกรรมการฟังเพลงเปลี่ยนไป แก่นความเป็นร็อกแอนด์โรลล์ของมาร์แชลจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่แนวดนตรีเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคาแรกเตอร์ของความขบถและความเป็นตัวของตัวเองอีกด้วย "พอคาแรกเตอร์ของมาร์แชลถูกนำมาออกแบบเป็นโปรดักซ์อื่นๆ ที่อยู่ในโลกปัจจุบัน เช่น ออดิโอแกดเจ็ต หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับคนทั่วไป เราจึงนำแก่นของแบรนด์ที่มีอัตลักษณ์ความเป็นของแท้ ออริจินัล ความวินเทจ มาอยู่ในงานออกแบบ รวมถึงการไม่ต้องทำอะไรตามกระแสและมีความแหกคอกมาสื่อสาร"
    หากเทียบกับแบรนด์อื่นแล้ว มาร์แชลถือได้ว่าเป็นแบรนด์เครื่องเสียงที่ไม่ได้เร่งรีบออกสินค้ารุ่นใหม่ๆ ออกมาบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่มีรุ่นใหม่เปิดตัวออกมา ก็น่าจับตาและกุมหัวใจผู้ใช้ไว้ได้อยู่หมัด เช่น ลำโพง Home Series รุ่น Stanmore II ที่ฮิตสุดๆ ถึงขนาดหลายบ้านนำไปตกแต่งเป็นส่วนหนึ่งของมุมโปรด อีกทั้งยังเห็นได้ตามคาเฟ่สวยๆ หรือ ลำโพง Portable ทั้งรุ่นเล็กอย่าง Stockwell II รุ่นกลาง Kilburn II หรือ รุ่นใหญ่ที่รูปร่างปราดเปรียวอย่าง Tufton ยังฮิตมากในกลุ่มผู้ที่ชอบการเดินทางท่องเที่ยวและแคมปิ้งอีกด้วย
    ความเป็นตัวของตัวเองของมาร์แชลตรงกับรสนิยมของกลุ่มคนที่ชื่นชอบดีไซน์และมีดนตรีเป็นส่วนประกอบสำคัญในการใช้ชีวิต "จุดขายของลำโพงตั้งแต่แรกคือเรื่องดีไซน์ เพราะแบรนด์ทั่วไปอาจจะออกโปรดักซ์ค่อนข้างเร็ว เปลี่ยนอุปกรณ์นิดเดียวก็สามารถออกโปรดักซ์ได้แล้ว ขณะที่มาร์แชลจะให้ความสำคัญกับเนื้อเสียงมากกว่า ซึ่งคาแรกเตอร์เนื้อเสียงของลำโพงแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน เราจะไม่ใช้คำว่า ลำโพงเสียงดีหรือเสียงไม่ดี เพราะนั่นขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล แต่เรารู้ตัวว่าสำหรับมาร์แชล เราจะพยายามคงเนื้อเสียงแบบเดิมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
    บทบาทผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของแพน ทำให้เธอไม่เพียงดูแลแบรนด์มาร์แชลในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสดูแลแบรนด์ในประเทศใกล้เคียงอย่างมาเลเซียและเวียดนามอีกด้วย ซึ่งการเรียนรู้จากการทำตลาดระดับภูมิภาคหลายประเทศนี้ ทำให้เธอมองเห็นลักษณะของการใช้งานเครื่องเสียง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปด้วย
    เธอพูดถึงความท้าทายนี้ว่า "ถือเป็นเรื่องใหม่พอสมควรค่ะ เพราะถึงแม้จะเป็นแบรนด์เดียวกัน แต่ว่าวัฒนธรรมไม่เหมือนกันเลย แต่ละประเทศจะมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน อย่างที่ไทย เราว่าคนไทยเทรนดี้มากกว่า หมายถึงคนบ้านเราค่อยข้างอัพเดทเทรนด์กันเร็ว ใช้ชีวิตแบบมีไลฟ์สไตล์ ขณะที่ทางมาเลเซียเองเราจะเติบโตในกลุ่มร็อกแอนด์โรลหรือไบค์เกอร์จ๋าๆ แบบที่เป็นวินเทจจริงๆ ฉะนั้นในเมืองไทยถือว่าตลาดเรากว้างกว่าแล้ว เพราะไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มเท่านั้น"
    ยุคที่ผู้คนมีรสนิยมและความเป็นตัวเองที่ชัดเจน มาร์แชลจึงวางตัวเองไว้ให้เป็นเครื่องเสียงที่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของผู้คน "สำหรับลูกค้าเรา ลำโพงไม่ได้เป็นแค่ลำโพงนะ ถ้าเขาจะเลือกลำโพงชิ้นหนึ่งไปอยู่ในบ้านเขา เขาจะเลือกลำโพงมาร์แชลมาวางไว้เพื่อตกแต่งให้มีความเป็นตัวตนของเขา อย่างซีรีส์ Portable สายแคมป์เขาจะชอบกันมาก เพราะคอนเสปต์ของมันคือ Hit the Road อยู่แล้ว มันถูกออกแบบมาให้มีความทนทาน มีหูหิ้วแบบนี้ เพื่อให้สามารถออกเดินทางไปกับคุณได้ เมื่อปรัชญาของแบรนด์เป็นแบบนี้ มันเลยทำให้เรากับลูกค้าคุยกันง่ายขึ้น เราอยากให้คุณเอามันไปใช้งานตามที่คุณต้องการให้ถึงที่สุด"
    แม้จะมีต้นกำเนิดมาจากร็อกแอนด์โรลล์ แต่มาร์แชลก็ยังสามารถตอบสนองความต้องการท่ามกลางเทรนด์ของดนตรีที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ตามสไตล์ของมาร์แชล "มาร์แชลดื้อผ่านยุคสมัยมาไม่รู้กี่ยุคแล้ว แล้วมันก็จะยังเป็นอย่างนี้ต่อไป เลยรู้สึกว่า เราค่อนข้างชัดเจนในที่ของเรา และเราไม่ได้เปลี่ยนตามยุคสมัยเยอะขนาดนั้น เวลาที่เราทำอะไรจึงมีคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่นอยู่อย่างนี้" แนวทางที่รักษาตัวตนของเนื้อเสียงและดีไซน์ผ่านเครื่องเสียง ลำโพง และหูฟัง ทำให้คาแรกเตอร์ที่โดดเด่นของมาร์แชลถูกใช้เพื่อนำเสนอตัวตนของผู้ใช้อยู่เสมอ
    เมื่อถามว่า ปัจจุบันมาร์แชลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงในรูปแบบไหนบ้าง แพนให้คำตอบว่า "เราไม่ได้รู้สึกว่ามาร์แชลต้องพาตัวเองให้ไปอยู่ตรงนั้น แต่เรามองว่าเราให้ประโยชน์กับผู้คนในมุมไหนบ้าง สมมติเขามีไลฟ์สไตล์แบบนี้ มีพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ เราอยากจะเป็นสื่อกลางระหว่างเขากับเสียงเพลง แล้วเราอยู่กับเขาได้อย่างไรบ้าง โปรดักซ์ของเราตอนนี้จะมีลำโพง ซึ่งลำโพงก็มีทั้งลำโพงบลูทูธสำหรับบ้านหรือในห้อง ซึ่งอาจจะให้เนื้อเสียงอย่างหนึ่ง หรือลำโพงพกพาที่มีฟังก์ชั่นไม่เหมือนกัน ให้เนื้อเสียงเหมาะสำหรับกลางแจ้งอีกอย่างหนึ่ง หรือหูฟังที่มีฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันไป เลยรู้สึกว่าในไลฟ์สไตล์ของคนหนึ่ง เราอยากอยู่กับเขาให้ได้ทั้งวันทุกวันเหมือนกันนะ ให้เราไปเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของเขา"
    ดังนั้น ไม่ว่าอยากให้มาร์แชลเป็นสื่อกลางระหว่างคุณกับเสียงเพลงในรูปแบบไหน ให้ลำโพงสร้างบรรยากาศของการแสดงดนตรีสดในห้อง ใช้หูฟังดื่มด่ำกับเพลงที่ชอบเป็นการส่วนตัวท่ามกลางผู้คน หรือพกพาออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงนอกสถานที่
    มาร์แชลเป็นให้ได้ทุกอย่างนั่นแหละ


    ติดตามข่าวสารและไอเท็มใหม่ๆ จากมาร์เเชลก่อนใคร ได้ที่ Facebook: ASH Asia Thailand เเละ Instagram: Ash Asia Thailand 

    #MarshallPeople #MarshallTH 

ดุสิตา อิ่มอารมณ์

นักเขียน ผู้ใช้พื้นที่ในเวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ขี่จักรยาน อ่านการ์ตูน เล่นเลโก้ ฯลฯ โดยเชื่อเต็มหัวใจว่าเวลาที่หมดไปกับความรื่นเริงนี้สามารถเติมเต็มชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภานุพงศ์ โรจนเสรี

ช่างภาพผู้ถือคติที่ว่า "ใครว่าเพื่อนกินหาง่ายวะ" เพราะทุกครั้งที่ถ่ายรีวิวอาหาร มักจะไม่มีเพื่อนว่างไปด้วยเสมอ แต่พอลงรูปเท่านั้นแหละ ทุกคนก็จะบอกว่า "ทำไมไม่ชวนนนนนน" โอ้โหววว อยากจะวาร์ปไปฟาด!!