vivo Academy Capture the Future : แคมเปญประจำปีที่ชวนคนรุ่นใหม่มาปั้นภาพ เล่าเรื่อง ด้วยสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว

    ความสัมพันธ์ระหว่าง ชีวิต ผู้คน และความเป็นเมือง จะถูกถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายได้อย่างไร?

    ในยุคที่ทุกอย่างบนโลกกลายเป็นเรื่องเล่า และเราทุกคนต่างก็เป็นนักเล่าเรื่องได้ ขอแค่คุณมีสายตาคมๆ มองเห็นเรื่องสนุกๆ แล้วหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่าย ปรุงรสด้วยตัวตนหรือคาแรกเตอร์เฉพาะตัวอีกหน่อย เท่านี้คุณก็ได้คอนเทนต์สดใหม่มาเสิร์ฟให้เพื่อนๆ ในโลกโซเชียลแล้ว แต่ท่ามกลางมหาสมุทรของคอนเทนต์ที่มีให้รับชมไม่รู้จบนี้ สิ่งที่หลายคนสงสัยและพยายามหาคำตอบ คือเราจะเล่าเรื่องอย่างไรให้แตกต่างและครองใจผู้ชมได้อย่างมีคุณภาพ

    vivo ประเทศไทย ในฐานะแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพในการบันทึกภาพ พวกเขาเชื่อว่า 'ภาพถ่าย' มีพลังในการสื่อสารและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้ และคนเราจะเล่าเรื่องให้สนุกได้ ต้องเริ่มจากการมีมุมมองที่สดใหม่และน่าสนใจ จึงนำมาสู่โครงการ อย่าง vivo Academy Capture the Future ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การลงมือทำจริงร่วมกับช่างภาพและครีเอเตอร์มืออาชีพ จุดประกายไอเดีย ต่อยอดสู่โอกาสในอนาคตและการทำงานจริงร่วมกับแบรนด์ในฐานะ vivo Creator 

    การเดินทางปีที่สองนี้ vivo Academy Season 2 Capture the Future ได้ร่วมมือกับคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดรับสมัครและคัดเลือกนิสิตนักศึกษาที่มีใจรักในการถ่ายภาพและการสร้างสรรค์คอนเทนต์จากทั่วประเทศ จำนวน 40 คนมาเรียนรู้ศาสตร์ของ Street Photography โดยมี 3 ผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคส่วนตัวให้น้องๆ ได้ลองทำงานจริงด้วยสมาร์ตโฟน vivo V70 ตลอด 5 วันเต็ม

    เริ่มกันที่ ตั้ม-ชนิพล กุศลชาติธรรม เจ้าของเพจ Rockkhound ที่มาแบ่งปันเทคนิคด้านการจัดแสง การจัดองค์ประกอบภาพ พร้อมเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีกล้องจาก vivo และ ZEISS แบบจัดเต็ม ขณะที่ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ช่างภาพ Street Photography ระดับนานาชาติ ก็ชวนน้องๆ มามองมุมกลับ ปรับมุมมองใหม่ ด้วยแนวคิดในการถ่ายภาพแบบช่างภาพสายสตรีท ก่อนที่ พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร หรือ Pigkaploy ครีเอเตอร์ชื่อดังจะรับไม้ต่อมาบอกเล่าถึงพลังของ Visual Storytelling และการนำเสนอผลงาน เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องราวที่ทรงพลังได้

    หลังจากที่พวกเขาได้ไอเดียใหม่ๆ และทดลองทำงานในสตูดิโอแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทางไปสู่สถานที่จริง จุดหมายปลายทางของกิจกรรม Photo Walk ในปีนี้ คือ ทรงวาด ย่านสุดฮิตใจกลางกรุงเทพมหานคร พวกเขาต้องลัดเลาะไปตามซอกซอยต่างๆ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศ วิถีชีวิต และเสน่ห์ของย่านทรงวาด พร้อมฝึกฝนการถ่ายภาพผ่านสถานการณ์จริง โดยมี ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ รับหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

    ปิดท้ายด้วยการนำเสนอผลงานการสร้างสรรค์ แนวคิด และแรงบันดาลใจเบื้องหลังภาพถ่าย พร้อมรับฟังคำแนะนำจากคณะกรรมการและช่างภาพมืออาชีพ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะจำนวน 5 รางวัล และผู้ที่ได้รับรางวัล Popular vote เพื่อรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท และโอกาสในการทำงานร่วมกับ vivo ประเทศไทยในอนาคตอีกด้วย

    เล่ามาถึงตรงนี้ เชื่อว่าทุกคนคงอยากเห็นผลงานของเหล่าผู้ชนะในแคมเปญกันแล้ว ทีม happening ขอนำผลงานของช่างภาพหน้าใหม่ทั้ง 6 รายที่ถ่ายด้วยสมาร์ทโฟน vivo V70 มาให้คุณได้รับชมกันก่อน



การกระทำคือภาพของตน

ผลงานจาก ปพนวิช พงศ์ฤกษ์ดี ผู้ชนะในแคมเปญ vivo Academy Season 2 Capture the Future

    บนโลกที่ทุกคนล้วนมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป แต่ละคนต่างก็มีหน้าที่ มีอุปกรณ์ สิ่งของที่หยิบจับมาใช้สอยไปตามความถนัดหรือวิถีชีวิต ภาพของ ปพนวิช พงศ์ฤกษ์ดี จะชวนเราเฝ้าดูเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างคนและวัตถุที่สะท้อนให้เห็นภาพการมีชีวิตที่ส่งมอบพลังให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นกล่องลังที่เปรียบดั่งชีวิตของคนรับซื้อกระดาษ บาร์เหล็กของนักออกกำลังกาย และผู้คนที่ใช้ชีวิตแตกต่างกันไปในภาพเดียวกัน

แสงส่องชีวิต

ผลงานจาก ต้นน้ำ วงษ์สำอาง รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง

    แสง อาจเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นวันใหม่ แต่บางครั้ง แสง ก็กลายเป็นสัญญะของการมีชีวิตและห้วงอารมณ์อันหลากหลาย ต้นน้ำ วงษ์สำอาง เฝ้าดูการเคลื่อนตัวของแสงที่เปลี่ยนผ่านไปตามวันเวลา มองด้วยสายตาของคนที่มีชีวิตแตกต่างกันไป บางครั้งแสงก็ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด ส่องให้เห็นความหวัง และบางครั้งก็อาจสะท้อนให้เห็นภาพความอ่อนล้าและอดทนของผู้คนในเมืองใหญ่

The Watcher ผู้เฝ้ามอง

ผลงานจาก สุภัสสรา แข่งเพ็ญแข รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง

    สุภัสสรา แข่งเพ็ญแข เล่าเรื่องผ่านภาพสะท้อนบนกระจกบานใหญ่ย่านเจริญกรุง ซึ่งเธอมองเห็นการเปลี่ยนผ่านของวันเวลาที่บ้างก็เรียบง่าย บ้างก็ดูวุ่นวายในบางที ถึงกระนั้นกาลเวลาทำให้เงาที่สะท้อนบนกระจกเปลี่ยนไป ตัวเธอเองก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีเพียงสายตาหลังกระจกที่ยังเฝ้ามองวัฏจักรชีวิตที่เปลี่ยนไปในทุกๆ วัน

ชีวิตในเมืองกรุงเทพมหานคร

ผลงานจาก พีรศุภ ผลดี รางวัลรองชนะเลิศอันดับสาม

    พีรศุภ ผลดี นำเสนอภาพความหลากหลายของผู้คนในเมืองใหญ่ ผ่านมุมมองของช่างภาพสตรีทโฟโต้ สะท้อนภาพความสนุกสนานที่สังเกตเห็นระหว่างเดินอยู่ริมถนน ผู้คนที่พบผ่าน และร้านรวงที่มีการจัดวางสิ่งของต่างๆ ด้วยอัตลักษณ์ที่ชัดเจน

ฟันเฟืองที่มองไม่เห็น

ผลงานจาก วรัชญ์สรัณ ผูกพันธ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับสี่

    เบื้องหลังความงามของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ภาพจำของผู้มาเยือนอาจเป็นตึกสูงลัดฟ้า แต่ในเมืองที่ไม่เคยหลับใหลนี้ ยังมีผู้คนตัวเล็กๆ มากมายเป็นฟันเฟืองที่คอยทำหน้าที่ของตัวเองในทุกๆ วัน ในยามที่ไม่มีใครเอ่ยถึงและมองข้ามพวกเขาไป วรัชญ์สรัณ ผูกพันธ์ กลับมองเห็นเสน่ห์ของผู้คน และเก็บบันทึกเรื่องราวของพวกเขาไว้ในภาพถ่าย

Paws and palms

ผลงานจาก เมธาวัสส์ เจียรเศรษฐการ รางวัล Popular Vote

    บนริมชายหาดที่คลื่นซัดบางสิ่งให้กลับมาและหายไป มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งความสุข ความเศร้า ตลอดจนความสัมพันธ์ของมนุษย์และสิ่งรอบตัว เมธาวัสส์ เจียรเศรษฐการ เก็บบันทึกช่วงเวลาอันน่าประทับใจระหว่างผู้คนและสัตว์เลี้ยงที่พวกเขารัก ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณชายหาดไว้อย่างอบอุ่นและสนุกสนานในคราวเดียวกัน



    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารของทาง vivo Thailand ได้ทาง Facebook: Vivo Thailand 

นิษณาต นิลทองคำ

กองบรรณาธิการที่กำลังใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน ชอบคุยกับผู้คน ท้องฟ้า และเสียงดนตรี เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลง ที่บางทีก็ปล่อยให้เพลงฟังเรา